เปิดแผนลับประธานาธิบดี ตบตาสาธารณชนไม่ได้มีแค่ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’
ปฏิบัติการตบตาครั้งนี้ก็เพื่อปกป้องทรัมป์ ให้พ้นภัยคุกคามอิหร่าน ที่มีพรมแดนติดกับตุรกี เช่น อาจยิงขีปนาวุธพุ่งเป้าเครื่องบินของประธานาธิบดีได้
เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งเผยกับวอลล์สตรีทเจอร์นัลในวันอังคาร (11 ส.ค.) ตามเวลาสหรัฐว่า ประธานาธิบดีถูกย้ายจากเครื่องบินลำหนึ่งไปยังอีกเครื่องบินหนึ่งโดยใช้รถบรรทุกสำหรับจัดเลี้ยง รถบรรทุกถูกยกขึ้นไปจอดที่เครื่องบินฝั่งตรงข้ามกับที่เขาขึ้นมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ เช่น นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้สื่อข่าวยังอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ปฏิบัติการนี้ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะจนกระทั่งวอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อกลางดึกวันจันทร์ (10 ส.ค.)
จริงๆ แล้วประธานาธิบดีสหรัฐ หลอกประชาชนเรื่องสถานที่อยู่ของตนมานานกว่าศตวรรษ ด้วยกลอุบายต่างๆ ทั้งรถไฟ เรือรบ เครื่องบิน และเรือยอชต์ นี่คือตัวอย่างบางส่วน
ทริปลับสู่อัฟกานิสถาน
ปี 2019 สมัยทรัมป์วาระ 1 ทำเนียบขาวกล่าวว่า ประธานาธิบดีอยู่ที่คฤหาสน์มาร์อลาโกในฟลอริดา แต่ในความเป็นจริงเจ้าตัวบินไปอัฟกานิสถาน เขานั่งเครื่องบินจากฟลอริดากลับไปยังฐานทัพอากาศแอนดรูว์สในแมริแลนด์ ขณะที่เครื่องบินที่นำเขาบินไปยังปาล์มบีชยังจอดอยู่ที่ลานบิน เพื่อลวงว่าเขายังอยู่ที่นั่น
ที่ฐานทัพอากาศแอนดรูว์ส เขาขึ้นแอร์ฟอร์ซวันฝาแฝดซึ่งซ่อนตัวอยู่ ไปยังฐานทัพอากาศบากรัมในอัฟกานิสถาน ผู้สื่อข่าวบนเครื่องทราบข้อมูลว่าจะไปไหนแค่สองชั่วโมงก่อนถึงอัฟกานิสถาน
การปกปิดข้อมูลแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อประธานาธิบดีหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเดินทางไปยังเขตสงครามหรือพื้นที่อันตรายอื่นๆ และต้องการเก็บสถานที่อยู่ไว้เป็นความลับ โดยปกติเรื่องราวจะถูกเปิดเผยในเวลาอันเหมาะสม
ปิดบังอาการป่วย
ระหว่างเศรษฐกิจตกต่ำปี 1893 ประธานาธิบดีโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ตรวจพบเนื้องอกมะเร็งที่เพดานปากของเขา ด้วยเกรงว่าถ้าประชาชนรู้แล้วจะตื่นตระหนก ตลาดเงินปั่นป่วน ทำเนียบขาวจึงประกาศว่าคลีฟแลนด์ไปพักผ่อนบนเรือยอชต์กับเพื่อนสี่วัน แต่ความจริงคือไปผ่าตัดเอาเนื้องอก ฟัน 5 ซี่ และส่วนหนึ่งของกรามบนออก ทำเนียบขาวปฏิเสธรายงานข่าวการผ่าตัด ไม่มีการเปิดเผยให้สาธารณชนทราบจนกระทั่งผ่านไปแล้ว 24 ปี และเก้าปีหลังคลีฟแลนด์ถึงแก่อสัญกรรม
ในปี ค.ศ. 1919 ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน เดินทางข้ามประเทศโดยรถไฟเพื่อประชาสัมพันธ์สันนิบาตแห่งชาติ เขาหมดสติในรัฐโคโลราโด ทำเนียบขาวจึงยกเลิกการเดินทาง กล่าวว่าเขาอ่อนเพลียมาก รถไฟจึงรีบกลับไปยังวอชิงตัน หลังจากนั้นไม่นาน วิลสันก็เป็นโรคหลอดเลือดสมอง แต่รัฐบาลปกปิดอาการป่วยไม่ให้สาธารณชนทราบเป็นเวลาหลายเดือน
ป้องกันไว้ก่อน
เดือน มี.ค.2000 ประธานาธิบดีบิล คลินตัน เดินทางเยือนเอเชียใต้ครั้งสำคัญ หน่วยข่าวกรองเตือนว่าการเยือนปากีสถานเสี่ยงเจอภัยคุกคามสูงมากจากเครือข่ายผู้ก่อการร้าย เช่น อัลกออิดะห์
ประธานาธิบดีเดินพรมแดงไปยังรถทหารท่ามกลางกล้องสื่อมวลชนจำนวนมากในอินเดีย แต่แทนที่จะขึ้นเครื่องบิน เขาย้ายไปยังเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวขนาดเล็กสองลำที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามของรันเวย์ ลำหนึ่งมีเครื่องหมายธงอเมริกันอีกลำไม่มี ลำที่มีธงลงจอดก่อนที่ฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งในปากีสถาน ช่างภาพรุมถ่ายภาพคลินตันเดินทางมาถึง แต่ประธานาธิบดีมาถึงจริงๆ ในภายหลัง
เจรจาการทูตลับ
ในปี 1943 ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ เดินทางออกจากวอชิงตันโดยรถไฟไปยังไมอามีอย่างลับๆ จากนั้นใช้เครื่องบินทะเลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังโมร็อกโก นักข่าวที่ติดตามหรือทำข่าวทำเนียบขาวต้องสาบานว่าจะเก็บเป็นความลับภายใต้ข้อตกลงด้านความมั่นคงในช่วงสงครามที่เข้มงวด การจัดการสื่อในลักษณะเดียวกันนี้ใช้ในการปกปิดการเดินทางของรูสเวลต์ไปยังเตหะรานและฮาวายด้วย
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็เคยไปยูเครน เมื่อปี 2023 กับทีมงานเล็กๆ รวมนักข่าวสองคนที่สาบานว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ ทำเนียบขาวเผยแพร่กำหนดการว่าเขาอยู่ที่ทำเนียบขาว แต่เจ้าตัวกลับขึ้นเครื่องบินไปยังโปแลนด์ แล้วนั่งรถไฟ 10 ชั่วโมงไปยังกรุงเคียฟที่เรียกว่า “เรลฟอร์ซวัน”
ในปี ค.ศ. 1966 ประธานาธิบดีลินดอน จอห์นสัน ได้เดินทางเยือนเขตสู้รบในเวียดนามเป็นครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดี กำหนดการเดินทางที่ประกาศต่อสาธารณะในตอนแรกระบุว่าเขาแวะที่ฟิลิปปินส์ แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาเดินทางไปยังฐานส่งเสบียงที่อ่าวคัมรานในเวียดนามเพื่อกล่าวปราศรัยกับทหาร
ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็บอกสื่อคล้ายๆ กันว่า เขาและครอบครัวจะฉลองวันขอบคุณพระเจ้าปี 2003 ในเท็กซัส นักข่าวต่างดักรออยู่หน้าฟาร์มและรายงานข่าวงานเลี้ยงอาหารค่ำลงรายละเอียดถึงเมนูอาหาร ที่จริงแล้วเขาอยู่ในอิรัก
ที่มา: วอลล์สตรีทเจอร์นัล