โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ดร.เอนก’ แพร่บทความ ‘ผู้ใหญ่ฝ่ายประจำที่ยึดหลักรัฐบุรุษ’

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 ก.ค. เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. เวลา 01.10 น.

22 ก.ค.2569- ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ เรื่อง ผู้ใหญ่ฝ่ายประจำที่ยึดหลักรัฐบุรุษ มีเนื้อหาดังนี้

เมื่อพูดถึง "รัฐบุรุษ" คนส่วนใหญ่มักนึกถึงแต่นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ นายกรัฐมนตรี หรือผู้นำพรรคที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ยอมเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน

แต่น้อยครั้งนักที่เราจะมองเห็นความจำเป็นของ "ผู้ใหญ่ฝ่ายประจำที่ยึดหลักรัฐบุรุษในการทำงาน" ในกลุ่มของข้าราชการประจำระดับสูง - ไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวง อธิบดี หรือหัวหน้าสูงสุดหน่วยงานภาครัฐ

ทั้งที่โดยความเป็นจริงแล้ว ดังที่นักสังคมวิทยาองค์การระดับตำนานอย่าง ฟิลิป เซลซนิก (Philip Selznick) ได้ชี้ให้เห็นอย่างลึกซึ้งว่า ภายใต้ความผันผวนของการเมืองที่มี "รัฐบาลมาแล้วก็ไป" เสาหลักที่ค้ำจุนความต่อเนื่องและวิญญาณของแผ่นดินเอาไว้ได้ยาวนานย่อมไม่ใช่ตัวนักการเมือง แต่คือข้าราชการชั้นสูงกลุ่มนี้นี่เอง

เมื่อข้าราชการเป็นได้แค่ "นายช่างหรือเสมียนใหญ่" และองค์การราชการไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
เซลซนิกเคยเตือนเราไว้อย่างแหลมคมว่า

องค์การ (Organization) โดยธรรมชาติแล้วเป็นเพียงเครื่องจักรกลทางเทคนิค ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานตามระเบียบ งบประมาณ และคำสั่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะสั้น

ระบบราชการไทยเองถูกออกแบบมาให้เต็มไปด้วย "ผู้บริหารมืออาชีพ" (Professional Managers) หรือ "นักบริหารทางเทคนิค" ที่เก่งกาจในการตรวจฎีกา คุมข้อกฎหมาย และเบิกจ่ายงบให้ทันตามรอบปี ตัวชี้วัดของคนเหล่านี้มักจบลงที่การรักษาวินัยไม่ให้ผิดระเบียบ

แต่องค์การที่ขับเคลื่อนด้วยวิธีคิดแบบนี้ มักตกหลุมพรางที่เซลซนิกเรียกว่า "การพลัดหลงจากเป้าหมาย" (Goal Displacement) คือจำระเบียบได้แม่นยำแต่ลืมความทุกข์ร้อนของราษฎร กลายเป็นเครื่องจักรกลไร้หัวใจ ที่ขาดจิตวิญญาณ ขาดความสามารถเฉพาะตัว (Distinctive Competence) และป่วยเรื้อรัง

ยิ่งเมื่อการเมืองเข้ามาแทรกแซงและระบบอุปถัมภ์กัดเซาะ ข้าราชการชั้นสูงจำนวนมากก็พร้อมจะยอมจำนน ปรับตัวเพื่อความก้าวหน้าส่วนตน จนละทิ้งแก่นแท้และความสุจริต (Integrity) ของสถาบันไปอย่างน่าเสียดาย

ผู้ใหญ่ฝ่ายประจำที่ยึดหลักรัฐบุรุษ: ความหวังจากผู้นำเชิงสถาบัน

หากเราต้องการเห็นระบบราชการไทยพ้นจากหลุมดำความไร้ประสิทธิภาพ เราไม่ได้ต้องการแค่ข้าราชการที่ "เก่งงาน" หรือ "กลัวระเบียบ" แต่เรากำลังโหยหาสิ่งที่เรียกว่า ผู้ใหญ่ฝ่ายประจำที่ยึดหลักรัฐบุรุษ—ผู้นำเชิงสถาบันที่ก้าวข้ามการบริหารจัดการทั่วไป สู่การเป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณตามกรอบความคิดของเซลซนิก

ข้าราชการชั้นสูงที่มีจิตวิญญาณเช่นนี้ จะมีคุณลักษณะที่โดดเด่น:
เป็นผู้พิทักษ์แก่นคุณค่าและมโนธรรมของกระทรวง (Defending Institutional Integrity) :
พวกเขาไม่ได้มองว่ากระทรวงคืออาณาจักรส่วนตัวหรือทางผ่านสู่วัยเกษียณ แต่มองเห็น "คุณค่าทางศีลธรรมและพันธกิจหลัก" ที่กระทรวงนั้นมีต่อแผ่นดินตามนัยของเซลซนิก และกล้าหาญพอที่จะปกป้องแก่นแท้นี้ไม่ให้ถูกทำลายด้วยแรงกดดันทางการเมืองชั่วครั้งชั่วคราว

เป็น "เข็มทิศและเบ้าหลอมอุดมการณ์" ให้คนรุ่นหลัง: ผู้ใหญ่ฝ่ายประจำกลุ่มนี้จะไม่ใช้อำนาจแค่สั่งการผ่านหนังสือราชการ แต่ทำหน้าที่เผยแพร่ ย้ำเตือน และอบรมสั่งสอนข้าราชการผู้น้อย
คล้ายกับการสร้างวัฒนธรรมทางจิตสำนึก เพื่อตอกย้ำให้คนในองค์กรตระหนักว่างานที่พวกเขากำลังทำอยู่นั้นมีความหมายต่อชีวิตของราษฎรอย่างไร เพื่อปลุกจิตวิญญาณและความภาคภูมิใจให้กลับคืนสู่องค์กร

เป็นสะพานเชื่อมระหว่างวิสัยทัศน์กับการปฏิบัติ: เมื่อฝ่ายการเมืองนำเสนอนโยบายใหม่ๆ ข้าราชการที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายประจำจะไม่ใช่พวกที่ตั้งกำแพงเตะถ่วงด้วยกฎระเบียบ แต่จะใช้ความเชี่ยวชาญเชิงยุทธศาสตร์มาช่วยกลั่นกรอง ต่อยอด และแปลงนโยบายนั้นให้กลายเป็นแผนงานที่ปฏิบัติได้จริง มีความต่อเนื่อง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยไม่หวั่นไหวว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนขั้วไปกี่ครั้ง

บทสรุป: คืนวิญญาณให้แผ่นดินด้วยผู้ใหญ่ฝ่ายประจำผู้ทรงคุณค่า

ตามทัศนะของเซลซนิก องค์การจะเปลี่ยนผ่านจาก "กลไกและระเบียบราชการ" ไปสู่การเป็น "สถาบันที่มีชีวิต (Living Institution)" ได้ ก็ต่อเมื่อมีผู้นำที่กล้าพอจะ "อาบ" คุณค่าและความหมายลงไปในเนื้องาน

การปฏิรูปรัฐกิจไทยจะไม่มีวันสำเร็จได้เลย หากเรามัวแต่แก้ที่โครงสร้างตัวเลขหรือกฎหมายกระดาษ โดยละเลยการสร้าง "คน" ที่มีภาวะผู้นำทางจิตวิญญาณ

ประเทศไทยในยามวิกฤตและมีความเปลี่ยนแปลงอันซับซ้อนนี้ ไม่ได้ต้องการแค่ข้าราชการที่เก่งตัวเลขหรือซื่อสัตย์ตามระเบียบเป๊ะๆ แต่เราต้องการ "ผู้ใหญ่ฝ่ายประจำที่ยึดหลักรัฐบุรุษในการทำงาน"—ข้าราชการชั้นสูงผู้มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีวิสัยทัศน์ยาวไกล และพร้อมที่จะยืนหยัดเป็นเสาหลักทางปัญญา เพื่อค้ำจุนแผ่นดินและคืนความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...