‘ยะลา’ คุมเข้มเส้นทางหลักสกัด ‘คาร์บอมบ์’ พร้อมเฝ้าระวังหลังพบแผนก่อเหตุต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ด่านตรวจศูนย์อำนวยการร่วม เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ซึ่งเป็นประตูขาเข้าตัวเมืองเบตง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบุคคลต้องสงสัยอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำวัตถุระเบิดหรือยานพาหนะเป้าหมายเข้ามาในเขตเมือง หลังสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 69 คนร้ายได้ลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ ที่ สภ.ตันหยง จ.นราธิวาส หลังเก่า แรงระเบิดทำให้กำแพงรั้วที่ติดกับถนนพังเสียหายทั้งแถบ และมีซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง และซากเศษชิ้นส่วนของรถยนต์เก๋ง ตกกระจายเกลื่อนบนถนน โดยที่เกิดเหตุไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรง เพื่อสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะที่ จ.ยะลา นอกจากนี้ยังมีเหตุคนร้ายลอบยิง อส.ทพ.เรืองวิทย์ ชูแก้ว สังกัด ฉก.ทพ.44 ได้รับบาดเจ็บที่แขน ขณะกำลังเดินออกกำลังกายบริเวณหน้าบ้านพักภรรยา พื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.เปาะเส้ง อ.เมือง จ.ยะลา ระหว่างอยู่ช่วงลาพักจนได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์การก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง
ด้าน พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ดูดิง ผกก.สภ.เบตง ได้เน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติทุกหน่วยมีความพร้อมทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยกำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังตามหลักยุทธวิธี หลีกเลี่ยงการปฏิบัติงานที่ซ้ำซาก และบูรณาการการทำงานร่วมกัน 3 ฝ่าย (ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง) เพื่อสกัดกั้นการก่อเหตุความรุนแรง และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงจังหวัดยะลา ได้แจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดและเฝ้าระวังการก่อเหตุในพื้นที่เป็นพิเศษ หลังพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) ระดับปฏิบัติการ พร้อมอาวุธปืนและระเบิดแสวงเครื่อง เข้ามารวมกำลังกับเครือข่ายในพื้นที่ จ.ยะลา
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมีแผนเตรียมลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณท่อลอดและคอสะพาน โดยมีการขุดเจาะผิวถนนเพื่อดักโจมตียานพาหนะของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะรถหุ้มเกราะของทหารและตำรวจในพื้นที่ จ.ยะลา และพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางและปฏิบัติภารกิจเป็นเท่าตัว