โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตม.สกัดหนุ่มออสซี่ ขยายผลคดีพบศพยัดกระเป๋าที่พัทยา

INN News

อัพเดต 27 มิถุนายน 2569 เวลา 20.48 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ตม.สนามบินสกัดนาทีสุดท้าย หนุ่มออสซี่ก่อนบินหนี ซักถามขยายผลพบ “กระเป๋าปริศนา” พลิกคดีผู้เยาว์สูญหายสู่คดีฆาตกรรม

บก.ตม.2 โดย กก.สส.ปป.บก.ตม.2 โชว์ความพร้อมและไหวพริบในการปฏิบัติหน้าที่กลางดึก หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบชายชาวออสเตรเลียกำลังเตรียมเดินทางออกนอกประเทศไทย จากข้อมูลแจ้งเตือนในระบบ ก่อนเร่งสกัดตัว ประสานพนักงานสอบสวน และซักถามขยายผลจนได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ “กระเป๋าเดินทาง” ที่ถูกลากออกจากคอนโดมิเนียมในพื้นที่พัทยา นำไปสู่การประสานตำรวจพื้นที่จนพบศพผู้เยาว์ และคลี่คลายคดีจากเหตุคนหายเป็นคดีฆาตกรรมสำคัญ

พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม.2 / โฆษก บก.ตม.2 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่า พบผู้โดยสารสัญชาติออสเตรเลีย คือ Mr.Peter (นามสมมุติ) อยู่ระหว่างเตรียมเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยสายการบินเจสตาร์ เที่ยวบิน JQ76 ปลายทางเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย

จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้ประสานมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอความร่วมมือในการลงระบบแจ้งเตือน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกรณีการหายตัวไปของ น.ส.ธัญชนก(นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ

ภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ชุดปฏิบัติการที่ 3 ภายใต้การนำของ พ.ต.ต.ดิษฐภัท เรืองหัตถาการ หัวหน้า ชป.3 ได้เร่งเข้าตรวจสอบและประสานพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีโดยทันที เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่บุคคลดังกล่าวกำลังจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หากล่าช้าอาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องในคดีสำคัญหลบหนีออกนอกประเทศได้

เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย สกัดและควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวไว้ พร้อมประสานให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพื่อดำเนินการจับกุม Mr.Peter ตามหมายจับในข้อหาเกี่ยวกับการพรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี

อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญของคดีนี้มิได้หยุดอยู่เพียงการสกัดผู้ต้องหาไม่ให้ออกนอกประเทศเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.สนามบิน ได้ใช้ทักษะการซักถามในการสืบสวน ประกอบกับข้อมูลจากฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ที่ตรวจพบภาพจากกล้องวงจรปิดว่า Mr. Peter มีพฤติการณ์ลากกระเป๋าเดินทางออกจากคอนโดมิเนียมในพื้นที่เกิดเหตุ

เมื่อพบประเด็นพิรุธดังกล่าว ทีมสืบสวน ตม.สนามบินจึงเร่งซักถามขยายผลทันที โดยมุ่งไปที่คำถามสำคัญว่า “กระเป๋าใบนั้นถูกนำไปไว้ที่ใด” จนได้ข้อมูลสถานที่ต้องสงสัย ก่อนประสานส่งข้อมูลให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายอย่างเร่งด่วน

จากข้อมูลที่ได้จากการซักถามของเจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ประกอบกับการทำงานต่อเนื่องของตำรวจพื้นที่ นำไปสู่การตรวจพบกระเป๋าเดินทางดังกล่าว และพบศพของผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้คดีผู้เยาว์สูญหายพลิกเป็นคดีฆาตกรรม และเป็นพยานหลักฐานสำคัญต่อการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย

พ.ต.อ.พงศ์ธรฯ กล่าวว่า การปฏิบัติครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสนามบิน ซึ่งมิได้ทำหน้าที่เพียงตรวจอนุญาตผู้โดยสารเข้า-ออกประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นด่านหน้าด้านความมั่นคงที่ต้องเฝ้าระวังบุคคลตามหมาย บุคคลเฝ้าระวัง และผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีอาญาร้ายแรงตลอด 24 ชั่วโมง

“คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน และมีเวลาจำกัดมาก เพราะผู้ต้องหากำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ แต่เจ้าหน้าที่ของเราไม่ปล่อยผ่านแม้เพียงนาทีเดียว เมื่อระบบแจ้งเตือนทำงาน เจ้าหน้าที่รีบตรวจสอบ ประสานงาน สกัดตัว และซักถามขยายผลทันที จนได้ข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การพบศพผู้เสียชีวิต นี่คือบทบาทของ ตม.สนามบินในฐานะด่านสุดท้ายก่อนผู้กระทำผิดจะหลบหนีออกนอกประเทศ”

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...