ศุกร์ (สุข) ละวัด: เปิดตำนาน ‘วัดพระปรางค์’ เมืองศรีสัชนาลัย ตามรอยศิลปะเขมร-สุโขทัย-อยุธยา
หากพูดถึงโบราณสถานสำคัญของเมืองศรีสัชนาลัย ชื่อของ "วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร" หรือ "วัดพระปรางค์" ย่อมเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาด
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่หมู่ 6 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่ครั้งโบราณ และมีเรื่องราวผูกพันกับพื้นที่เมืองเชลียง ซึ่งเป็นชุมชนสำคัญในอดีต
แม้ยังไม่มีหลักฐานระบุชัดเจนว่าสร้างขึ้นในปีใด แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าพื้นที่แห่งนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยมีการกำหนดอายุวัดไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 หรืออย่างน้อยประมาณ 800 ปี
ที่ตั้งของวัดมีลักษณะเป็นศูนย์กลางของชุมชน หรือเมืองบริเวณนี้ ซึ่งก็คือ "เมืองเชลียง" เมืองเก่าที่มีความสำคัญ และมีพัฒนาการร่วมสมัยกับชุมชนโบราณในยุคทวารวดี
จากศิลาจารึก ถึงสมัยกรุงธนบุรี
ความสำคัญของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ไม่ได้มีเพียงหลักฐานทางโบราณคดี แต่ยังปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยมีการกล่าวถึงวัดแห่งนี้ในศิลาจารึกหลักที่ 1
ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จไปปราบชุมนุมพระฝางที่เมืองสวางคบุรี ก็มีหลักฐานว่า พระองค์เสด็จมาสมโภชพระบรมธาตุเมืองเชลียงแห่งนี้ด้วย
นอกจากนี้ วัดยังมีความสำคัญตามคติความเชื่อโบราณ โดยเป็นสถานที่สรงน้ำ "มูรธาภิเษก" สำหรับพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ ที่จะขึ้นเสวยราชสมบัติ
เรื่องราวเหล่านี้ทำให้วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นมากกว่าโบราณสถาน หากแต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงทั้งประวัติศาสตร์ ศาสนา และความเชื่อของผู้คนในอดีตเข้าด้วยกัน
ไฮไลต์ "พระปรางค์ประธาน"
มาถึงวัดพระปรางค์ สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ "พระปรางค์ประธาน" โบราณสถานสำคัญ ที่ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ลักษณะทางสถาปัตยกรรมจัดอยู่ในสมัยอยุธยาตอนต้น โดยนักประวัติศาสตร์ศิลปะประมาณอายุไว้ราวพุทธศักราช 2017
ภายในองค์พระปรางค์มีสถูปขนาดเล็กทรงดอกบัวตูมโผล่ขึ้นมา ลักษณะคล้ายกับการสร้างครอบทับสิ่งก่อสร้างเดิม โดยสันนิษฐานว่าน่าจะใช้บรรจุสิ่งของสำคัญสำหรับการบูชา ชาวบ้านเรียกสิ่งนี้ว่า "หัวใจพระพุทธเจ้า"
ภายในองค์พระปรางค์ ยังพบร่องรอยจิตรกรรมฝาผนัง แม้จะเลือนหายไปมากตามกาลเวลา แต่ยังพอมองเห็นร่องรอยการใช้สีแดงแบบโบราณ และลวดลายพรรณพฤกษา
ส่วนบริเวณเรือนธาตุด้านหน้ามีบันไดสำหรับขึ้นสู่องค์พระปรางค์
ร่องรอยศิลปะเขมรแบบบายน
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือฐานพระปรางค์ซึ่งมีลักษณะเป็น "วิหารคด 3 ชั้น" ก่อผนังทึบ และเจาะช่องแสง โดยฐานพระปรางค์แผ่กว้างออกไปทั้ง 3 ด้าน ส่วนด้านหน้าเป็นพระวิหาร
ลักษณะดังกล่าวคล้ายกับการสร้างครอบสถูป หรือเจดีย์สำคัญที่มีอยู่เดิม และจากการขุดค้นทางโบราณคดียังพบฐานโบราณสถานก่อด้วยอิฐ อยู่ใต้ฐานพระวิหารหลวง
หลักฐานเหล่านี้ช่วยสะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่บริเวณนี้มีการก่อสร้างศาสนสถานมาอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาการทางศิลปกรรมหลายยุคสมัย
น่าสนใจไปกว่านั้นคือการค้นพบ "กระเบื้องเชิงชายรูปนางอัปสรและเทวดา" ซึ่งมีลักษณะร่วมสมัยกับศิลปะเขมรแบบบายน
เช่นเดียวกับลายปูนปั้นบริเวณยอดซุ้มประตูกำแพงวัด ซึ่งทำเป็นรูป "พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร" อยู่ด้านบนทั้ง 4 ทิศ ด้านล่างเป็นรูปเทพธิดานั่งอยู่ในกรอบ และส่วนซุ้มด้านล่างเป็นรูปนางอัปสรร่ายรำ
"หลวงพ่อโต" พระพุทธรูปคู่เมือง
ด้านหน้าพระปรางค์ประธานเป็นที่ตั้งของ"พระวิหารหลวงพ่อโต" วิหารขนาดใหญ่ 7 ห้อง ก่อสร้างด้วยศิลาแลง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย หรือ "หลวงพ่อโต" ศิลปะสุโขทัย มีขนาดหน้าตักกว้างถึง 4.08 เมตร ประทับอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยพระพุทธรูปขนาดเล็กประทับยืนทั้งสองข้าง
ด้านขวาขององค์หลวงพ่อโต ยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลา ศิลปะสุโขทัยคลาสสิก ซึ่งมีรูปแบบงดงามโดดเด่น ตัววิหารมีผนังแบบช่องแสง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่สะท้อนงานช่างในสมัยสุโขทัย
"พระอัฏฐารส" และวิหารสองพี่น้อง
ด้านหลังพระธาตุมุเตาเป็นที่ตั้งของ"มณฑปพระอัฏฐารส" เดิมสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นมณฑปพระสี่อิริยาบถ ก่อนมีการซ่อมแซม และดัดแปลงในเวลาต่อมา ภายในซุ้มคูหายังมีพระพุทธรูปปูนปั้นยืนประดิษฐานอยู่ โดยเดิมมณฑปแห่งนี้น่าจะมุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา
ถัดมาทางซ้ายของพระอัฏฐารส คือ "วิหารสองพี่น้อง" ก่อด้วยศิลาแลง ภายในมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย 2 องค์ ประดิษฐานอยู่บนแท่นพระ
จากการขุดค้นทางโบราณคดีพบว่าฐานวิหารสองพี่น้องก่อทับโบราณสถานที่ก่อด้วยอิฐ และบริเวณด้านขวาของพระวิหารหลวงพ่อสองพี่น้อง ยังพบฐานรอยพระพุทธบาทอีกด้วย
พระพุทธรูปทั้งสององค์มีลักษณะเป็นพุทธศิลป์แบบสุโขทัยที่มีความงดงาม โดยมีเรื่องเล่าของชาวบ้านเกี่ยวกับเศียรพระพุทธรูปองค์น้อง หรือองค์ด้านหน้าว่า ของเดิมถูกนำออกไป และมีการปั้นของใหม่มาสวมแทน
ขณะเดียวกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุคนร้ายหักนิ้วพระพุทธรูปจนได้รับความเสียหาย
พระอุโบสถกับใบเสมาโบราณ
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ "พระอุโบสถ" ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าพระวิหาร ปัจจุบันได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งหลัง โดยสร้างทับโบสถ์เดิม บริเวณด้านหลังพระอุโบสถยังพอสังเกตรากฐานศิลาแลงเดิมได้ รวมถึงใบเสมาหินชนวนคู่รอบพัทธสีมา ซึ่งถือเป็นหลักฐานเก่าแก่ของวัด
พัทธสีมาของพระอุโบสถแห่งนี้สันนิษฐานว่า นำมาจากเมืองสุโขทัยเก่า เนื่องจากมีรูปแบบคล้ายกับใบเสมาที่พบจำนวนมากในเมืองสุโขทัย อีกทั้งบริเวณเมืองศรีสัชนาลัย ไม่มีแหล่งหินชนวนในลักษณะดังกล่าว
ภาพถ่ายเก่าบางส่วนยังแสดงให้เห็นว่า ก่อนสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ทับลงไปนั้น ยังคงมีเสา ผนังด้านหลัง และพระประธานองค์เดิมที่อยู่ในสภาพชำรุด โดยพระประธานมีพุทธศิลป์ ที่พระพักตร์ค่อนไปทางอยุธยา และมีขนาดเล็กกว่าพระประธานในวิหารหลวงด้านหน้าพระปรางค์
เดินชมโบราณสถานให้ทั่ววัด
นอกจากโบราณสถานสำคัญที่กล่าวมาแล้ว ภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น ซุ้มพระร่วง พระลือ เจดีย์ทิศทั้งสี่ ระเบียงคดและวิหาร กำแพงแก้ว ซุ้มประตูรูปพรหมพักตร์ เสาพระประทีบรอบองค์พระปรางค์ เจดีย์ยอดด้วน ฐานวิหารหลวงพ่อธรรมจักร และพระวิหารหลวงพ่อสองพี่น้อง
ขณะเดียวกัน ยังมีโบราณวัตถุ และหลักฐานสำคัญ เช่น ยอดนพศูลกาไหล่ทองคำ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ขนาดเล็กภายในห้ององค์พระปรางค์ เพดานดาวไม้จำหลักและประตูจำหลักสกุลช่างสุโขทัย ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จ.สุโขทัย
รวมถึงร่องรอยจิตรกรรมฝาผนังสีเอกรงค์ และ "ปล่องปริศนา" ที่ลงไปใต้ท้ององค์พระปรางค์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่ชวนให้ผู้มาเยือนได้ค้นหาเรื่องราวของสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศุกร์ (สุข) ละวัด พาชม 'วัดอินทาราม' วัดเก่าแห่งกรุงศรีฯ สักการะหลวงพ่อโต-หลวงพ่อธรรมจักร
- ศุกร์ (สุข) ละวัด พาชมวัดป่าสัก เชียงแสน
- ศุกร์ (สุข) ละวัด แวะเที่ยว 'วัดกุฏิบางเค็ม' ชมความงาม 'อุโบสถไม้สัก-ภาพฝาไม้แกะสลัก'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X :https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg