TikTok Tics : อาการกล้ามเนื้อกระตุกที่พบมากในเด็กยุคโซเชียลฯ
คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการกระตุก เช่น สะบัดคอไปมา พยักหน้าซ้ำๆ ยักคิ้ว ย่นจมูก กระพริบตาบ่อยๆ หรือพูดบ่นพึมพำในลำคอ เวลาเล่นโทรศัพท์มือถือไหมคะ…โรค Tics หรือ Tic disorder คืออาการกระตุกของกล้ามเนื้อในร่างกายที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เกิดได้จากสาเหตุหลายประการ เช่น พันธุกรรม การติดเชื้อ หรือความผิดปกติของระบบสารเคมีในสมอง แต่ในยุคที่โซเชียลมีเดียและกระแสของ tiktok เป็นที่นิยมในหมู่เด็กและวัยรุ่นมากเป็นพิเศษ จึงเกิดการนิยามคำเรียกอาการติกส์ขึ้นใหม่ว่า TikTok Tics ซึ่งเกิดจากงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า การปล่อยให้เด็กดูคลิปสั้นใน TikTok มากเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของสมองได้Carole Fleck บรรณาธิการบริหาร ADDitude magazine ได้เขียนบทความเผยข้อมูลว่าตั้งแต่ปี 2020 พบวัยรุ่นจำนวนมากเริ่มมีอาการกระตุกผิดปกติจนต้องเข้ารับการรักษามากขึ้น Davide Martino นักประสาทวิทยาจาก University of Calgary neurologist กล่าวว่า นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาการ TikTok Tics อาจกำลังเป็นโรคระบาดที่ซ่อนอยู่ในโรคระบาดอีกทีแม้ TikTok Tics จะเป็นเพียงนิยามที่เกิดขึ้นใหม่และยังไม่มีการระบุว่าเป็นกลุ่มโรคที่แท้จริง แต่ก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่า อาการดังกล่าว เกิดจากการใช้โซเชียลมีเดียและดูคลิปสั้นมากเกินไป อาจมีส่วนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้แล้วคุณพ่อคุณแม่จะป้องกันลูกจากผลกระทบของ TikTok และโซเชียลมีเดียได้อย่างไร ลองมาทำความเข้าใจไปพร้อมกับบทความนี้นะคะ1. กำหนดเวลาใช้งานโซเชียลมีเดียให้ลูก
คุณพ่อคุณแม่อาจให้ลูกหลีกเลี่ยงการใช้โซเชียลมีเดีย หรือดูหน้าจอ แค่ในช่วงวัยหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อลูกโตถึงวัยหนึ่ง การปิดกั้นอาจส่งผลเสียอื่นๆ ตามมามากกว่า ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรกำหนดการเวลาการใช้งานหน้าจอและโซเชียลมีเดียของลูกให้เหมาะสมตามช่วงวัย2. เด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปี ไม่ควรมีบัญชีโซเชียลมีเดียเป็นของตนเอง
กฎข้อบังคับของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย มักกำหนดอายุของผู้ใช้บัญชีว่าเด็กที่อายุที่ต่ำกว่า 13 ปี ไม่สามารถสร้างบัญชีส่วนตัวได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรระมัดระวังการใช้งานและเสพสื่อจากโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด3. สื่อสารกับลูกด้วยเทคนิค I-Messege
I-Message คือเทคนิคการสื่อสารเชิงบวก เพื่อทำให้ผู้ฟังเปิดใจรับฟังมากขึ้น รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ฟังเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น โดยมักใช้การพูดเชิญชวน จูงใจ ในการบอกให้ทำ มากกว่าการห้าม ออกคำสั่ง หรือต่อว่าเมื่อลูกทำผิดเช่น เมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกหมกมุ่นอยู่กับโซเชียลมีเดียนานเกินไป จึงอยากให้ลูกหยุดเล่นโทรศัพท์มือถือ ลองเปลี่ยนจากการออกคำสั่งให้ลูกวางโทรศัพท์เดี๋ยวนี้! เป็นการพูดจูงใจลูกว่า แม่อยากให้ลูกวางโทรศัพท์แล้วมาช่วยแม่ทำอาหารหน่อยได้ไหมคะ4. คุณพ่อคุณแม่คือหัวใจสำคัญ
ไม่ว่าสาเหตุของอาการกล้ามเนื้อกระตุกตอนใช้โทรศัพท์มือถือจะเกิดจากอะไร แต่การให้เด็กใช้เวลาอยู่กับหน้าจอนานๆ ก็ไม่เป็นผลดีกับเด็กอย่างแน่นอน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่คือคนสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาลูกติดจอ หรือใช้เวลากับโซเชียลมีเดียมากเกินไปได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะการทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี หรือการให้เวลา ใส่ใจ และการมีกิจกรรมที่ทำให้ลูกได้ใช้เวลากับการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของตัวเอง หรือใช้เวลากับคุณพ่อคุณแม่ก็จะช่วยปกป้องลูกให้ห่างจากโซเชียลมีเดียมากขึ้นได้อ้างอิงfuturismViceVoathaisosthailand