โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯ ไฟเขียวขายเครื่องยนต์ F110 ให้ตุรกี ลุ้นคัมแบ็ก F-35

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รัฐบาลทรัมป์อนุมัติขายเครื่องยนต์ F110 มูลค่า 2.3 หมื่นล้านให้ตุรกี เดินหน้าเครื่องบินรบ Kaan พร้อมทบทวนสิทธิ์กลับเข้าร่วมโครงการ F-35 หลังถูกขับปี 2019

วันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยแผนการที่จะเดินหน้าอนุมัติการขายเครื่องยนต์ไอพ่น F110 ให้กับตุรกี ซึ่งรายงานระบุว่าเป็นข้อตกลงที่มีมูลค่ากว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 23,380 ล้านบาท

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และตุรกี

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการเชิงบวกที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐฯ และตุรกี นับตั้งแต่ตุรกีถูกขับออกจากโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 เมื่อปี 2019
ก่อนการเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอด+นาโต (NATO) +ในเดือนกรกฎาคม 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับประธานาธิบดีทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี โดยทรัมป์กล่าวชื่นชมว่าแอร์โดอันเป็นสมาชิกที่แข็งแกร่งของนาโต และเขาน่าจะทำบางสิ่งที่จะทำให้ประธานาธิบดีตุรกีมีความสุขมาก
นอกจากนี้ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้กล่าวเสริมว่า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และทีมงาน กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนความเป็นไปได้ที่ตุรกีจะสามารถกลับมาเป็นผู้รับเครื่องบินรบ F-35 ได้หรือไม่ โดยต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอเมริกัน

ความสำคัญของเครื่องยนต์ F110 ต่อเครื่องบินรบ Kaan

เครื่องยนต์ F110 เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนที่ผลิตโดยบริษัทของสหรัฐฯ เครื่องยนต์รุ่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ TF Kaan ซึ่งเป็นโครงการเรือธงและเป็นความภาคภูมิใจของอุตสาหกรรมการบินตุรกี โดยเครื่องบินต้นแบบลำแรกเพิ่งทำการบินไปเมื่อต้นปี 2024
โครงการ Kaan มีรายงานว่าต้องการเครื่องยนต์ F110 ล็อตแรกจำนวน 80 เครื่อง โดยตุรกีมีแผนที่จะสร้างเครื่องบินต้นแบบช่วงก่อนการผลิตจำนวน 3 ลำ และเข้าสู่สายพานการผลิตจริงอีกจำนวน 250 ลำ นอกจากจะใช้ในกองทัพอากาศตุรกีแล้ว Kaan ยังมีศักยภาพในการส่งออกสูงมาก โดยมีรายงานว่าอินโดนีเซียได้ลงนามสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นนี้จำนวน 48 ลำไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

การผลักดันข้อตกลงฝ่าด่านสภาคองเกรส

แม้จะมีเสียงคัดค้านจากสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วน โดยเฉพาะความพยายามขัดขวางข้อตกลงการขายเครื่องยนต์จาก สส. เกรกอรี มีกส์ (Gregory Weldon Meeks) แกนนำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร แต่สื่ออย่าง Wall Street Journal คาดการณ์ว่า รัฐบาลทรัมป์จะใช้อำนาจของฝ่ายบริหารเพื่อลบล้างการคัดค้านดังกล่าว และคาดว่าข้อตกลงนี้จะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า

F-35 และระบบ S-400 คู่ปรับที่ปล่อยความลับรั่วไหลไม่ได้

ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ กับตุรกีขัดแย้งอย่างรุนแรงหลังจากตุรกีสั่งซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 จากรัสเซีย ทำให้สหรัฐฯ ลงดาบด้วยการตัดตุรกีออกจากโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 ในปี 2019 นอกเหนือจากเรื่อง S-400 สหรัฐฯ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แย่ลงระหว่างตุรกีกับกรีซ, ความสัมพันธ์กับรัสเซียและอาเซอร์ไบจาน, บทบาทในสงครามกลางเมืองซีเรีย, ปัญหาสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการที่ตุรกีเคยพยายามขัดขวางสวีเดนในการเข้าร่วมนาโต

นอกจากนี้ ตามกฎหมายของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ตุรกีจะไม่สามารถกลับเข้าร่วมโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 ได้ หากยังคงครอบครองระบบ S-400 ของรัสเซียอยู่
ในระหว่างที่เผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรเครื่องบิน F-35 และความล่าช้าในการอนุมัติขายเครื่องบิน F-16 ตุรกีได้หาทางออกเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในระยะสั้น ด้วยการลงนามซื้อเครื่องบินรบ Eurofighter Typhoon จำนวน 20 ลำเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ควบคู่ไปกับการทุ่มงบประมาณพัฒนาโดรนรบขั้นสูง เช่น โดรนล่องหน ANKA-3 และโดรนรบทรงเครื่องบินขับไล่อย่าง Bayraktar Kizilelma เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเครื่องบินรบแบบมีนักบิน
การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการอนุมัติเครื่องยนต์ F110 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้โครงการเครื่องบินรบ Kaan สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และอาจเป็นก้าวแรกแห่งการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ปูทางไปสู่การให้ตุรกีกลับเข้าสู่โครงการ F-35 ได้ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...