รวบ"ไก่ วังน้อย" ตระเวนลักทรัพย์สระบุรี-อยุธยา อัดคลิปง้อสาวโชว์ของโจร
(31 ส.ค. 69) จากกรณีที่คนร้ายออกตระเวนลักทรัพย์ในพื้นที่เมืองสระบุรี โดยมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ขวัญชัย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี ว่ามีคนร้ายออกตระเวนลักทรัพย์บริเวณตลาดวงษ์ทอง (ตลาดล้ง) หลัง บ.ข.ส.สระบุรี โดยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลา 22.08 น. ได้มีคนร้ายเข้ามาขโมยโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ VIVO รุ่น Y56 ของ น.ส.ฐิติพร แม่ค้าขายของในตลาดล้ง ไป 1 เครื่อง
โดยคนร้ายแต่งกายสวมเสื้อสีดำแขนยาว กางเกงลายทหาร สะพายกระเป๋าสีดำ เทา แดง ทำทีพูดคุยโทรศัพท์อยู่หน้าร้าน จากนั้นเมื่อสบโอกาสได้เดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือของแม่ค้าที่วางไว้แล้วเดินหลบหนีไป ซึ่งหลังก่อเหตุจากร้านค้าภายในตลาดล้ง เวลา 04.03 น. ของวันที่ 19 สิงหาคม คนร้ายได้ไปก่อเหตุภายในอพาร์ตเมนต์อยู่น่าอยู่ ที่อยู่หลังตลาดล้ง ถนนเทศบาล 8 ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี โดยได้เข้าไปงัดบานเกล็ดห้องพักออกจำนวนหลายแผ่นของนายภูเวียง หนุ่มชาวลาว ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ ประกอบด้วย สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น (ราคา 70,000 บาท) เงินสด 40,000 บาท นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน ราคา 7,700 บาท รองเท้าผ้าใบ 1 คู่ กระเป๋าสะพายข้าง 1 ใบ ราคา 1,500 บาท กระเป๋าใส่เสื้อผ้า 1 ใบ และหนังสือเดินทาง (Passport) 1 เล่ม รวมทรัพย์สินที่หายไปกว่าแสนบาท
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังได้รับแจ้งความ ได้แจ้งให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรีทราบ จนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายติณณภพ อายุ 41 ปี ซึ่งแนวทางการสืบสวนพบว่าคนร้ายได้ก่อเหตุลักทรัพย์มาหลายพื้นที่ในจังหวัดสระบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวในข้อหาเมาสุราอาละวาด
หลังก่อเหตุ คนร้ายได้ถ่ายคลิปอ้อนแฟนสาวโดยพูดว่าตนเองมีเงินอยู่หลายหมื่นและยังมีทองอีก โดยได้โชว์ทั้งเงินและทองที่ไปขโมยมาให้แฟนสาวดู และบอกว่าให้มาอยู่กับตนเอง เงินทองที่มีอยู่จะให้แฟนสาวทั้งหมด ทางด้านชุดสืบสวนจึงได้ติดตามประกบตัวและเตรียมขอหมายศาลเข้าควบคุมตัว
คืบหน้าล่าสุด หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี ได้ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดสระบุรี โดยการนำของ พ.ต.ท.เศรษฐหาญ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสระบุรี ได้นำกำลังเฝ้าติดตามและสืบทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายติณณภพ (ไก่) อายุ 41 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปยังพื้นที่รังสิต (ปทุมธานี) นนทบุรี และอำเภอวังน้อย โดยหลบหนีไปเรื่อย ๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางกำลังและติดตามประกบตัว จนกระทั่งทราบนายไก่ได้หลบเข้าพักในโรงแรมกู๊ดอินน์ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำรวจจึงได้ปลอมตัวเป็นพนักงานโรงแรม เนื่องจากนายไก่ได้สั่งเครื่องดื่ม (เบียร์) น้ำอัดลม และน้ำแข็ง เพื่อนำเข้าไปส่ง และเมื่อนายไก่เปิดประตูรับเครื่องดื่ม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี จึงได้เข้าควบคุมตัวทันที ทำให้นายไก่มีสีหน้าตกใจ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับเกี่ยวกับการกระทำความผิดให้นายไก่ฟัง ซึ่งนายไก่ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจจึงควบคุมตัวมายัง สภ.เมืองสระบุรี เพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าก่อเหตุลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
นายไก่ยอมรับว่าเงินที่ขโมยมาได้ใช้หมดแล้ว และทองได้นำไปขายเพื่อนำเงินมาใช้ซื้อบริการกับหมอนวดและหญิงบริการจนหมด โดยให้หมอนวดและหญิงบริการมานั่งดื่มเป็นเพื่อนโดยที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กัน ขณะจับกุมเหลือเงินสดอยู่เพียง 5,000 บาท นาฬิกาที่ขโมยไป 2 เรือน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
ด้านนายติณณภพ (ไก่) กล่าวอ้างว่า เงินและทองที่ตนเองขโมยไปนั้นได้ใช้หมดแล้ว โดยใช้ในการเปิดห้องพัก และเรียกหมอนวดพร้อมหญิงบริการ จะเป็นหญิงหรือกะเทยก็ได้ มานั่งดื่มเป็นเพื่อนตนเอง โดยจ่ายให้ครั้งละ 4,000 บาทต่อคน โดยไม่ได้มีเพศสัมพันธ์หรือยุ่งเกี่ยวใด ๆ เพียงขอให้มานั่งคุยและนั่งดื่มด้วย ส่วนทองได้นำไปเปลี่ยนเป็นเงิน ครั้งแรก 2 สลึง ได้เงินมา 2 หมื่นกว่าบาท และต่อมาก็ได้นำไปขายอีกครั้ง
ส่วนคลิปที่ตนเองถ่ายโชว์เงินทองนั้น ถ่ายไปให้แฟนสาวที่เป็น LGBTQ ชื่อญาญ่า ดู โดยบอกว่าหาเงินมาให้แล้ว มาเอาไปใช้หนี้ใช้สินจะได้หมดหนี้ จะได้ทำงานแล้วเหลือเก็บบ้าง นายไก่กล่าวอ้างต่อว่า ที่ตนเองงัดห้องนั้นไม่ได้ตั้งใจมางัด เพียงแค่ต้องการเข้าไปเอารองเท้าและเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ไปเจอเงินทองเข้าจึงได้เอาไป
ส่วนเรื่องที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวก่อนหน้านี้ เจ้าตัวอ้างว่าเข้าไปทวงหนี้เพื่อนที่ยืมเงินไปแล้วไม่เจอเพื่อน เจอแต่พี่สาวของเพื่อน ซึ่งถูกหาว่ามาโวยวาย ยืนยันว่าไม่ได้โวยวาย เพียงแต่รถจักรยานยนต์ที่ขับมาเกิดโซ่ขาดและตนไม่มีเงิน จึงอยากเข้ามาเอาเงินที่เพื่อนคืนเพื่อไปจ่ายค่าซ่อมรถ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเสียก่อน ทั้งนี้ ตนเองเคยมีภรรยามาแล้วและเลิกรากันไปนาน มีลูกด้วยกัน 3 คน ส่วนที่อื่นไม่เคยไปก่อเหตุที่ไหน