โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประเด็นข่าวรอบโลก : "ฮูตี" โจมตีเรือน้ำมันซาอุฯ / "มาเลฯ" ห่วงปิดช่องแคบ "เอล-มันเดบ" / "ทรัมป์" ขู่ถล่ม "อิหร่าน" ในฮอร์มุซ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในเช้าวันนี้ (23 ก.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มโลหะ ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงจากความตึงเครียดในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

ดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดพุ่งขึ้น 2.4% แตะระดับ 6,963.35 จุด ขณะที่ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดบวก 0.5% ที่ระดับ 66,421.01 จุด

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามอง หลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนเปิดเผยในวันนี้ว่า ได้ดำเนินการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ในทะเลแดง โดยอ้างว่าเรือทั้งสองลำละเมิดข้อจำกัดด้านการเดินเรือที่กลุ่มประกาศขึ้นมาใหม่

แถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์ Al-Masirah ของกลุ่มฮูตี ระบุว่า ยาห์ยา ซาเรีย โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า กองกำลังได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ได้แก่ ENCELIA และ LAYLA ด้วยขีปนาวุธวิถีโค้ง ขีปนาวุธร่อน และโดรน

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อวันที่ 22 ก.ค. เตือนว่า หากอิหร่านยังคงโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้าของอิหร่านทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์

ทรัมป์ระบุว่า หากสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านโจมตีเรือลำใดในช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ว่าจะด้วยขีปนาวุธ จรวด โดรน หรืออาวุธประเภทใดก็ตาม สหรัฐฯ จะดำเนินการทิ้งระเบิดและทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้า 1 แห่ง โดยอาจรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ติดกับกรุงเตหะราน หรือภายในเมืองหลวงของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการประกาศและการข่มขู่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจำกัดหรือปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญของโลก

มาเลเซียระบุว่า ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ เป็นเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่มีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างเอเชียและยุโรป และการขัดขวางการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่เพียงประเทศในภูมิภาคเท่านั้น

ด้านสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักข่าว AFP รายงานโดยอ้างคำกล่าวของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา มีกำหนดพบกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม ที่กรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม สื่อไทยรายงานว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 3-4 สิงหาคม โดยรัฐบาลไทยเตรียมนำประเด็นปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกเข้าหารือ พร้อมขอความร่วมมือจากรัฐบาลเมียนมาเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์และจีนยังคงตึงเครียด หลัง มาเรีย เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ หารือกับ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่กรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 22 ก.ค. โดยฟิลิปปินส์ได้ยื่นประท้วงอย่างรุนแรงต่อรัฐบาลจีน จากกรณีเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศในทะเลจีนใต้ช่วงต้นสัปดาห์

กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า การหารือดังกล่าวจัดขึ้นนอกรอบการประชุมระดับภูมิภาค โดยทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการเปิดช่องทางสื่อสาร การสร้างความเข้าใจร่วมกัน และการเพิ่มมาตรการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างกัน

ด้านธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.75% หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 1.00% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องค่าเงินรูเปียห์ และสร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุน

ในการประชุมนโยบายการเงินระยะเวลา 2 วัน ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ธนาคารกลางอินโดนีเซียยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 4.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ที่ 6.50% พร้อมเดินหน้ามาตรการสนับสนุนเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

#ข่าวต่างประเทศ #ตะวันออกกลาง #ฮูตี #อิหร่าน #ทรัมป์ #ช่องแคบฮอร์มุซ #ทะเลแดง #หุ้นเอเชีย #ตลาดหุ้นวันนี้ #เศรษฐกิจโลก #ราคาน้ำมัน #ข่าวเศรษฐกิจวันนี้ #การลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...