โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เจิ้งซูอี้ กลับมาครั้งนี้ต้องดีกว่าเดิม (ยุค80)

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2566 เวลา 16.31 น. • ซูเจิน
เมื่อชาติก่อน เธอถูกพี่สาวและคนรักหักหลังจนทำให้เธอนั้นต้องตาย แต่เมื่อเธอได้กลับมาแล้ว อย่าหวังเลยว่าจะรังแกเธอได้อีก

ข้อมูลเบื้องต้น

ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่านที่หลงกันเข้ามานะคะ

นิยายเรื่องนี้ไรท์แต่งขึ้นโดยที่ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์แต่อย่างไร

สถานที่และตัวละครต่างๆไม่มีอยู่จริง

อย่างไรแล้ว ก็อย่าลืมกด fab เข้าชั้นหนังสือกันด้วยนะคะจะได้ไม่พลาดการอัพเดต

นิยายเรื่องนี้ไรท์ติดเหรียญแบบถาวรเช่นเคยนะคะ ในราคาตอนละ 2 เหรียญเหมือนเดิม หรือก็คือ 1 บาทค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามนะคะ

…ซูเจิน…

1

เจิ้งซูอี้ กลับมาครั้งนี้ต้องดีกว่าเดิม

“ก็ฉันบอกแล้วยังไงว่าฉันไม่ได้ทำ….ไม่ได้ทำ” เจิ้งซูอี้ นอนพึมพำอยู่แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บนข้อมือของเธอนั้นมีบาดแผลเหมือนถูกของมีคมกรีด ใช่..เธอกรีดข้อมือตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย

ดวงตาเหม่อลอยของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความตัดพ้อที่ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรออกมาก็ไม่มีคนเชื่อเธอ แม้แต่คนที่บอกว่ารักเธอ

ก่อนหน้าที่เธอจะตัดสินใจทำแบบนี้…

“เจิ้งซูอี้!!!” เสียงชายหนุ่มเรียกคนรักเสียงดัง เมื่อเข้ามาที่ห้องนอนแล้วเห็นว่าเธอนั้นกำลังกอดอยู่กับผู้ชายคนอื่นที่เขานั้นไม่เคยที่จะรู้จักมาก่อน

“อ๊ะ!!! พี่จื่อฉี” เจิ้งซูอี้ร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะก่อนหน้านี้เธอเข้ามาหยิบของ แต่อยู่ดีๆเธอก็ถูกผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาโอบกอด เธอพยายามฝืนตัวเอาไว้แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่เป็นผลเพราะผู้ชายคนนี้แข็งแรงมาก

“ไหนคุณบอกว่าจะมาเอาของ แล้วนี่อะไร คุณกล้านอกใจผมอย่างนั้นหรอ???” หวังจื่อฉีถามคนรักเสียงดัง ที่เขาต้องเข้ามาตามก็เพราะว่าเธอเข้ามาที่ห้องนานแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นออกไปเสียที ไม่คิดเลยว่าเธอจะแอบเขามาทำเรื่องแบบนี้

“ฉันเปล่านะคะ” เจิ้งซูอี้ส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมกับพยายามแกะมือที่โอบรัดเธออยู่

“แล้วไอ้ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ถึงมาอยู่ที่ห้องนอนของเธอได้” หวังจื่อฉีชี้หน้าผู้ชายคนนั้น ที่ตอนนี้ก็ยังเอาแต่กอดรัดคนรักของเขาอยู่

“คือ…” เจิ้งซูอี้ไม่ทันจะพูดอะไรผู้ชายที่กอดรัดตัวเธออยู่ก็พูดออกมาเสียก่อน

“เธอก็บอกไปสิที่รัก ว่าฉันเองก็เป็นคนรักของเธอเหมือนกัน เราคบหากันได้สักพักแล้ว” ชายคนนั้นพูดใส่เจิ้งซูอี้ และหันหน้าไปหาหวังจื่อฉีพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย

“มะ..ไม่ใช่นะ” เจิ้งซูอี้พยายามที่จะปฏิเสธสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดออกมา เขาพูดออกมาได้ยังไงว่ารักกัน แม้แต่หน้าเขาเธอก็ไม่เคยเห็น

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ แล้วผู้ชายคนนี้ใครกัน???” เจิ้งหลานอี้พี่สาวของเจิ้งซูอี้ที่ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันก็รีบวิ่งเข้ามา ก็เห็นว่าตอนนี้น้องสาวของเธออยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนหนึ่ง

“ฮึ ก็ชู้รักซูอี้น่ะสิ มันบอกว่าเป็นคนรักของเธอ” หวังจื่อฉีพูดเสียงสะบัดออกมา เขาไม่คิดเลยว่าจะถูกหญิงสาวหลอกได้ ทั้งที่คิดว่าเธอนั้นซื่อบื้อมาตลอด แต่ตอนนี้ทำไมถึงได้ทำตัวน่ารังเกียจแบบนี้ ผู้หญิงอะไรไร้ยางอาย

“ซูอี้ น้องทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างหรือเปล่า เธอมีพี่จื่อฉีเป็นคนรักอยู่แล้วเธอกล้าที่จะไปคบหากับคนอื่นอีกหรอ” เจิ้งหลานอี้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ถามน้องสาวทันที โดยที่ไม่คิดจะถามไถ่น้องสาวเสียก่อนว่าเรื่องมันเป็นยังไง

“พี่คะฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นเลยนะคะ” เจิ้งซูอี้ส่ายหน้า ตอนนี้เธอไม่รู้อะไรแล้ว ว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นนั้นมันเป็นยังไง เธอมีแต่ความกังวลไปหมด

“ซูอี้ เราเลิกกันเถอะ ผมรับไม่ได้หรอกนะที่คนรักของผมจะทำตัวไร้ยางอายแบบนี้” พูดจบชายหนุ่มก็สะบัดหน้าเดินออกไป หวังจื่อฉีที่เกิดความไม่พอใจจึงได้ขอเลิกกับเจิ้งซูอี้ เขาไม่ชอบใช้ผู้หญิงร่วมกันกับใคร นี่ถึงขนาดที่เข้าห้องนอนกันได้ ก็แสดงว่าทั้งสองคนต้องได้เสียกันแล้วอย่างแน่นอน มีแต่เขานี่แหละที่คบหามาเป็นปี แม้แต่มือก็ไม่ได้จับ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหนัก

“พี่จื่อฉีคะ ฟังฉันก่อน พี่คะ” เจิ้งซูอี้ที่หลุดออกจากอ้อมแขนผู้ชายคนนั้นได้แล้ว ก็ตั้งท่าจะวิ่งตามชายคนรักออกไป

“นี่เธอจะไปไหน เธอต้องจัดการเรื่องนี้ก่อน ส่วนพี่จื่อฉีเดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง” เจิ้งหลานอี้ดักน้องสาวเอาไว้ เธออาสาที่จะไปจัดการเรื่องนี้แทนน้องสาวเอง

“พี่คะช่วยพูดกับพี่จื่อฉีให้ฉันด้วยนะคะ” เจิ้งซูอี้จับมือพี่สาวเอาไว้ พร้อมกับพูดขอร้องทั้งน้ำตา เธอเชื่อว่าพี่สาวของเธอคนนี้จะสามารถไปปรับความเข้าใจกับคนรักของเธอได้ เพราะที่ผ่านมาเวลาที่เธอและคนรักมีปัญหาอะไรก็จะเป็นพี่สาวเธอนี่แหละที่คอยจัดการให้

“อืม ฉันจะจัดการให้”

2

เจิ้งซูอี้ กลับมาครั้งนี้ต้องดีกว่าเดิม

“อาทิตย์หน้าเธอต้องแต่งงานกับหลินโยว่” นี่เป็นคำตัดสินของเจิ้งหลานอี้พี่สาวของเจิ้งซูอี้ เพราะคนทั้งสองคนนั้นอยู่กันสองคนพี่น้อง พ่อแม่เสียชีวิตไปพร้อมกับโรคระบาดเมื่อหลายปีก่อน แต่ดีที่ครอบครัวของเธอนั้นพอมีฐานะอยู่บ้าง ทั้งสองคนจึงไม่ได้อยู่แบบลำบากมากนัก

ครอบครัวของเธอไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก เพราะพ่อแม่ของเธอนั้นย้ายมาอยู่ที่นี่ ซึ่งบ้านเกิดของพวกท่านนั้นอยู่ที่ชนบทอันห่างไกล ซึ่งท่านทั้งสองก็ไม่เคยพากลับไปเยี่ยมเยียน พวกเธอก็เลยเหมือนกับว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก จะมีเพียงก็แค่สองคนพี่น้องเท่านั้น

“พี่คะ…” เจิ้งซูอี้เรียกพี่สาวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ดวงตาของเธอบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก เธอไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วกับเรื่องนี้ ทั้งเรื่องแต่งงานและกับคนที่เธอรัก

เมื่อวานนี้หลังจากที่พี่สาวเธอกลับมาจากการตามไปพูดคุยกับหวังจื่อฉี เธอก็ได้รับคำตอบที่แสนเศร้า เพราะหวังจื่อฉีนั้นไม่ต้องการกับมาคบหากับเธออีก ขอให้ต่างคนต่างอยู่ เพราะเขานั้นทำใจไม่ได้ที่ต้องมาเห็นคนรักนอกกายนอกใจ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำจริงๆแต่ความเชื่อใจที่เคยมีมันหมดไปแล้ว มันไม่มีอะไรที่จะรับประกันได้เลยว่าเรื่องแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก

“ฉันไม่อยากแต่งค่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด พี่เองก็น่าจะรู้จักฉันดีนี่คะว่าฉันไม่มีทางทำแบบนั้นแน่” เจิ้งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น เธอพยายามที่จะอธิบายแล้ว แต่พี่สาวของเธอก็ยังยืนยันให้เธอแต่งงาน ดวงตาของเธอสั่นไหวหวังว่าพี่สาวของเธอจะเห็นใจกันสักนิด

เธอเองก็ไม่รู้ว่าพี่สาวของเธอไปพูดอะไรกับผู้ชายคนนั้น ที่เธอพึ่งมารู้ว่าเขานั้นชื่อว่าหลินโยว่ ทั้งสองคนพูดจาตกลงกันโดยที่ไม่ถามความเห็นจากเธอสักคำ

“แล้วเธอจะทำยังไง ในเมื่อผู้ชายคนนนั้นบอกว่าเธอเป็นคนรัก และคนที่เห็นว่าเธอกับหลินโยว่ยืนกอดกันก็ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว เธอแต่งงานไปเถอะนะ” เจิ้งหลานอี้พยายามที่จะพูดให้นุ่มนวนและใจเย็นที่สุด ทั้งที่จริงแล้วเธออยากจะกระชากตัวน้องสาวแล้วเขย่าๆให้ได้สตินัก ก็แค่แต่งงานมันจะอะไรกันนักกันหนา

“แต่พี่คะ…”

“เอาล่ะ ไหนๆพี่จื่อฉีก็ขอเลิกเธอแล้ว เธอเองก็ควรจะแต่งงานไปซะ เรื่องนี้อย่าทำให้เสียหายหรืออับอายไปมากกว่านี้เลย ถือว่าพี่ขอร้องล่ะ”

“….” ในเมื่อไม่มีคนรับฟังเธอ เจิ้งซูอี้ก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรออกมาอีก เธอจึงเดินเข้าห้องนอนไปพร้อมกับหยาดน้ำตาและความเสียใจ

เมื่อกลับมาที่ห้องนอนแล้วเจิ้งซูอี้ล้มตัวลงนอนบนที่นอน เธอก็รู้สึกเศร้าเสียใจมาก เธอไม่ได้ชอบพอผู้ชายคนนั้นแล้วเธอจะแต่งงานกับเขาได้ยังไง ทั้งยังเสียใจเรื่องคนรักที่ไม่เชื่อใจเธออีก ทั้งที่คบกันมาตั้งนานเขาไม่เคยรู้จักนิสัยเธอเลยอย่างนั้นหรือ

เจิ้งซูอี้และหวังจื่อฉีเจอกันครั้งแรกที่ตลาด ชายหนุ่มนั้นเข้ามาช่วยเหลือเธอตอนที่เธอนั้นกำลังถูกจะถูกโจรปล้น โชคดีที่หวังจื่อฉีนั้นพอที่จะมีวิธีการต่อสู้ จึงสามารถชนะโจรคนนั้นได้ แต่น่าเสียตายยังไม่ทันได้จับตัวมันส่งทางการมันก็วิ่งหนีไปได้เสียก่อน หลังจากนั้นเจิ้งซูอี้และหวังจื่อฉีก็สานสัมพันธ์กันเรื่อยมา

เจิ้งซูอี้ที่นอนอยู่ ก็ไม่รู้ว่ามีอะไรมาดลใจเธอ เธอเดินไปเปิดลิ้นชักที่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบมีดโกนใบใหม่ออกมา เธอเดินกลับไปที่เตียงนอนอีกครั้ง

เจิ้งซูอี้ใช้มีดโกนที่อยู่ในมือ กรีดไปที่ข้อมมือของเธอในครั้งเดียว จนมันเกิดรอยแผลลึก เลือดสีแดงก่ำไหลนองออกมาจากข้อมือของเธอจนเปรอะเปื้อนไปบนที่นอน มันเจ็บจนเธอต้องหลับตาลง แต่ความเจ็บนี้มันไม่สามารถเทียบได้กับสิ่งที่เธอพึ่งเจอมา น้ำตาค่อยๆไหลลงมาอาบแก้มของเธอมันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยสักนิด

คนอ่อนแอแบบเธอสมควรที่ต้องตายไปน่ะถูกแล้ว อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่งงานออกไปก็ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะดีกับเธอหรือเปล่า ส่วนคนที่รักก็ตัดสัมพันธ์กับเธออย่างไม่มีเยื่อใย เธอได้แต่รำพึงรำพันจนหมดลมหายใจไป…

“ก็ฉันบอกแล้วยังไงว่าฉันไม่ได้ทำ….ไม่ได้ทำ”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...