โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘มานะ’ ชี้การตรวจประเมินเป็นอำนาจที่ให้คุณให้โทษเอกชน เปิดช่องให้เรียกสินบนได้

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวสำนักข่าววันนิวส์ เกี่ยวกับกรณีที่กรมควบคุมมลพิษ ออกมาแถลงข่าวโต้ผลสำรวจระบุว่า กรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานรัฐที่ถูกเสนอสินบนสูงสุดอันดับ 1 เฉลี่ยต่อครั้ง 102,160 บาท โดยยืนยันการทำงานด้วยความโปร่งใส พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการสำรวจข้อมูล และเตรียมขอรายละเอียดผลวิจัยเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่า ในการทำการสำรวจครั้งนี้ นอกจาก คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน

ยังมีหน่วยงานด้านวิชาการอีกหลากหลายหน่วยงาน เช่น สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ TIJ รวมถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ที่ทำงานเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันมาต่อเนื่องนาน 15 ปีด้วย และยังมีการจัดเตรียมแผนงานกันนานราว 4-5 เดือน ซึ่งรวมถึงการออกแบบแบบสอบถามให้มีความตรงไปตรงมา ชัดเจน และเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยมีการนำโมเดลของธนาคารโลก หรือ World Bank ที่สำรวจเรื่องคอร์รัปชันในประเทศไทยมาเป็นตัวตั้ง แล้วเพิ่มเติมคำถามที่เหมาะสมกับยุคสมัยเข้าไป

โดยมีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งมีประสบการณ์ในการเก็บข้อมูลวิจัยในหลากหลายเรื่องเป็นผู้ดำเนินการ จึงขอยืนยันว่า กระบวนการจัดเก็บข้อมูลทุกอย่างเป็นไปตามหลักวิชาการ มีความน่าเชื่อถือ และมีการเลือกกลุ่มตัวอย่างที่ชัดเจน ไม่ใช่ทำแบบสอบถามบนระบบออนไลน์แล้วให้ใครเข้ามาตอบก็ได้ แต่ในรายละเอียดข้อมูลว่าใครเป็นผู้ตอบ และตอบว่าอะไรนั้น คงไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ เพราะเป็นความลับของผู้ให้ข้อมูล โดยเฉพาะในเรื่องคอร์รัปชันที่ภาคเอกชนยอมพูดมากขึ้น เนื่องจากทุกคนได้รับความเดือดร้อน และมองว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่เติบโต

ส่วนกรณีที่กรมควบคุมมลพิษ ชี้แจงว่า มีหน้าที่เพียงตรวจสอบด้านวิชาการและรายงานผล แต่ไม่ได้มีอำนาจในการให้อนุญาต อนุมัติ สั่งปิดหรือพักใช้ใบอนุญาต จึงไม่มีช่องให้เรียกรับสินบนนั้น นายมานะ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วมีอำนาจบางอย่าง ที่คนบางคนอาจจะไม่เห็น แต่นักธุรกิจเห็นและข้าราชการด้วยกันเห็น นั่นคือ อำนาจในการตรวจประเมิน เพราะเป็นดุลยพินิจที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ตรวจประเมินสถานประกอบการ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงงาน หรือบ่อกำจัดขยะ ว่ามีการปล่อยมลพิษ น้ำเสีย หรือฝุ่นควันหรือไม่ แล้วมีการดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นช่องทางให้ใครบางคนเข้าไปบิดเบือนได้ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า กรมฯ ไม่ได้มีนโยบายให้ข้าราชการต้องหาเงินมาให้ได้เดือนละกี่หมื่น กี่แสนบาท แต่ช่องทางตรงนั้น สามารถทำให้เกิดการเจรจาระหว่างเอกชนกับข้าราชการได้ เพราะการเขียนรายงานที่เป็นโทษเป็นคุณกับผู้ประกอบการ อาจกลายเป็นเงื่อนไขหรือปัจจัยให้หน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาบอกว่าได้โรงงานนี้ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้มาตรฐาน กระทั่งสามารถสั่งปิดโรงงานได้

นายมานะ บอกอีกว่า ไม่ว่าจะเรียกรับผลประโยชน์ หรือมีผู้มาเสนอยื่นสินบน ก็ไม่ต่างกัน เพราะวัตถุประสงค์มีอยู่ 4 เรื่องหลัก ๆ คือ
1. ซื้อความสะดวกสบาย
2. ซื้อความผิด
3. ให้ได้อภิสิทธิ์
4. ป้องกันไม่ให้ถูกกลั่นแกล้ง

ซึ่งบางครั้งเจ้าหน้าที่อาจเป็นฝ่ายกดดันและเรียกสินบนจากเอกชน แต่บางครั้งเอกชนก็เป็นฝ่ายยื่นให้ เพราะต้องการได้รับอภิสิทธิ์ ความรวดเร็ว แต่ทั้ง 2 ทางก็ล้วนนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน และเป็นการทำผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นวันนี้ จึงต้องเร่งแก้ไขที่ระบบราชการ ว่าจะทำอย่างไรให้มีกลไกในการตรวจสอบย้อนหลังได้ ทำอย่างไรที่จะรณรงค์ภาคเอกชนให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทำการค้า ทำมาหากินอย่างตรงไปตรงมา ไม่ติดสินบนเจ้าหน้าที่ และหากตรวจจับความผิดได้ก็ต้องลงโทษทั้ง 2 ฝ่าย

นายมานะ บอกอีกว่า อยากให้ 26 หน่วยงานที่มีชื่อในผลสำรวจเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ในภาครัฐ ได้เข้าใจว่าสิ่งที่ภาคธุรกิจและแวดวงวิชาการเห็นพ้องกัน คือหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาต ให้การอนุมัติ หรือมีอำนาจในการให้บริการประชาชน และให้ดุลยพินิจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มักจะเกิดการคอร์รัปชันเรียกรับสินบนเสมอ เพียงแต่บางหน่วยงานอาจจะมีมาก บางหน่วยงานอาจมีน้อยเป็นเรื่องของตัวบุคคล แต่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลายาวนาน และเป็นการคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับสินบนได้ การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ จึงอยากให้ประชาชนคนไทยและหน่วยงานราชการได้เห็นเหมือนกัน เพื่อให้เกิดการยอมรับและเกิดการแก้ไขร่วมกัน ทำอย่างไรจึงจะสร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศได้ เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่คนไทยเห็น แต่ต่างชาติก็เห็น อีกทั้งประเทศไทยตอนนี้ต้องการจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเสียโอกาสทางการค้า ทางเศรษฐกิจ และเสียศักดิ์ศรีของคนไทย

ส่วนหลังจากนี้ คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน จะมีการหารือกัน เพื่อชี้แจงรายละเอียดผลสำรวจเพิ่มเติมหรือไม่ นายมานะ ระบุว่า เท่าที่ได้เห็น รองศาสตราจารย์ ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะคณะทำงานวิชาการ ได้ออกมาชี้แจงกระบวนการจัดเก็บข้อมูลผ่านสื่อมวลชน โดยยืนยันว่า เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการและได้ยึดแนวของ World Bank ก็เป็นความสง่างามทางวิชาการที่ดีอยู่แล้ว ส่วนตัวจึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ ใจเย็น และยอมรับความจริง เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี

ส่วนกรณีที่มีการขู่จะฟ้องร้องนั้น นายมานะ บอกว่า เป็นเรื่องที่น่าหนักใจในสังคมไทย ที่หน่วยงานรัฐใช้สิทธิ์ฟ้องร้อง เพื่อปิดปากผู้เปิดโปงหรือแฉพฤติกรรมคนโกง ซึ่งยังคงเกิดขึ้นทั่วประเทศไทยในหลากหลายกรณี จนคนไทยไม่กล้าพูดเรื่องโกง เพราะเสี่ยงจะถูกฟ้องร้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรหมดไปได้แล้ว และควรนำความจริงมาพูดกัน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ที่ใช้กฎหมายในนามประชาชน ควรจะต้องพูดคุยกันมากกว่า.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...