โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หนุ่ม 32 ร้อง ‘สายไหมต้องรอด’ ปมฉี่ม่วงปี 61 ศาลไม่ฟ้อง แต่ชื่อคดียังติดระบบ กระทบหางาน 9 ปี

เดลินิวส์

อัพเดต 6 กันยายน 2569 เวลา 21.38 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
หนุ่มวัย 32 ร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกตำรวจ สน.ยานนาวา ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเมื่อปี 61 ทั้งที่ผลตรวจโรงพยาบาลไม่พบสารและศาลมีคำสั่งไม่ฟ้อง อ้างชื่อคดียังอยู่ในระบบจนหางานไม่ได้ ล่าสุด ผกก.สน.ยานนาวา แจงอัยการส่งหนังสือยุติเรื่องแล้ว เตรียมประสานกองทะเบียนประวัติอาชญากรลบข้อมูล พร้อมนัดผู้เสียหาย 7 ก.ย.นี้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่ ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. นายสีหราช ลาวิน หรือฟลุ๊ค อายุ 32 ปี เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 61 เวลาประมาณ 23.55 น. ตนเองถูกตำรวจ สน.ยานนาวา เรียกตรวจรถจักรยานยนต์ขณะขับและขอตรวจปัสสาวะ ซึ่งตำรวจอ้างว่าปัสสาวะตนเองมีสีม่วง แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้เสพยามาแน่นอน แต่ตำรวจก็ให้ตนเองไปตรวจร่างกายอีกครั้งที่โรงพยาบาล แต่ตนไม่มั่นใจในปัสสวะตนเองที่ตำรวจเอาไปตรวจ จึงขอให้พยาบาลที่โรงพยาบาลที่ตนไปตรวจนั้น ดำเนินการตรวจปัสสาวะใหม่อีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันเดียวกัน แต่การตรวจต้องใช้เวลา ทำให้ระหว่างนั้นตำรวจส่งตนไปศาล ซึ่งตนก็ยืนยันต่อศาลว่าไม่ได้เสพยามาอย่างแน่นอน และขอประกันตัวในชั้นศาลออกมาสู้คดี แต่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายและสู้คดี ตนก็ต้องไปบำบัดยาเสพติด ซึ่งทำให้ตนเองเสียงาน ลาบ่อย จนถูกไล่ออก จนกระทั่งวันส่งฟ้อง ตนก็มาศาล ศาลพิพากษาไม่สั่งฟ้องและคืนเงินประกัน

ส่วนผลตรวจร่างกายโดยละเอียดที่ออกมาจากโรงพยาบาลก็ระบุว่าไม่มีสารเสพติดในร่างกาย คราวนี้ตนก็เข้าใจว่าเรื่องคดีน่าจะจบลงเพราะศาลไม่สั่งฟ้อง จากนั้นตนก็ออกมาสมัครงาน ทำได้ประมาณ 1-2 เดือนก็ถูกให้ออก เป็นอยู่แบบนี้หลายครั้งหลายปี จนกระทั่งปี 69 ตนไปสมัครไรเดอร์ก็ถูกถามว่ามีประวัติถูกดำเนินคดีมาหรือไม่ ตนก็บอกไปว่า ไม่มี เพราะเข้าใจว่าคดีจบไปหมดแล้วและตนก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่บริษัทของไรเดอร์บอกว่าพบประวัติถูกดำเนินคดีเมื่อปี 61 ตอนนั้นตนตกใจ จึงไปพบตำรวจที่ สน.ยานนาวา เพื่อขอให้เอาประวัติคดีออกจากระบบ ทางตำรวจก็แจ้งว่า ตำรวจคนที่ทำคดีได้ย้ายไปที่อื่นแล้ว และคดีก็ค้างอยู่ที่ สน. ไม่ได้มีการส่งเรื่องไปแก้ไขเอาชื่อออกให้ ซึ่งตำรวจที่ตามเรื่องให้ก็ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะเอาชื่อออกให้ แต่ไม่นานตำรวจคนนั้นก็ย้ายไปที่อื่น ทำให้ตนเองไม่รู้จริงๆ ว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะไม่เคยโดนคดีมาก่อนเลยไม่รู้ขบวนการขั้นตอนอะไรเลย

นายสีหราช ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า วันที่ตำรวจเรียกและขอตรวจปัสสาวะนั้น กระบอกที่ใส่ปัสสาวะอาจจะไม่สะอาด หรือมีการเจือปนปัสสาวะของบุคคลอื่นหรือไม่ จึงทำให้ปัสสาวะของตนเองเป็นสีม่วง อีกทั้งที่ตนเองขอพยาบาลตรวจใหม่กลับไม่มีสารเสพติด ทั้งที่ทั้งหมดเกิดขึ้นในวันเดียวกัน

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เผยว่า สำหรับกรณีนี้ ตนเองจะประสานไปยัง พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา เพื่อดำเนินการติดตามให้ รวมถึงจะประสานไปยังโฆษก ตร. ในการให้เยียวยาผู้เสียหาย เพราะที่ผ่านมา มันเกิดความผิดพลาดทำให้ผู้เสียหายเสียโอกาสในการทำงาน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา ถึงกรณีดังกล่าว โดยชี้แจงว่า เหตุที่เรื่องคดีค้างในระบบยาวนานนั้น เกิดจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีในขณะนั้นย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่น โดยไม่ได้ทำเรื่องส่งรายงานผลกลับมา ส่งผลให้เอกสารสำนวนคดีหายไปจากระบบ เมื่อผู้เสียหายมาติดตาม เรื่องจึงไม่คืบหน้า โดยตอนนี้ตนได้สั่งการให้รวบรวมสำนวนใหม่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องเสนอไปยังพนักงานอัยการ เรียบร้อยแล้ว โดยมีความเห็นควรให้ “ยุติเรื่อง” ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา ทางพนักงานอัยการได้ส่งหนังสือยุติเรื่องตอบกลับมาแล้ว ซึ่งทางผู้เสียหายก็รับทราบขั้นตอนนี้อยู่แล้วว่าทางตำรวจได้ดำเนินการทำหนังสือแจ้งไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพื่อลบประวัติออกจากระบบทันที ซึ่งกระบวนการถอนชื่อใช้เวลาไม่นาน โดยในวันที่ 7 ก.ย. 69 เวลา 09.30 น. ตำรวจ สน.ยานนาวา ได้นัดหมายให้ผู้เสียหายมาพบเพื่อดำเนินการให้เสร็จสิ้นขั้นตอน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...