โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่อแตกหัก "เฟิร์น วรรณภา" เลิกดัน "น้องแตงโม" ลั่นทำผิดกฎหมาย "ออฟฟี่" สั่งห้ามเยี่ยม

Khaosod

อัพเดต 11 พ.ค. 2567 เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 04.20 น.

ดราม่าเกิด! เฟิร์น วรรณภา เลิกดัน น้องแตงโม อัดคลิปชี้แจงเหตุผล ลั่นอีกฝ่ายทำผิดกฎหมาย เรียกร้องเอาทนายมาคุย ส่อแววแตกหัก "ออฟฟี่" สั่งห้ามเยี่ยม

จากกรณีเน็ตไอดอลดัง “ออฟฟี่ แม็กซิม” หรือ “อรพรรณ ด่านศิริวัฒนกุล” เข้ารับการผ่าตัดสมอง 2 ครั้ง สมองซีกซ้ายมีเลือดออก พบมีเส้นเลือดโป่งพองทำให้เลือดออก ต้องผ่าตัดสมองเร่งด่วน กระทั่งปัจจุบันนี้ เธอออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวอยู่ที่บ้าน โดยมีแฟนหนุ่มคอยดูแล

ซึ่งขณะ ออฟฟี่ ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ด้านเพื่อนสนิทเฟิร์น วรรณภา ก็ได้อาสาเป็นคนดูแลเรื่องงานให้ น้องแตงโม ลูกสาวของออฟฟี่ เพื่ออยากช่วยเหลือ เห็นว่าน้องกำลังลำบาก ที่ต้องกลายมาเป็นเสาหลักแทนแม่ อยากให้น้องมีรายได้เรียนหนังสือ และมีค่ารักษาพยาบาลให้แม่ จึงให้น้องเซ็นสัญญา ให้เงินเดือน เดือนละ30,000 บาท และเมื่อมีงานจ้างติดต่อเข้ามา จะให้น้องแตงโมทั้งหมดเต็มๆโดยไม่หักเปอร์เซ็นใดๆ

ล่าสุด ดูเหมือนว่าทั้ง2ฝ่ายจะมีการแตกหักอะไรหรือไม่ หลัง เฟิร์น วรรณภา ออกมาอัดคลิปชี้แจง เรื่องที่หลายคนสงสัย ว่าทำไม่ไม่ดันน้องแตงโมแล้ว

โดย เธอเล่าว่า ที่เราไม่ดันแตงโม เพราะน้องเปลี่ยนคอนแทครับงาน ทั้งที่มีสัญญาจ้าง มีบริษัทดูแลอยู่ แถมยังไม่เข้าใจอีกว่าทำไมน้องถึงต้องรับงานเองโดยที่ไม่แจ้งบริษัท เพราะว่าปกติเวลารับงานผ่านบริษัทก็ไม่หักอยู่แล้ว ให้เต็มอยู่แล้ว แถมยังให้เงินเดือนเดือนละ 30,000 บาทอีกทุกเดือน ไม่ขาด ที่ช่วยก็เพราะสงสารออฟฟี่ที่ป่วย น้องต้องใช้จ่าย ใช้เรียนหนังสือ

เฟิร์น วรรณภา เรียกร้อง “ให้ผู้ใหญ่ทางน้องแตงโมเข้ามา เคลียร์ประเด็นที่น้องแตงโมได้เซ็นสัญญาทิ้งไว้กับทางค่าย ให้มาสรุปเลยว่าจะเอายังไง จะยุติสัญญาหรือไปต่อ เพราะว่าตอนนี้ที่ทางค่ายประชุมกัน ก็คือยังจ่ายเงินเดือนให้อยู่อย่างปกติ เพราะว่าก็ยังเอ็นดูทางออฟฟี่ที่ยังป่วยอยู่”

“น้องแตงโมได้เปลี่ยนคอนแทคการติดต่องาน ทั้งที่เราได้สรุปกันไว้แล้วว่า ต่อให้ติดต่อเข้ามาทางบริษัทเราก็ให้เต็ม แถมยังให้เงินเดือนอีก แต่การที่คุณเปลี่ยนคอนแทคงาน คือคุณผิดอยู่แล้ว เราก็ไม่เข้าใจว่าใครบอกน้องให้ทำแบบนั้น หรือน้องทำเองหรือเปล่า แต่ถ้าทำแบบนั้นทางเราฟ้องได้อยู่แล้ว แต่เราไม่ฟ้อง และเราไม่เคยฟ้อง”

“และเราก็เตือนน้องเราว่าการกระทำแบบนี้มันผิดกฎหมายนะคะ แต่น้องก็ไม่เปลี่ยนอยู่ดี อันนี้ไม่รู้ว่าเจตนาหรือตั้งใจ แต่เราไม่ว่าอะไร แล้วแต่น้อง”

“เรื่องเงินเดือนละ 30,000 บาท เราจ่ายมาโดยตลอด ให้ตลอด ให้เพราะเราช่วยเหลือ แต่ถ้าวันนี้น้องอยากจะยุติสัญญา น้องก็เข้ามาค่ะ ไม่ใช่ว่าให้เราโทรไปหาหรือโทรคุยมันไม่ถูกต้องค่ะ และให้เราส่งสัญญาไปให้ดูก็ไม่ถูกต้อง คือไม่ใช่ให้น้องแตงโมมาคนเดียว ให้ผู้ใหญ่หรือทนายเข้ามาด้วยก็ได้ค่ะ หลังวันที่ 13 เข้ามาได้เลย”

“ส่วนทางออฟฟี่ เราก็ไม่ได้นิ่งดูดาย เราก็พยายามติดต่อเข้าไปขอเยี่ยม ด้วยความที่เป็นเพื่อน ด้วยความที่ห่วงใย เลยขอเข้าไปเยี่ยม ซึ่งทางเขาก็ไม่ได้อนุญาตให้เราเข้าไปเยี่ยม ดังนั้นไม่ใช่ว่าเราไม่ติดต่อ แต่ว่าเราได้ติดต่อขอเข้าเยี่ยมแล้ว แต่ว่าเขาไม่ให้เข้าไปเยี่ยม ซื้อผลไม้เข้าไปถึงแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยม ต้องแจ้งทุกคนด้วยนะคะ ว่าทางเขาไม่ให้เราเข้าไปเยี่ยม เราติดต่อเข้าไปเยี่ยมแล้วไม่ใช่ว่าเรายุตตินะ”

“สำหรับบางคนถามว่า แล้วทำไมพี่ไม่ออกมาพูดสักที คือพี่ไปเกาหลีมา พี่ก็เลยไม่ได้ออกมาพูด ไม่ได้ออกมาชี้แจง”

“ตอนนี้ออฟฟี่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็ยังมีแฟนของเขาที่ช่วยดูแลคอฟฟี่อย่างดี ช่วยฟื้นฟูความทรงจำ ช่วยกายภาพบำบัดอย่างดี อันนี้เราก็เห็นอยู่
“เรื่องขายบ้าน วันแรกที่พี่ออกมาพูด พี่พูดเรื่องขายบ้านหลังละร้อยล้าน พี่ไม่ได้พูดเรื่องขายบ้านที่มีอยู่นะ อันนี้โปรดเข้าใจให้ถูกต้องด้วย บางคนพาดพิงพี่ไปเรื่องโน้นเรื่องนี้เรื่องนั้น ใครที่พาดพิงพี่เสียหายพี่ฟ้องนะ”

ทั้งนี้เป็นแค่เพียงฝ่าย เฟิร์น วรรณภา ที่ออกมาพูด ส่วนทางฝั่งของน้องแตงโมและออฟฟี่ ยังไม่มีการออกมาเคลื่อนไหวอะไร และยังไม่ได้เปิดเผยถึงเหตุผลว่า ทำไมถึงเปลี่ยนคอนแทครับงานเองทั้ งที่มีสัญญาจ้างอยู่ อย่างร็ตามต้องรอให้อีกฝ่ายออกมาชี้แจงด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่อแตกหัก "เฟิร์น วรรณภา" เลิกดัน "น้องแตงโม" ลั่นทำผิดกฎหมาย "ออฟฟี่" สั่งห้ามเยี่ยม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...