ที่ดินราชพฤกษ์ พุ่งแสนแปดรับ ‘New CBD ฝั่งตะวันตก’ ทุนแนวราบส่งสัญญาณขยายพอร์ตดักกำลังซื้อเมืองขยาย
ตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกเติบโตต่อเนื่อง อานิสงส์โครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อย่านใจกลางธุรกิจสาทร-สีลม หนุนที่ดินขยับแตะ 120,000 - 180,000 บาทต่อตารางวา รับอานิสงส์ทำเลรอบนอกแนวรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ บริทาเนีย กางทัพ 8 โครงการ ราคาตั้งแต่ 4.99 ถึง 60 ล้านบาท เจาะกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่และผู้บริหาร ตั้งเป้ายอดขายแตะ 5,000 ล้านบาท
30 พฤษภาคม 2569 - ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์และการขยายตัวของเมืองในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กำลังเกิดการกระจายตัวอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนคมในระบบรางและถนนสายหลัก
การเติบโตดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่รอบนอกสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ชั้นในอย่างสาทรและสีลมได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ผ่านโครงข่ายถนนสายหลัก ทั้งถนนราชพฤกษ์ กาญจนาภิเษก รัตนาธิเบศร์ นครอินทร์ และพระราม 5
ร่วมด้วยเส้นทางด่วนศรีรัช และระบบรถไฟฟ้าหลากสี ไม่ว่าจะเป็น MRT สายสีม่วง, MRT สายสีน้ำเงิน, BTS สายสีเขียว รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนในอนาคต ทำให้พื้นที่นี้เกิดการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาล จนกลายเป็นทำเลเดสติเนชันสำคัญของกรุงเทพฯ
ราคาที่ดินเดือดทะลุ 1.8 แสน/ตร.ว. รับพิกัดทอง ‘New CBD ฝั่งตะวันตก’
ผลจากการเชื่อมต่อของเมือง ส่งผลให้อุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยแนวราบในทำเลนี้กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของตลาด โดยมีการขยับสถานะขึ้นสู่ “New CBD ฝั่งตะวันตก” ที่รองรับทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและกลุ่มนักลงทุน
ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ราคาที่ดินในโซนดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดการซื้อขายดังนี้:
- ที่ดินแปลงติดถนนใหญ่และใกล้สถานีรถไฟฟ้า: ปัจจุบันมีการซื้อขายกันอยู่ที่ 120,000 - 180,000 บาทต่อตารางวา
- ที่ดินภายในซอย: มีราคาเสนอขายเฉลี่ยอยู่ที่ 85,000 บาทต่อตารางวา
พฤติกรรมของผู้บริโภคหลักในทำเลนี้คือ กลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่อายุระหว่าง 30–45 ปี กลุ่มผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และกลุ่มขยายครอบครัว ที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะระยะยาว และมองหาความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับข้อจำกัดในเมืองชั้นใน
ยุทธศาสตร์กระจายพอร์ตหมื่นล้านของ “บริทาเนีย”
จากการเติบโตในทำเลยุทธศาสตร์นี้ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ได้ใช้กลยุทธ์กระจายพอร์ตโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบสไตล์อังกฤษเพื่อดักกำลังซื้อ โดยปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการในพื้นที่นี้รวม 8 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ครอบคลุมระดับราคาตั้งแต่ 4.99 ล้านบาท ไปจนถึง 60 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่กลุ่ม First Jobber ครอบครัวเริ่มต้น ไปจนถึงตลาดระดับบน
นายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินถึงศักยภาพของพื้นที่และทิศทางของบริษัทไว้ว่า“บริษัทฯ พัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งเรื่องการเดินทาง กำลังซื้อ และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย มองเห็นโอกาสตั้งแต่ช่วงแรกที่ตลาดเริ่มเติบโต บริทาเนียยังคงมั่นใจในศักยภาพของพื้นที่ และพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกในอนาคต”
นอกจากนี้ บริษัทได้ประกาศแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Crafted for Better Living” เพื่อขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Britania Investment Property, Britania Wellness Residence, Britania Community และ Britania Care Service โดยตั้งเป้าหมายทางการเงินในปีนี้ไว้ดังนี้:
- เป้ายอดขาย (Presale): 5,000 ล้านบาท
- เป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer): 4,000 ล้านบาท
- เป้ารายได้รวม (Revenue): 3,400 ล้านบาท
กางพอร์ตหมื่นล้าน 8 โครงการ 3 แบรนด์หลัก ตอบโจทย์สุขภาวะทุกเจนเนอเรชัน
ด้านการบริหารผลิตภัณฑ์ นายณภัทร บูรณพงษ์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จุดแข็งของบริษัทคือการออกแบบพื้นที่ที่รองรับไลฟ์สไตล์แบบ Multi-Generation Living และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อส่งเสริมสุขภาพ โดยปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอ 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท แบ่งโครงสร้างระดับราคาและดีไซน์ออกเป็น 3 แบรนด์หลักตามฐานลูกค้า ดังนี้ :
1. กลุ่มแบรนด์บ้านหรูระดับลักชัวรี่ (ราคาเริ่มต้น 35 - 60 ล้านบาท)
- เบลกราเวีย เอ็กซ์คลูซีฟ ราชพฤกษ์-พระราม 5: รูปแบบบ้านเดี่ยวระดับ Luxury Private Residences เน้นความเป็นส่วนตัวสูง มีจำนวนจำกัดเพียง 35 ยูนิต
2. กลุ่มแบรนด์แกรนด์ บริทาเนีย (ราคาเริ่มต้น 7.99 - 18 ล้านบาท)
- แกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5: บ้านเดี่ยวติดถนนใหญ่เชื่อมต่อโซนสาทรและจตุจักร ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- แกรนด์ บริทาเนีย นนทบุรี สเตชั่น: บ้านแฝดทำเลใจกลางรัตนาธิเบศร์ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า 3 นาที ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- แกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ: บ้านเดี่ยวติดถนนใหญ่สายชัยพฤกษ์ ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ
3. กลุ่มแบรนด์บริทาเนีย (ราคาเริ่มต้น 4.99 - 10.9 ล้านบาท)
- บริทาเนีย เวสต์เกต: บ้านเดี่ยวทำเลใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต และรถไฟฟ้า MRT สถานีคลองบางไผ่ ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ
- บริทาเนีย ติวานนท์-ราชพฤกษ์: โครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดในสังคมส่วนตัวจำกัด 122 ยูนิต ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- บริทาเนีย ราชพฤกษ์ 345: โครงการบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว เน้นความเป็นส่วนตัวจำนวน 111 ยูนิต
- บริทาเนีย ราชพฤกษ์-กาญจนาภิเษก: บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 2 ชั้น ฟังก์ชันขนาด 3-4 ห้องนอน 3-4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2-3 คัน
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดและลดภาระผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน บริษัทได้ส่งแคมเปญกระตุ้นยอดขายในกลุ่มสินค้าแบรนด์บริทาเนียและแกรนด์ บริทาเนีย โซนพระราม 5 – นนทบุรี ด้วยข้อเสนอพิเศษ “อยู่ฟรี 3 ปี ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ไม่ต้องผ่อน” ควบคู่กับการยกเว้นค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอินเทอร์เน็ตตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อดึงดูดกลุ่มเรียลดีมานด์ในพื้นที่ขยายตัวแห่งนี้
“กลุ่มลูกค้าหลักของ BRITANIA ในโซนราชพฤกษ์ คือ ครอบครัวรุ่นใหม่อายุ 30–45 ปี, กลุ่มผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจ, กลุ่ม Move-up Buyer ที่ต้องการขยายพื้นที่อยู่อาศัย, ครอบครัวที่มองหาบ้านใกล้เมือง แต่ได้พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่กว่าโซน CBD โดยลูกค้าส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเดินทางเข้าเมืองสะดวก คุณภาพโครงการ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการอยู่อาศัยระยะยาว และความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยเมื่อเทียบกับทำเลใจกลางเมือง”