โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ยื่น 5 ข้อเสนอ ครม.สัญจร ปั๊มเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (วันที่ 1 กันยายน 2569) ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)ของภาคเอกชนหาดใหญ่ ร่วมกับคณะรัฐมนตรีสัญจร (ครม. สัญจร) ที่แบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ ในวงกลุ่มเศรษฐกิจ ภาคเอกชนในพื้นที่ได้นำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนใต้ ซึ่งได้รับการยอมรับและรับหลักการในเบื้องต้นเพื่อผลักดันต่อในระดับนโยบายต่อไป

สมาคมโรงแรมหาดใหญ่ ชง 5 มาตรการเสนอครม.สัญจร

ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมไทยหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า สมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา ได้นำเสนอ 5 เรื่อง เพื่อลดอุปสรรคในการเดินทาง การกระตุ้นการใช้จ่ายจริงในพื้นที่ และการสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่

1.การปรับรูปแบบการยื่นเอกสารข้ามประเทศ ทั้ง ตม.2 ตม.3 ของตรวจคนเข้าเมือง และใบขนสินค้าพิเศษ(รถยนต์) จากเอกสารเป็นยื่นออนไลน์ และสามารถยื่นล่วงหน้าได้ ก่อนการเดินทาง 3 วัน เพื่อแก้ปัญหาความซับซ้อนของขั้นตอนเอกสารบริเวณหน้าด่านควบคุมพรมแดน ซึ่งปัจจุบันมีความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานต่างๆ

ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมไทยหาดใหญ่-สงขลา

การปรับปรุงนี้จะส่งผลดี 2 ด้าน คือ ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น และภาครัฐจะมีฐานข้อมูลล่วงหน้าว่าในแต่ละวันจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเท่าใด ทำให้สามารถจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอกับความต้องการ

2.การยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนอกเวลาของตรวจคนเข้าเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว เสนอให้ยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนอกเวลาทำการ

ได้แก่ ค่าบริการรายบุคคล 5 บาท, รถจักรยานยนต์ 10 บาท และรถยนต์ 25 บาท เพื่อเปลี่ยนจุดยืนของรัฐมาเน้นเรื่องการอำนวยความสะดวกและการบริการเป็นหลัก เนื่องจากรายได้จากการจัดเก็บส่วนนี้มีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับมูลค่าการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ

3.การจัดทำ Vat Refund ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางออก ไทยผ่านพรมแดนทางบก ที่ผ่านมาตัวเลขมูลค่าการค้าชายแดนของสงขลาที่สูงถึง 300,000–400,000 ล้านบาท มักทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าพื้นที่ในจังหวัดมีความมั่งคั่งสูง

แต่แท้จริงแล้วส่วนใหญ่เป็นเพียงการขนส่งสินค้าผ่านแดนจากภูมิภาคอื่นไปยังประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่การจับจ่ายใช้สอยที่เกิดขึ้นจริงในท้องถิ่น ภาคเอกชนจึงเสนอให้มีระบบ VAT Refund 7% สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านทางบก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าและการช้อปปิ้งในพื้นที่จริง ๆ
4.การทำโครงการขยายตลาดท่องเที่ยวไปยังกลุ่มอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันการท่องเที่ยวในพื้นที่พึ่งพากลุ่มนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเป็นหลักมาเป็นเวลานาน จึงมีการเสนอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หันมาทำตลาดกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะตลาดอินโดนีเซีย ผ่านการสนับสนุนให้เปิดเที่ยวบินตรงเส้นทาง เมดาน - หาดใหญ่ หรือทำเป็นเที่ยวบินเชื่อมต่อ (Connecting Flight) เพื่อให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น

5.การจัดทำธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว เสนอโมเดลสถาบันการเงินเฉพาะทางสำหรับภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ คล้ายคลึงกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนและสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวในยามที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไปมีหลักเกณฑ์การพิจารณาที่เข้มงวดและไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเหล่านี้ล้วนมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงสำหรับใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยข้อเสนอนี้มุ่งเป้าให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระดับภาพรวมทั้งประเทศ

ด่านใหม่ไร้ความพร้อม ทำเศรษฐกิจ ย่าน "ด่านนอก" ทรุดตัว 80%

ดร.สิทธิพงษ์ ยังกล่าวต่อว่า จากการเปิดใช้งานด่านศุลกากรแห่งใหม่ (ด่านสะเดาแห่งใหม่)แม้จะมีข้อดีในการช่วยระบายรถบรรทุกขนส่งสินค้าไม่ให้แออัดในชุมชนหน้าด่าน แต่ปัจจุบันยังเผชิญปัญหาเรื่องความไม่พร้อมและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ดังนี้

1.ขาดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด่านใหม่ขาดระบบขนส่งสาธารณะรองรับ นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าระยะไกล หรือเสียค่าบริการรถจักรยานยนต์รับจ้างสูงถึง 150 บาท เพื่อเข้าสู่เมือง นอกจากนี้ยังไม่มีทางเท้าที่ปลอดภัยทั้งบริเวณด่านเก่าและด่านใหม่ รวมถึงระบบไฟฟ้าส่องสว่างยังคงมืดสนิท ซึ่งแตกต่างจากฝั่งมาเลเซียที่มีความพร้อมทั้งทางเดินและระบบไฟอย่างสมบูรณ์ ชี้ให้เห็นว่าด่านใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานโลจิสติกส์มากกว่าการท่องเที่ยว

2.ผลกระทบต่อชุมชนเดิม (ด่านนอก) การกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปยังด่านใหม่ทำให้ช่องทางด่านเก่ามีจำนวนน้อยลงและรถติดสะสม ส่งผลให้ผู้ใช้บริการหันไปใช้ด่านใหม่แทน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มร้านค้าและชุมชน "ด่านนอก" ที่เคยขายของ บริการแลกเงิน ซื้อซิมการ์ด และร้านอาหาร มียอดขายตกลงไปถึง 80% เนื่องจากด่านแห่งใหม่ไม่มีการจัดพื้นที่สำหรับร้านค้าเหล่านี้

ปัจจุบันแม้จะเปิดใช้งาน 2 ด่านเพื่อกระจายความหนาแน่น แต่จำนวนเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ยังคงมีจำนวนเท่าเดิม ส่งผลให้คอขวดปัญหารถติดย้ายจากในชุมชนไปติดสะสมอยู่ในป่าบริเวณด่านใหม่แทน โดยระยะเวลาในการตรวจผ่านรถยนต์ยังคงใช้เวลานาน (เฉลี่ยคันละประมาณ 5 นาที)

เนื่องจากด่านเก่ามีช่องตรวจรถยนต์เพียงช่องเดียว (เข้า 1 ออก 1) ขณะที่ด่านใหม่มีถึง 13 ช่องตรวจ แต่เจ้าหน้าที่ตม.ก็มีเท่าเดิม ไม่ได้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ตม.แต่อย่างใด

ท่องเที่ยวหาดใหญ่ ฟื้นตัวบางกลุ่ม

อย่างไรก็ตามแม้ว่าในช่วงการประชุม ครม. สัญจร และช่วงวันเฉลิมฉลองวันประกาศเอกราชของประเทศมาเลเซีย (National Day) จะส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในหาดใหญ่คึกคักอย่างมากจนห้องพักในโรงแรมต่าง ๆ ถูกจองเต็มหมด แต่หากพิจารณาในภาพรวมแล้ว การท่องเที่ยวและธุรกิจในหาดใหญ่ยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเต็ม 100% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดน้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการฟื้นตัวแบบแยกส่วน ปัจจุบันมีเพียงกลุ่มธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ที่ฟื้นตัวกลับมาได้ดี โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40–50% ในวันธรรมดา และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 70–80% ในวันเสาร์-อาทิตย์

ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ และหลายรายต้องปิดตัวลงถาวรเนื่องจากแบกรับภาวะขาดทุนสะสมไม่ไหว ซึ่งทางหอการค้าจังหวัดกำลังเร่งประสานงานติดตามมาตรการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จากภาครัฐเพื่อช่วยเหลือกลุ่มนี้ต่อ

รวมทั้งธุรกิจโรงแรน ยังต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากที่พักนอกระบบ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมจดทะเบียนคือ การเกิดขึ้นของการจัดทำที่พักรูปแบบใหม่ที่ไม่มีการควบคุมจากภาครัฐ เช่น Airbnb แมนชั่น หรืออาคารพาณิชย์ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นห้องพักรายวันแบบผิดกฎหมาย

โดยเฉพาะหลังสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในเมือง เจ้าของบ้านหลายรายตัดสินใจย้ายออกไปอยู่นอกเมือง แล้วนำบ้านเดิมมาดัดแปลงเป็นห้องพักรายวัน ส่งผลให้ปริมาณห้องพักเถื่อนนอกระบบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จี้รัฐเร่งรับมือน้ำท่วม หนุนสร้างรถไฟทางคู่

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำรอยในหาดใหญ่ ปัจจุบันภาครัฐได้มีการดำเนินโครงการซ่อมแซมคลอง ขุดลอก และสร้างทำนบกั้นน้ำอย่างต่อเนื่อง ทว่าในแง่ความมั่นใจยังคงไม่สามารถรับประกันได้เต็ม 100% ว่าจะไม่มีการเกิดอุทกภัยขึ้นอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง คาดว่าในที่ประชุม ครม. สัญจรครั้งนี้ จะมีการพิจารณาอนุมัติโครงการ รถไฟทางคู่เชื่อมโยงเส้นทาง หาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ ซึ่งภาคเอกชนในพื้นที่ให้การสนับสนุนอย่างยิ่ง โดยเสนอแนวคิดให้รัฐจัดทำโครงการในช่วงปลายทางจากปาดังเบซาร์มายังหาดใหญ่ก่อนในระยะสั้น เพื่อให้สามารถใช้งานเพื่อการขนส่งและท่องเที่ยวได้ทันที แทนที่จะต้องรอการก่อสร้างยาวมาจากทางภาคกลางซึ่งต้องใช้เวลานาน

อย่างไรก็ตามภาคเอกชนและภาคประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ยังคงมีความคาดหวังต่อผลลัพธ์ของการประชุม ครม. สัญจรหาดใหญ่ในครั้งนี้ว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม เนื่องจากภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เพียงแต่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนและปลดล็อกกฎหมายเก่าที่ล้าสมัย เพื่อเปิดทางให้ระบบเศรษฐกิจชายแดนสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดร.สิทธิพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

ททท.คาดรายได้ท่องเที่ยวหาดใหญ่ปีนี้ 5.5 หมื่นล้านบาท

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลาล่าสุด พบว่าขยายตัวและฟื้นตัว หลังจากผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยใหญ่ในพื้นที่หาดใหญ่เมื่อปลายปี 2568 โดยข้อมูลล่าสุดในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – กรกฎาคม) จังหวัดสงขลามีรายได้ทางการท่องเที่ยวไปแล้วกว่า 32,227 ล้านบาท จากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมด 4.44 ล้านคน-ครั้ง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าภาพรวมตลอดทั้งปี 2569 สงขลาจะมีผู้เยี่ยมเยือนแตะ 7.5 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้รวมกว่า 55,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายเชิงรุกในปี 2570 ดันรายได้ให้พุ่งสู่ 55,900 ล้านบาท ด้วยแคมเปญยกระดับสู่นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High Value) และชูจุดเด่นที่สงขลาได้รับเลือกจากยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (City of Gastronomy)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...