โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบคาบ้าน! เจ้าหนี้โหดควัก "ปืนปลอม-มีดแทง" ลูกหนี้กลางถนน

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รวบคาบ้าน! เจ้าหนี้โหดควัก

รวบคาบ้าน! เจ้าหนี้โหดควัก "ปืนปลอม-มีดแทง" ลูกหนี้กลางถนน อ้างฉุนบล็อกเบอร์หนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปเหตุการณ์ชาย 2 คน และผู้หญิง 1 คน ลักษณะมีปากเสียงและพยายามรุมทำร้าย ชายคู่กรณีที่มาคนเดียว บริเวณสามแยกถนนหัก (ทุ่งแหลม) ริมถนนสาย 24 โชคชัย-เดชอุดม ขาเข้าอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์

โดยในคลิปฝั่งชาย-หญิง ที่พยายามจะรุมทำร้ายร่างกาย ชายที่อยู่คนเดียวมีปืนในมือ สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่ขับรถผ่านไปมา และพลเมืองดีที่ถ่ายคลิปด้วย เพราะกลัวจะถูกลูกหลง

อีกคลิปจะเห็นว่าฝั่งกลุ่มที่ก่อเหตุเดินไปขึ้นรถเก๋งและจังหวะจะขับหลบหนี ได้พุ่งชนประตูรถกระบะตู้ทึบของชายที่ถูกทำร้ายด้วย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 11.50 น. ของวันนี้ (18 พ.ค.69)

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ก็ทราบว่ากลุ่มคนที่ปรากฏในคลิปฝั่งที่ก่อเหตุอยู่ในท้องที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ แต่ท้องที่เกิดเหตุอยู่ใน อ.นางรอง

จากนั้น พ.ต.อ.อานนท์ เหล็กดี ผู้กำกับการ สภ.นางรอง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสวนสอบ สภ.นางรอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ ไปติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อไปถึงบ้านหลังหนึ่งใน ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ พบนางเจี๊ยบ อายุ 54 ปี นายต้นอายุ 40 ปี สามี แต่ไม่พบนายทอม ซึ่งเป็นหลาน ที่ปรากฏในคลิปอีกคน แต่จากการสอบถามนางเจี๊ยบ และนายต้น ก็ยอมรับว่า เป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวจริง

โดยนายต้น ยอมรับว่า เป็นคนถือปืนที่ปรากฏในคลิป แต่เป็นปืนปลอมของเล่นของหลานสาวที่อยู่ในรถ ไม่ใช่ปืนจริงขณะชกต่อยกับคู่กรณีปืนได้ตกกระแทกพื้นแตกแล้วไม่ได้เก็บกลับมาด้วย ทั้งนี้ยังนำมีดที่หลานใช้แทงคู่กรณี มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย และจากการตรวจค้นยังพบกระเป๋าสะพานที่ผู้เสียหายใช้เก็บเงินจากลูกค้าขณะไปส่งของ ซึ่งผู้ก่อเหตุนำไปซุกซ่อนไว้ใต้ที่นอนอีกด้วย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

โดยนายต้น บอกว่า คู่กรณีที่อยู่ในคลิป ชื่อ นายธนวุฒิ เป็นเพื่อนกับนายทอม หลานชาย เมื่อ 5 – 6 เดือนก่อนได้ทยอยขอยืมเงินภรรยาของตนรวมยอดสะสม 3,400 บาท แต่ผ่านไปหลายเดือนก็พยายามทวงแต่ก็ไม่จ่ายสักที แถมโทรไปก็ไม่รับสายบล็อกช่องทางการติดต่อ ทำให้รู้สึกไม่พอใจเหมือนเจตนาจะเบี้ยวไม่จ่ายหนี้ที่ยืมไป

กระทั่งวันนี้พวกตนได้ขับรถไปธุระ พอถึงหมู่บ้านหนองบอน-ประดาจะบก เขตตำบลเจริญ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ก็เห็นคู่กรณีขับรถส่งสินค้า จึงตะโกนเรียกให้จอดเพื่อจะทวงถามหนี้ที่ยืมไป แต่เขาไม่จอดแถมขับหนี จึงขับตามไปจนถึงจุดเกิดเหตุในพื้นที่อำเภอนางรอง พอนายธนวุฒิ จอดรถก็เกิดมีปากเสียงชกต่อยกัน ซึ่งตนเจ็บมือกลัวจะสู้ไม่ได้ จึงทำทีถือปืนของเล่นหลานลงไปด้วย หวังแค่จะขู่ให้กลัว แต่จังหวัดชุลมุนปืนปลอมตกพื้นจนพัง จากนั้นหลานก็วิ่งไปเอามีดในรถไปแทงที่ไหล่ของนายธนวุฒิ แต่คู่กรณีได้ปาหินใส่กระจกรถและทำไฟรถของตนพัง จึงขับรถชนประตูรถกระบะ

ด้านนายธนวุฒิ อายุ 31 ปี ผู้เสียหาย ยอมรับว่า ได้ยืมเงินจากคู่กรณีจริง 3,000 กว่าบาท แต่ได้ทยอยใช้คืนแล้ว น่าจะค้างอยู่ประมาณ 2,000 บาท แต่ฝั่งผู้ก่อเหตุก็โพส์ตประจานกล่าวหาว่ายืมเงินแล้วไม่คืน ทำให้อับอาย แต่ก็ตั้งใจจะทยอยคืนเรื่อยๆ ไม่มีเจตนาจะเบี้ยว แต่วันนี้ขณะขับรถส่งสินค้าอยู่ คู่กรณีก็ขับรถไล่ตาม พอจอดรถก็เกิดมีปากเสียงกัน ฝั่งเจ้าหนี้ก็ถือปืนมาขู่ตอนแรกตนไม่รู้ว่าปืนจริง หรือปืนปลอม ก็กลัวแต่ก็ฮึดสู้ช่วงชุลมุนปืนตกพื้นถึงรู้ว่าเป็นปืนปลอม จากนั้นนายทอม ก็เอามีดมาแทงที่ไหล่ตนเอง ก่อนจะพากันขึ้นรถโดยที่ขโมยเอากระเป๋าสะพาย ซึ่งมีเงินที่ตนเก็บจากลูกค้าประมาณ 7,900 บาท ไปด้วย แถมยังขับรถชนประตูรถจนพังเสียหายอีก ยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหา นายต้น และนายทอม ร่วมกันข่มขู่ทำร้ายร่างกาย , มีสิ่งเทียมอาวุธปืนไว้ในครอบครอง , พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ส่วนที่เอากระเป๋าเงินของผู้เสียหายไปด้วยนั้น ก็ต้องสอบสวนอีกครั้งว่าเข้าข่ายลักทรัพย์หรือปล้นทรัพย์หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...