โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ชา-กาแฟ” ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์ รู้เวลา-ปริมาณที่เหมาะสม

เดลินิวส์

อัพเดต 7 สิงหาคม 2569 เวลา 17.51 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ชาและกาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่อยู่คู่โต๊ะทำงานของคนจำนวนมาก เพราะนอกจากช่วยเพิ่มความสดชื่นและกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ยังช่วยให้ผ่อนคลายและเพิ่มสมาธิระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม การดื่มชาและกาแฟให้ได้ประโยชน์ ควรใส่ใจทั้งช่วงเวลาที่ดื่ม ปริมาณกาเฟอีน รวมถึงส่วนผสมที่เติมลงไปด้วย

ดื่มชา-กาแฟตอนไหนจึงเหมาะสม? หลายคนคุ้นเคยกับการดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นนอน แต่ร่างกายจะมีการหลั่งคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตื่นตัวตามธรรมชาติในช่วงเช้า การรอให้เวลาผ่านไประยะหนึ่งก่อนดื่มกาแฟจึงอาจช่วยให้ได้รับประโยชน์จากกาเฟอีนโดยไม่ต้องพึ่งพากาเฟอีนทันทีหลังตื่น

โดยทั่วไป หากต้องการดื่มกาแฟในช่วงเช้า อาจรอประมาณ 1-2 ชั่วโมงหลังตื่นนอน ส่วนผู้ที่ไวต่อกาเฟอีนควรหลีกเลี่ยงกาแฟในช่วงบ่ายหรือเย็น เพราะกาเฟอีนอาจรบกวนการนอนหลับ แม้จะดื่มก่อนเข้านอนหลายชั่วโมงก็ตาม

สำหรับชา สามารถดื่มได้ในช่วงเช้าหรือระหว่างวัน แต่ควรคำนึงถึงปริมาณกาเฟอีนเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะชาดำและชาเขียวที่ชงเข้มข้น หากดื่มช่วงเย็นอาจทำให้นอนหลับยากในบางคน นอกจากนี้ หากต้องการลดผลกระทบต่อการดูดซึมธาตุเหล็ก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาพร้อมมื้ออาหาร โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงขาดธาตุเหล็ก

ปริมาณกาเฟอีนที่เหมาะสมต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีโดยทั่วไป ปริมาณกาเฟอีนรวมไม่ควรเกินประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรดื่มถึงระดับดังกล่าว เนื่องจากปริมาณกาเฟอีนในกาแฟและชาแตกต่างกันตามชนิด ปริมาณที่ใช้ และวิธีการชง

กาแฟหนึ่งแก้วอาจมีกาเฟอีนตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงมากกว่า 100 มิลลิกรัม ขณะที่ชาเขียวหรือชาดำโดยทั่วไปมีกาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟ ดังนั้น หากดื่มทั้งชาและกาแฟในวันเดียวกัน ควรนับกาเฟอีนรวมจากเครื่องดื่มทุกชนิด ไม่ใช่แยกนับเฉพาะกาแฟหรือชา

การได้รับกาเฟอีนมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการใจสั่น กระสับกระส่าย วิตกกังวล ปวดศีรษะ หรือรบกวนการนอนหลับได้ ผู้ที่มีความไวต่อกาเฟอีนจึงอาจต้องจำกัดปริมาณให้ต่ำกว่าคำแนะนำทั่วไป

ชาและกาแฟดื่มในวันเดียวกันได้หรือไม่? คำตอบคือได้ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงควบคุมปริมาณกาเฟอีนรวมให้เหมาะสม ตัวอย่างเช่น ดื่มกาแฟในช่วงเช้าเพื่อช่วยเพิ่มความตื่นตัว แล้วเปลี่ยนเป็นชาในช่วงบ่าย แต่ควรเลือกชาที่ไม่เข้มข้นเกินไปและไม่ดื่มใกล้เวลานอน

นอกจากกาเฟอีนแล้ว ชาและกาแฟยังมีสารประกอบจากพืชที่น่าสนใจ โดยกาแฟมีกรดคลอโรจีนิกและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ส่วนชามีสารกลุ่มคาเทชิน โดยเฉพาะในชาเขียว และสารประกอบอื่นที่อยู่ระหว่างการศึกษาถึงผลต่อสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม คุณค่าของเครื่องดื่มอาจเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเติมน้ำตาล นมข้น ครีมเทียม หรือไซรัปในปริมาณมาก กาแฟหรือชาที่มีน้ำตาลสูงจึงไม่ควรถูกมองว่าให้ประโยชน์เช่นเดียวกับชาและกาแฟที่ไม่เติมน้ำตาล

ดังนั้น การดื่มชาและกาแฟอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องงดเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ เพียงรู้จักควบคุมปริมาณกาเฟอีน เลือกช่วงเวลาที่ไม่กระทบการนอนหลับ เว้นระยะจากมื้ออาหารในกรณีที่ต้องการหลีกเลี่ยงผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็ก และลดการเติมน้ำตาลหรือส่วนผสมที่ให้พลังงานสูง เท่านี้ก็สามารถดื่มชาและกาแฟ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุล.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...