โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อลเวงหนัก! คดีน้ำเขียวมรณะ "สะใภ้" จุดธูปสาบานโต้วางยาฆาตกรรมแม่ผัว

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2567 เวลา 14.50 น. • RS PCL

จากรณีสาวใหญ่ หนองวัวซอ อุดรธานี ดื่มน้ำอัดลมสีเขียว น้ำลายฟูมปากดับสลด ลูกชาย อาเจียนออกมาทันรอดหวุดหวิด ส่วนสามีเชื่อถูกวางยาหวังฆ่ายกครัว

ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางมาที่บ้านของนางสาริณีผู้ตาย เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ทีมข่าวได้พบกับนางมลฤดี ลูกสะใภ้ผู้ตาย และนายศุภชัย ลูกชายผู้ตาย อยู่ที่บ้าน 2 คน ส่วนนายถวัลย์ สามีผู้ตายไม่อยู่ที่บ้าน

ต่อมาทีมข่าวจึงได้สอบถามนางมลฤดี ลูกสะใภ้ผู้ตายถึงประเด็นที่ทางชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนางสาริณีแม่สามี

โดย นางมลฤดีได้จุดธูปที่หน้าบ้าน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมบอกว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแม่สามี และยังบอกกล่าวกับดวงวิญญาณของแม่สามีให้มาเข้าฝันบอกว่าใครเป็นคนทำ ส่วนตนเองขออโหสิกรรมให้กับทุกเรื่อง

จากนั้น นางมลฤดีได้มา เปิดใจกับทางทีมข่าวว่า ตนเองมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ประมาณเกือบสี่ปีแล้ว ซึ่งยอมรับว่ามีปัญหาและมีปากเสียงกับแม่ผัวอยู่บ่อยครั้งเพราะตนเองชอบเถียงแม่สามี จึงทำให้แม่สามีไม่ค่อยพอใจตนเอง แต่ตนก็ไม่ได้ถือสาอะไรเพราะรักผู้ตายเหมือนแม่

ส่วนเรื่องที่ถูกแม่สามีเตะปาก ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นมานานแล้วประมาณต้นเดือนมิถุนายน ก่อนที่ตนเองจะกลับไปอยู่ที่บ้าน แต่ในตอนนั้นตนเองก็ไม่ได้ถือสาหรือติดใจและโกรธเคืองแม่สามีแต่อย่างใด เนื่องจากว่าตอนนั้นแม่สามีแค่เตะเฉียดปากเท่านั้น ไม่ได้โดนถึงขั้นปากแตก สาเหตุเพราะตนเถียงแม่สามีที่คอยสั่งสอนตนเองเรื่องที่ตนมักหนีเที่ยวตอนกลางคืน

ส่วนประเด็นที่แม่สามีเผาทำลายเสื้อผ้าตนเอง ไม่เป็นความจริงแม่สามีไม่เคยทำ รวมทั้ง เรื่องที่แม่สามีขู่ว่าจะล่ามโซ่ที่ตนมักหนีเที่ยวยืนยันว่าเรื่องนี้แม่สามีไม่เคยพูดออกจากปากสักครั้งไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดเรื่องนี้

ส่วนประเด็นที่ชาวบ้านสงสัยว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับแม่สามียืนยันว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะตนเองอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่ตลอด จนกระทั่งวันนี้ตนเพิ่งจะได้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกครั้งหลังจากที่แม่สามีเสียชีวิต

ส่วนในเรื่องของคดีตนก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจตนก็อยากทราบเหมือนกันว่าเป็นฝีมือใครที่กล้ามาวางยาที่บ้านจนทำให้แม่สามีกินเข้าไปและเสียชีวิต

ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางมาที่บ้านนายเหรียญ เพื่อนลูกชายผู้ตาย ซึ่งในตอนแรกพบว่าไม่มีใครอยู่ที่บ้าน ทีมข่าวจึงได้ปักหลักเฝ้ารอนายเหรียญอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งผ่านไปเกือบ 30 นาทีทีมข่าวเห็นในเหรียญขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาที่บ้าน จึงได้รีบเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับแกลลอนยาฆ่าหญ้าที่ถูกวางไว้ที่หน้าบ้าน

โดยนายเหรียญ ได้บอกกับเราว่า ยาฆ่าหญ้าที่พบอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านของตนเอง ตนเองเป็นคนวางไว้เองเพราะตนมีอาชีพรับจ้างฉีดยาฆ่าหญ้าอยู่เป็นประจำทุกวัน ซึ่งตนจะทิ้งแกลลอนยาฆ่าหญ้าไว้ที่บ้านก็ไม่แปลก

ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามวันที่เกิดเหตุนายเหรียญเดินทางไปที่บ้านของผู้ตาย โดยนายเหรียญได้บอกกับเราว่าตอนที่ขี่รถเข้าไปบ้านของผู้ตายไม่พบอะไรผิดปกติหรือผิดสังเกตไม่เห็นแม้กระทั่งรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องสงสัยขี่ผ่านหรือบุคคลที่ที่สามเดินออกมาจากบ้านผู้ตาย พบเพียงนางสาริณีผู้ตายนั่งกวาดขยะอยู่หน้าบ้าน แต่ตอนนั้นตนเองไม่ได้สังเกตว่ามีขวดน้ำเขียววางอยู่หรือไม่ ส่วนนายศุภชัยลูกชายผู้ตายตนยืนยันว่าเห็นกับตาว่านายศุภชัยมีอาการอาเจียนออกมาจริง

ส่วนกรณีที่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัย ว่า ทำไมตนเองถึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บ้านผู้ตายในเวลานี้ ซึ่งตนยืนยันว่า ที่ผ่านมาตนเองจะขี่รถจักรยานยนต์ไปเล่นกับลูกชายของผู้ตายเป็นปกติ ยืนยันว่าตนเองกับครอบครัวของผู้ตายไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกัน รวมทั้งตนไม่ใช่แก๊งหัวขโมยที่ไปขโมยทรัพย์สินของชาวบ้าน ตนเป็นเพียงขี้ยาในหมู่บ้านเท่านั้น

ขณะเดียวกันนายศุภชัย ลูกชายผู้ตาย ได้เปิดห้องนอนของแม่และพ่อให้กับทีมข่าวได้ดู เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าครอบครัวไม่ได้ไปขโมยทรัพย์สินมีค่าของใคร มาเก็บซ่อนไว้

ต่อมาทีมข่าวจึงได้สอบถามนายศุภชัยลูกชายผู้ตายถึงประเด็นที่มีคนไปขโมยทรัพย์สินมีค่าที่สถานปฎิบัติธรรมห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร และที่บ้านสวนของนายพงษ์

โดยนายศุภชัย ยืนยันว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะตนเองไม่ค่อยออกจากบ้าน เนื่องจากขี้เกียจ

ส่วนพฤติกรรมของเพื่อน ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของชาวบ้านที่หายไปหรือไม่นั้นตนเองไม่มั่นใจและไม่ขอยืนยัน เนื่องจากทรัพย์สินที่บ้านตนเองบางครั้งก็หายเช่นกัน

ขณะเดียวกันทีมข่าวได้สอบถามถึงเสื้อสีม่วงที่นายถวัลย์สวมใส่อยู่เป็นประจำ ว่า นายศุภชัยทราบที่มาของเสื้อตัวนี้หรือไม่ โดยนายศุภชัยบอกว่าเสื้อตัวนี้ตนเห็นพ่อใส่ประจำแต่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน

จากนั้นทีมข่าวจึงได้ยืนยันว่าเสื้อสีม่วงตัวนี้เป็นของสถานปฎิบัติธรรม ที่เอาไว้แจกเฉพาะคนงานสวมใส่ แต่กลับหายไป ซึ่งนายศุภชัย แย้งว่า พ่ออาจจะได้รับต่อจากเพื่อนที่อยู่สถานปฏิบัติธรรมก็เป็นได้ แต่ยืนยันว่าพ่อไม่ได้เข้าไปขโมยของที่นั้น จนไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เจ้าของไม่พอใจและโกรธแค้น จนถึงขั้นวางยาแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...