วัดป่าอดุลยารามเดินหน้าสู้ปมที่ดิน! ยื่นคัดค้านออกใบแทนโฉนด พร้อมเร่งเปลี่ยนชื่อเป็นของวัด
วัดป่าอดุลยารามเดินหน้าสู้ปมที่ดิน! ยื่นคัดค้านออกใบแทนโฉนด พร้อมเร่งเปลี่ยนชื่อเป็นของวัด ด้านตำรวจออกหมายเรียก “ป้าดา” และผู้เกี่ยวข้อง ปมปิดทางเข้า-ออกวัด
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เข้าพบพระครูอดุลยสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อหารือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาที่ดินของวัด ก่อนพาเจ้าอาวาสพร้อมทนายความเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
นายกฤศกร เปิดเผยว่า การเข้าพบสำนักงานที่ดินครั้งนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การยื่นคัดค้านกรณีขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน และการดำเนินการแก้ไขชื่อในโฉนดจากชื่อเดิมให้เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม โดยเชื่อมั่นว่าสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
สำหรับกรณีการขอออกใบแทนโฉนดนั้น ฝ่ายทายาทได้ยื่นคำขอเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยอ้างว่าโฉนดสูญหาย ขณะที่ทางวัดยืนยันว่าโฉนดตัวจริงยังอยู่ในการดูแลของวัด และได้นำเอกสารดังกล่าวมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงได้ยื่นคัดค้านเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีวัดป่าอดุลยารามถือเป็นเรื่องที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้ความสำคัญ และจะนำไปเป็นกรณีศึกษาในการเร่งประสานวัดทั่วประเทศที่ได้รับการบริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด ให้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้บริจาคเป็นชื่อวัดให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต
ทั้งนี้ ปัญหาที่ดินของวัดป่าอดุลยารามเคยมีการฟ้องร้องกันมาแล้ว และฝ่ายวัดชนะคดีในทุกศาล แต่ล่าสุดมีการดำเนินการจากฝ่ายทายาทอีกครั้ง จึงจำเป็นต้องให้เจ้าอาวาสยื่นคัดค้านการออกใบแทน และดำเนินการเรื่องการเปลี่ยนชื่อในโฉนดให้เรียบร้อยตามขั้นตอน
ด้าน ดร.ประยุทธ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นดำเนินการให้กระบวนการเกี่ยวกับที่ดินของวัดครบถ้วนตามกฎหมาย โดยจะดำเนินการ 2 เรื่อง คือ ยื่นคัดค้านการออกใบแทนโฉนด และยื่นเรื่องขอเปลี่ยนชื่อในโฉนดให้เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครองและหน่วยงานด้านที่ดิน
ขณะที่ นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าอาวาสสามารถให้ถ้อยคำและลงลายมือชื่อยื่นคัดค้านการออกใบแทนโฉนดได้ทันที เนื่องจากทางวัดยืนยันว่าโฉนดไม่ได้สูญหายและยังอยู่ในความดูแลของวัด พร้อมนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
ส่วนการเปลี่ยนชื่อจาก นายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม สำนักงานที่ดินจะต้องรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการ โดยยืนยันว่าประเด็นข้อพิพาทกับฝ่ายทายาทได้ผ่านกระบวนการทางกฎหมายแล้ว และจะเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เร็วที่สุด
ด้านพระครูอดุลยสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวถึงเหตุการณ์ที่มีกลุ่มบุคคลปิดทางเข้าออกวัดว่า มีญาติโยมเป็นห่วงสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องเป็นห่วง สุขภาพยังแข็งแรง และไม่คิดต่อสู้กับใครในฐานะพระสงฆ์ โดยขณะนี้มีตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นเข้าดูแลความสงบเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้ากรณีออกหมายเรียก “ป้าดา” และผู้เกี่ยวข้อง หลังตำรวจตรวจสอบภาพและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว รวมถึงเจ้าของรถตู้และบุคคลที่อยู่ในรถรวม 3 คน และอีก 1 บุคคลที่สามารถพิสูจน์ทราบตัวตนได้ชัดเจน
ขณะนี้ผู้ถูกออกหมายเรียกยังไม่ได้ประสานเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่ต้องจัดส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน ซึ่งกรณีป้าดาและเจ้าของรถตู้มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร จึงต้องให้เวลา 15 วัน ส่วนบุคคลที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่จะให้เวลา 7 วัน ก่อนพิจารณาออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน
ส่วนการสืบสวนพยานแวดล้อม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามรถโม่ปูนและรถขายวัสดุก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยได้ประสานเจ้าของให้นำผู้เกี่ยวข้องมาแสดงตัว พร้อมตรวจสอบกรณีการปิดบังชื่อบริษัทและหมายเลขทะเบียนรถขณะเกิดเหตุ ซึ่งอาจเข้าข่ายร่วมกันกระทำความผิดฐานบุกรุก โดยตำรวจจะสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ขับขี่และพนักงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องต่อไป