โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถ้ายังปล่อยคาร์บอนเท่าเดิม โลกจะร้อนเกินเป้า 1.5 องศา ในอีกแค่ 5 ปี 2 เดือน

Environman

เผยแพร่ 04 พ.ค. 2567 เวลา 02.00 น.

ถ้ายังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างคงที่เหมือนในปัจจุบัน ความร้อนเฉลี่ยโลกจะสูงเกินเป้า 1.5 องศาเซลเซียสในอีกแค่ 5 ปี 2 เดือน

“1.5 องศาเซลเซียส” คืออุณหภูมิโลกที่เราจะต้องพยายามควบคุม ไม่ให้โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มสูงกว่าตัวเลขนี้ ถ้านับจากช่วงก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม ตามที่ได้ตกลงและลงนามกันไว้ใน “ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) เพราะถ้าอุณหภูมิโลกของเราสูงเกินนี้ เรา มนุษย์ และทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกอาจต้องเจอกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คลื่นความร้อนที่อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต น้ำท่วมและไฟป่า น้ำแข็งขั้วโลกที่ละลาย ภัยแล้งที่มีผลต่อ ด้านการเกษตร ความหลากหลายของระบบนิเวศถูกรบกวนและอีกมากมาย เพื่อที่จะกำหนดอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศา ทั่วโลกจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 43% ภายในปี 2030 และไปให้ถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2070

ทว่า จากรายงานของ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) ที่อัพเดทข้อมูลการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของปี 2021 และวิเคราะห์ออกมาในรายงาน Sixth Assessment Report เผยว่า ถ้ายังคงมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คงที่เฉกเช่นตอนนี้ เราอาจจะถึงและเกินเป้าหมายไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสในอีกไม่ถึง 6 ปี และเป้าหมายไม่เกิน 2 องศาเซลเซียสไม่เกิน 22 ปี

นาฬิกาสภาพภูมิอากาศ Carbon Clock จาก Mercator Research Institute Global Commons and Climate Change ได้รวบรวมข้อมูลที่ IPCC วิเคราะห์ออกมา และทำออกมาเป็นนาฬิกาวรับถอยหลังว่าเราจะเกินเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียสและ 2 องศาเซลเซียสเมื่อไหร่ ซึ่งถ้านับจากวันที่ 2 พฤษภาคม 2024 เมื่อเทียบกับอุณหภูมิยุคก่อนอุตสาหกรรม โลกเราจะร้อนขึ้นเกินเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียสในอีก 5 ปี 2 เดือน 19 วัน หรือประมาณช่วงเดือนกรกฎาคม 2029 และเมื่อเทียบกับอุณหภูมิยุคก่อนอุตสาหกรรม โลกเราจะร้อนขึ้นเกินเป้าหมาย 2 องศาเซลเซียสในอีก 22 ปี 11 เดือน 28 วัน หรือประมาณช่วงเดือน เมษายน 2046

และเมื่อถึงเวลาเหล่านั้นตามที่นาฬิกาคาดไว้ เราจะไม่สามารถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่านี้อีกเลย หากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียส อาจทำให้โลกเผชิญจุดพลิกผันด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate tipping points) ที่ไม่สามารถหวนคืนได้ น้ำแข็ง-ชั้นดินเยือกแข็งละลาย ปะการังตายหมู่ พายุรุนแรงขึ้น สภาพอากาศสุดขั้วและแปรปรวนขึ้น และระบบนิเวศที่สมบูรณ์อาจหายไป

งานวิจัยใหม่ที่ได้รับทุนจาก NASA เผยว่า ถ้าอุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อนับจากยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม ธารน้ำแข็งทั่วโลก 50% อาจหายไป และทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 3.5 นิ้วต่อปี ภายในปี 2100

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นข้อมูลเมื่อนับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับของปี 2021 ถ้าปี 2024 นี้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นหรือน้อยลง ตัวเลขปีอาจเปลี่ยนแปลงไป

ดังนั้น ตัวเลข 1.5 จึงสำคัญ ยังพอให้ระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตชีวิตฟื้นตัวได้จากความเสียหายบ้าง แต่ ‘บางภูมิภาคและระบบนิเวศที่เปราะบาง’ มีความเสี่ยงสูงที่จะล่มสลาย หากโลกสามารถรักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่านี้ได้ ก็อาจจะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรง

#แล้วเราเข้าใกล้ 1.5°C แค่ไหน?

ในรายงานเมื่อปี 2022 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่าโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1.15°C ซึ่งถือว่าตัวเลขนี้เย็นกว่าที่คาดไว้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าปรากฎการณ์สภาพอากาศแบบวัฏจักรลานีญานั้น มีส่วนช่วยให้โลกเย็นลงชั่วคราว

แต่ในรายงานล่าสุดเมื่อต้นปี 2024 ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าปี 2023 ที่ผ่านมาโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเตะระดับ 1.45°C แล้ว ซึ่งยังคงต้องรอการตรวจวัดในระยะยาวอีกครั้งถึงจะบอกได้ว่าตัวเลขนี้จะเป็นตัวเลขถาวรหรือไม่ ซึ่งทาง WMO ประเมินไว้ว่าอาจจะแกว่งอยู่ที่ 1.1-1.8°C เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม

ที่มา

ทำไมต้อง 1.5 องศาเซลเซียส - https://www.facebook.com/environman.th/posts/720958143579816

That’s how fast the Carbon Clock is ticking https://www.mcc-berlin.net/en/research/co2-budget.html

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...