โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สืบ ตม.3 ขยายผลทลายเครือข่าย พ่อทิพย์ 2 ครอบครัว ดำเนินคดีสวมสิทธิทะเบียนราษฎร-เอกสารราชการเท็จ

มุมข่าว

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • neen
สืบ ตม.3 ขยายผลทลายเครือข่าย พ่อทิพย์ 2 ครอบครัว ดำเนินคดีสวมสิทธิทะเบียนราษฎร-เอกสารราชการเท็จ

ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้กำหนดกรอบแนวทางการปฏิบัติราชการภายใต้แนวคิด บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการปราบปรามขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎรและการสวมสิทธิ ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศและระบบทะเบียนราษฎรของไทยอย่างร้ายแรง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) ได้กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดสืบสวน ขยายผลและดำเนินคดีกับขบวนการที่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากระบบทะเบียนราษฎร รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการอำพรางสถานะบุคคลและการสวมสิทธิในรูปแบบต่าง ๆ อย่างจริงจัง

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ได้กำชับและมอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งรัดสืบสวนปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงขบวนการที่ใช้ช่องทางด้านทะเบียนราษฎรเพื่ออำพรางสถานะหรือแสวงหาสิทธิประโยชน์โดยมิชอบ พร้อมให้บูรณาการข้อมูลและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ

พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ, พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม. 3 ได้ขานรับนโยบายและสั่งการให้ กก.สส.บก.ตม.3 ระดมกำลังสืบสวนตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่อาจมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อทางราชการ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์โดยมิชอบ

จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 , พ.ต.ท.ศตวรรษ ศรีรัตนพงศ์ สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.จตุโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ พบข้อมูลพฤติการณ์น่าสงสัยของบุคคลต่างด้าว น.ส.หวง (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี สัญชาติจีน ที่ยื่นคำขออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวโดยอ้างเหตุ อุปการะบุตรสัญชาติไทย และจากการตรวจสอบพบเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ยื่นคำขอกับบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งมีชื่อเป็นบิดาของเด็กตามสูติบัตร จึงได้ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ต่อมา(เมื่อวันที่ 14 ก.ค.69) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนขยายผล ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานบุคคลและจัดเก็บสารพันธุกรรม (DNA) ระหว่าง บิดามารดาและบุตร พบว่า น.ส.หวงฯ ได้ให้การรับสารภาพว่า บุตรสาวทั้งสองคน มิใช่บุตรของ นายประดิษฐ์ (นามสมมติ) อายุ 53 ปี สัญชาติไทย แต่เป็นบุตรของ นายเย่วหลง (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน และมีการแจ้งเกิด ณ สำนักงานอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

เมื่อตรวจสอบข้อมูลบุคคลของ นายประดิษฐ์ฯ พบว่า มี บุตรทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วยบุตร ที่เกิดจากภรรยาชาวไทย 3 คน บุตรที่เกิดจาก น.ส.หวงฯ สัญชาติจีน 2 คน และบุตรที่เกิดจาก น.ส.หวัง (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี สัญชาติจีน อีก 1 คน อันเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์ต้องสงสัยร่วมกันอำพรางการแจ้งเกิดบุคคลต่างด้าวให้เป็นสัญชาติไทย โดยผิดกฎหมาย จึงได้รวบรวมข้อมูลบุคคลต่างด้าวขึ้นข้อมูล (Watchlist) สำหรับเฝ้าระวังติดตามเป็นพิเศษ

ต่อมา (เมื่อวันที่ 24 ก.ค.69) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้รับแจ้งจาก ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่ามีบุคคลเฝ้าระวัง ได้แก่ น.ส.หวัง (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี สัญชาติจีน และ นายจู (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี สัญชาติจีน พร้อมบุตรชาย กำลังเดินทางออกจากราชอาณาจักร เพื่อเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้ขอเชิญตัว เพื่อมาทำการสอบสวนพิสูจน์ข้อเท็จจริงและจัดเก็บสารพันธุกรรม (DNA)

จากการสอบสวน น.ส.หวังฯ ให้การรับสารภาพว่า บุตรของตนมิใช่บุตรของ นายประดิษฐ์ฯ หากแต่เป็นบุตรที่แท้จริง ของ นายจูฯ และได้แจ้งเกิด ณ สำนักงานเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.หวังฯ ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางชัน ในความผิดฐาน ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน , ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และร่วมกันกระทำการเพื่อให้มีการแจ้งเกิดโดยมิชอบ

จากนั้น (เมื่อวันที่ 4 ส.ค.69) พนักงานสอบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ได้เรียก น.ส.หวงฯ และ นายเย่วหลงฯ มารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน , ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ , ใช้เอกสารราชการอันเกิดจากการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และร่วมกันกระทำการเพื่อให้มีการแจ้งเกิดโดยมิชอบ

พ.ต.อ.สุริยะ ฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการสืบสวนสอบสวนและขยายผลดังกล่าว ปัจจุบันมีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 4 ราย ประกอบด้วย บุคคลสัญชาติจีน 3 ราย และ บุคคลสัญชาติไทย 1 ราย โดยพฤติการณ์ที่ตรวจสอบพบมีความเชื่อมโยงกันเป็น 2 ครอบครัว และเกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิดบุคคลต่างด้าวโดยมิชอบ รวมถึงการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการขอรับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย

ซึ่งล่าสุด(เมื่อวันที่ 18 ส.ค.69) นายประดิษฐ์ฯ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ 2 และได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน , ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และร่วมกันกระทำการเพื่อให้มีการแจ้งเกิดโดยมิชอบ

โดย นายประดิษฐ์ฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าว ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหา ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนสรุปสำนวนเสนอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองกำกับการสืบสวนสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 เดินหน้าสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว รวมถึงพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันการนำระบบทะเบียนราษฎรมาใช้เป็นช่องทางในการสวมสิทธิหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายตามพยานหลักฐานอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎรและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...