โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุญซ้ำ-กรรมซัด

เดลินิวส์

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตามประเด็นการเมือง…ข้อความของ

การออกมายอมรับของ“นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ว่า ไม่มีอำนาจไปต่อรองให้ใครมาเซ็นเอ็มโอเอด้วย จากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน และทุกคนแสดงความเป็นห่วง ว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเป็นพรรคการเมืองที่มีอำนาจ อยู่ในสถาบันการเมือง ในระบอบที่ค่อนข้างที่จะแผ่ อิทธิพลได้ครอบคลุม ทั้ง สส. สว. และองค์กรอิสระ ดังนั้นวิธีการเดียวของพวกเราคือเอาหลักอิงประชาชนให้ได้มากที่สุด เอาข้อเรียกร้องสู่สาธารณะทำความเข้าใจกับประชาชน กระบวนการร่างธรรมนูญ (รธน.) ฉบับใหม่ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติดังนั้น ร่างที่จะผ่านสภาส่อให้เห็นว่า จะเป็นร่างที่ผูกขาดไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินสามารถ คว่ำร่างได้ในอนาคต

เพียงแต่ว่ามีคำถามว่า การผลักดัน การแก้ไข รธน. ของพรรค ปชน. เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน โดยเฉพาะบทบาทองคมนตรี พรรคส้มจะมีจุดยืนอย่างไร หลังเพิ่งออกมาวิจารณ์บทบาทองคมนตรีหลังเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 ร่วมกับรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จนทำให้หัวหน้ารัฐบาล ต้องออกมาตอบโต้ ว่า ความเห็นทั้งหมดที่พูดมาก็ผิดหมด มันไม่ใช่การประชุม มันไม่ได้เป็นการสั่งการ มันไม่ได้ก้าวก่ายการทำงานของแต่ละภาคส่วน แค่นี้ยังไม่รู้เลยว่าการบริหารประเทศทำอย่างไร แล้วมา แค่นจะวิพากษ์วิจารณ์ แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาและวุฒิภาวะ

หรือ การแก้ไข รธน. ที่ต้องอาศัยเสียงของ พรรคฝ่ายค้าน 20% ทำให้หลายฝ่ายมองไปที่พรรคกล้าธรรม (กธ.)” อาจโหวตให้กับร่างของพรรค ภท. ด้านหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า ตอนนี้หน้าที่ของพวกเราคือพยายามเรียกร้องหลักการ 3 ข้อ คือ 1. ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจทั้งต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ 2. ไม่มีกระบวนการสร้างการผูกขาด อยู่กับพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง 3. ไม่เพิ่มอำนาจให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กระบวนการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า พรรคกธ.ที่อยู่ฝ่ายค้านและ เป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ตนก็ไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์แทนพรรค กธ.ได้ แต่ก็ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรคกธ.เช่นเดียวกัน เหมือนกับทุกพรรคการเมือง อยากให้คงหลักการ 3 ข้อนี้

ถ้าจำกันได้ช่วงก่อนการเลือกตั้ง พรรคส้มประกาศชัดว่า จะไม่จับมือกับพรรค กธ. จัดตั้งรัฐบาลด้วย เพราะมองภาพลักษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” แกนนำคนสำคัญ ของพรรค กธ.มีปัญหา พอมาถึงวันนี้ จะไปขอความร่วมมือ ให้ช่วยแสดงจุดยืน เกี่ยวกับร่าง รธน. มีคำถามว่า พรรค กธ.จะลืมสิ่งที่พรรคตนเองถูกกระทำหรือไม่

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นร่างแก้ไข รธน. ว่า พรรคมีจำนวน สส.ไม่พอ ที่จะยื่นร่างของพรรคได้ จึงได้หารือกับพรรคการเมืองอื่น ที่มีจำนวนสมาชิกไม่พอเช่นเดียวกัน ขณะนี้ก็ค่อนข้างจะตรงกันในเชิงหลักการที่จะยื่น คือ 1. ต้องเป็นการสร้างกระบวนการให้ได้สภาร่าง รธน. (ส.ส.ร.) ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากของพรรค ภท. และ 2. จะต้องไม่แก้ไขหมวดหนึ่ง หมวดสอง ซึ่งก็จะแตกต่างจากร่างของพรรค ปชน. คาดว่าจะสามารถยื่นได้ในสัปดาห์หน้า เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่พรรค ภท.ที่เสนอร่างฯ ในนามพรรค ซึ่งตามปกติกฎหมายสำคัญ ครม.จะต้องเป็นผู้เสนอ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้เขียนในนโยบายตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะรัฐบาล ไม่ประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้ ก็ให้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองไป ซึ่งก็เป็นจุดยืนที่มีได้ แต่คนจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เมื่อถามว่า มองว่าการแก้ไข รธน.ฉบับนี้ จะเดินทางไปถึงจุดไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ความตั้งใจของผู้ที่มีอำนาจ ซึ่งวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ คือ สว. ก็มีอำนาจตาม รธน. ถ้าเขาไม่ยอมให้ผ่านก็ผ่านยาก เช่นเดียวกันถ้าเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่เสียงของฝ่ายค้าน ไม่ได้ตามเงื่อนไขมันก็ผ่านไม่ได้ ส่วนการกำหนดอำนาจให้ สว. เห็นชอบร่าง รธน.ฉบับใหม่ ก่อนนำไปจัดการออกเสียงประชามตินั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฝ่ายที่เห็นด้วย ก็มองว่า ล้อตาม รธน.ฉบับปัจจุบันในการให้ความเห็นชอบ แต่จะเหมาะสมหรือไม่ ความเห็นก็แตกต่างกันไป และมีการปรับจำนวน ที่พรรค ภท.ปรับจาก 1 ใน 3 เป็น 1 ใน 4 ซึ่งพรรค ปชป.ที่พูดคุยกันเบื้องต้น อาจจะลดลงไปอีกก็จะดี

ขณะที่นายนิกร จำนง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ภท. แถลงตอบโต้พรรค ปชน. กรณีวิพากษ์วิจารณ์ร่างแก้ไข รธน.ของพรรคภท. ว่า จำเป็นต้องออกมาชี้แจง เนื่องจากพรรค ภท. ถูกฝ่ายค้านโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเอง พร้อมมองว่าการโจมตีดังกล่าวไม่เป็นธรรม เพราะไม่ว่าพรรคจะขยับหรือแสดงท่าทีอย่างไร ก็ถูกวิจารณ์ตลอด ก่อนหน้านี้ พรรคฝ่ายค้านเคยกล่าวหาว่าพรรค ภท. ไม่มีความจริงใจ เรื่องการแก้ไข รธน. เนื่องจากไม่มีการเลือก ส.ส.ร.ผ่านคูหา ตนก็ต้องถามกลับว่าจะต้องให้ ถูกคว่ำอีกสักกี่หน เพราะพรรค ปชน.ไปพิรี้พิไรจะให้เลือกตั้งโดยตรง ซึ่งขัดกับคำวินิจฉัยกฎหมาย รธน. แต่เมื่อพรรคยื่นร่าง รธน.เข้าสู่สภาเป็นร่างแรก กลับถูกวิจารณ์อีกว่ามีปัญหา

ถามว่าจะให้ตั้งข้อสังเกตว่า พรรคฝ่ายค้านอาจต้องการเพียงภาพทางการเมืองว่าได้เสนอแก้ รธน. แต่ไม่ได้คำนึงถึงผลสำเร็จของร่าง ขณะที่พรรค ภท. มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการผลักดันให้สำเร็จ จึงต้องออกแบบร่างใหม่ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาล รธน. เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่ร่างจะถูกตีตกอีก ส่วนกรณีที่ถูกวิจารณ์ว่าแนวทางดังกล่าว จะเปิดทางให้ พรรคแกนนำรัฐบาล หรือพรรค ภท.ได้เปรียบ จริงๆ ระบบรัฐสภาใช้หลักเสียงข้างมาก พรรคฝ่ายค้าน ต้องยอมรับหลักการ ดังกล่าว หากพรรคใดมี สส. มาก ก็ย่อม มีอำนาจต่อรองมาก เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และรายละเอียดเรื่องสัดส่วน ยังสามารถหารือกันได้ในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.)

แต่ที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามคือ เกิดอะไรขึ้นในพรรค ปชน. หลังนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล” สส.เชียงใหม่ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารงบประมาณ สภา ว่า แค่นัดแรกก็ตึงแล้ว พิจารณาวาระ เรื่อง การใช้เงินของกองทุนดีอี (กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ที่ปีงบ 69 นี้มีเงินเพื่ออุดหนุนให้ไปทำโครงการต่างๆ สูงถึง 7,906.82 ล้านบาท เป็นเงินนอกงบประมาณ ไม่ได้อนุมัติโดยสำนักงบประมาณหรือรัฐบาล ไม่ได้ผ่านสภา สส. และ สว. เพราะเป็นเงินตาม พ.ร.บ. เฉพาะของหน่วยงานตนเอง ที่ระบุให้มี กองทุนไว้เป็นของตัวเอง ได้ เพื่อความคล่องตัว ซึ่งอำนาจในการเคาะใช้เงินทั้งหมดขึ้นอยู่กับ คณะกรรมการจากการแต่งตั้ง” ตามที่ พ.ร.บ. นั้นๆ ระบุ เงินนอกงบประมาณ เป็นประเด็นใหญ่ของ กมธ.ติดตามงบฯ ชุดนี้ ที่เราจะไปดูอย่างถี่ถ้วน เพื่อจัดทำข้อเสนอ ให้กลับมาอยู่ในสายตาประชาชน

นายณัฐพล ระบุอีกว่า ยกตัวอย่างโครงการใหม่ล่าสุด ที่เกิดขึ้น ภายใต้กองทุนดีอี นั่นคือ โครงการทำ Generative AI ให้คนไทย 5 ล้านคน ใช้ฟรี 1 ปี โครงการนี้ มีมูลค่าสูงถึง 1,600 ล้านบาท และได้คิกออฟไปแล้ว ได้ผู้รับจ้างทำระบบแล้ว โดยที่ ไม่จำเป็นต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากเป็นการใช้งบประมาณปกติ ทุกโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท ต้องเข้า ครม.แล้ว แต่คนเคาะใช้ กลับเป็นคณะกรรมการชุดหนึ่ง ที่แต่งตั้งขึ้นมาเท่านั้น

ด้าน พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล” อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. สามีของ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรค ปชน. ได้เข้ามาแสดงความเห็นว่า “ไม่น่าเชื่อว่า ผิดลูกผิดเมียคนอื่น ยังกล้ามีที่ยืนในสังคม” ก่อนจะลบความเห็นดังกล่าวออกไป

ข้อความที่ พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ที่โพสต์ไป เชื่อว่าจะมีความพยายามของใครหลายคน ในการหาคำอธิบายมีความหมายอย่างไร และจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในพรรคหรือไม่ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และถ้ามีข้อมูลบางอย่างเปิดเผยออกมา จะมีผลกระทบกับภาพลักษณ์พรรคส้มหรือไม่.

ทีมข่าวการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...