“ชา-กาแฟ” ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์ รู้เวลา-ปริมาณที่เหมาะสม
ดื่มชา-กาแฟตอนไหนจึงเหมาะสม? หลายคนคุ้นเคยกับการดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นนอน แต่ร่างกายจะมีการหลั่งคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตื่นตัวตามธรรมชาติในช่วงเช้า การรอให้เวลาผ่านไประยะหนึ่งก่อนดื่มกาแฟจึงอาจช่วยให้ได้รับประโยชน์จากกาเฟอีนโดยไม่ต้องพึ่งพากาเฟอีนทันทีหลังตื่น
โดยทั่วไป หากต้องการดื่มกาแฟในช่วงเช้า อาจรอประมาณ 1-2 ชั่วโมงหลังตื่นนอน ส่วนผู้ที่ไวต่อกาเฟอีนควรหลีกเลี่ยงกาแฟในช่วงบ่ายหรือเย็น เพราะกาเฟอีนอาจรบกวนการนอนหลับ แม้จะดื่มก่อนเข้านอนหลายชั่วโมงก็ตาม
สำหรับชา สามารถดื่มได้ในช่วงเช้าหรือระหว่างวัน แต่ควรคำนึงถึงปริมาณกาเฟอีนเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะชาดำและชาเขียวที่ชงเข้มข้น หากดื่มช่วงเย็นอาจทำให้นอนหลับยากในบางคน นอกจากนี้ หากต้องการลดผลกระทบต่อการดูดซึมธาตุเหล็ก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาพร้อมมื้ออาหาร โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงขาดธาตุเหล็ก
ปริมาณกาเฟอีนที่เหมาะสมต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีโดยทั่วไป ปริมาณกาเฟอีนรวมไม่ควรเกินประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรดื่มถึงระดับดังกล่าว เนื่องจากปริมาณกาเฟอีนในกาแฟและชาแตกต่างกันตามชนิด ปริมาณที่ใช้ และวิธีการชง
กาแฟหนึ่งแก้วอาจมีกาเฟอีนตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงมากกว่า 100 มิลลิกรัม ขณะที่ชาเขียวหรือชาดำโดยทั่วไปมีกาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟ ดังนั้น หากดื่มทั้งชาและกาแฟในวันเดียวกัน ควรนับกาเฟอีนรวมจากเครื่องดื่มทุกชนิด ไม่ใช่แยกนับเฉพาะกาแฟหรือชา
การได้รับกาเฟอีนมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการใจสั่น กระสับกระส่าย วิตกกังวล ปวดศีรษะ หรือรบกวนการนอนหลับได้ ผู้ที่มีความไวต่อกาเฟอีนจึงอาจต้องจำกัดปริมาณให้ต่ำกว่าคำแนะนำทั่วไป
ชาและกาแฟดื่มในวันเดียวกันได้หรือไม่? คำตอบคือได้ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงควบคุมปริมาณกาเฟอีนรวมให้เหมาะสม ตัวอย่างเช่น ดื่มกาแฟในช่วงเช้าเพื่อช่วยเพิ่มความตื่นตัว แล้วเปลี่ยนเป็นชาในช่วงบ่าย แต่ควรเลือกชาที่ไม่เข้มข้นเกินไปและไม่ดื่มใกล้เวลานอน
นอกจากกาเฟอีนแล้ว ชาและกาแฟยังมีสารประกอบจากพืชที่น่าสนใจ โดยกาแฟมีกรดคลอโรจีนิกและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ส่วนชามีสารกลุ่มคาเทชิน โดยเฉพาะในชาเขียว และสารประกอบอื่นที่อยู่ระหว่างการศึกษาถึงผลต่อสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม คุณค่าของเครื่องดื่มอาจเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเติมน้ำตาล นมข้น ครีมเทียม หรือไซรัปในปริมาณมาก กาแฟหรือชาที่มีน้ำตาลสูงจึงไม่ควรถูกมองว่าให้ประโยชน์เช่นเดียวกับชาและกาแฟที่ไม่เติมน้ำตาล
ดังนั้น การดื่มชาและกาแฟอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องงดเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ เพียงรู้จักควบคุมปริมาณกาเฟอีน เลือกช่วงเวลาที่ไม่กระทบการนอนหลับ เว้นระยะจากมื้ออาหารในกรณีที่ต้องการหลีกเลี่ยงผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็ก และลดการเติมน้ำตาลหรือส่วนผสมที่ให้พลังงานสูง เท่านี้ก็สามารถดื่มชาและกาแฟ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุล.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS