โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปิดจ๊อบ! ตำรวจรู้ตัวศพ 8 เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ แกะรอย ‘โซเชียล-ดีเอ็นเอ’

เดลินิวส์

อัพเดต 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.52 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เปิดใจเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ตามหาญาติเหยื่อรถไฟชนเมล์ หลังเพื่อนแจ้งหาย ทั้งแกะรอยเช็กโซเชียล

กรณีอุบัติเหตุรถไฟขนสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ ชนรถเมล์โดยสารปรับอากาศ ขสมก. สาย 206 บริเวณแยกอโศก/กำแพงเพชร 7 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของ วันที่ (16 พ.ค.) ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบพิสูจน์อัตลักษณ์ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว จำนวน 7 ราย แต่ยังคงเหลือ 1 ราย สุดท้าย ที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจดีเอ็นเอ ยืนยันจากแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อยืนว่าเป็นใคร ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น

คดีรถไฟชนรถเมล์ตายพุ่ง 8 ศพ ขนส่งทางรางแจ้งจับคนทำผิด ตร.สั่งลุย “จัด-จับ-ปรับ” ทั่วกรุง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ สน.มักกะสัน ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน เป็นหนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ระบุว่า ได้สืบสวนข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย หลังมีเพื่อนร่วมงานของนายเสริมลาภ ปิ่นทอง ผู้เสียชีวิต คนที่ 8 ประสานข้อมูลให้ช่วยติดตามหา ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อนร่วมงานเคยประกาศตามหาคนหายผ่านโซเชียลมีเดีย หลังพบว่า นายเสริมลาภ ขาดการติดต่อกับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 โดยในวันนั้นทราบข้อมูลว่าเจ้าตัวได้โดยสารรถประจำทางสายที่เกิดเหตุ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุ

จากนั้นตำรวจได้เปรียบเทียบภาพของผู้โดยสารจากภาพกล้องวงจรปิดที่เพื่อนร่วมงานส่งให้ กับภาพในสื่อโซเชียลมีเดียทางสตอรี่ เฟซบุ๊กของ น.ส.วิภารักษ์ เผ่าภูรี หรือน้องโรส อายุ 25 ปี ผู้เสียชีวิตที่อยู่บนรถเมล์ 206 ด้วยกัน โดยมีการบันทึกเห็นชายคนหนึ่งแต่งกายด้วย รองเท้า กระเป๋า กางเกง ซึ่งตรงกันกับภาพกล้องวงจรปิดที่ได้รับจากเพื่อนร่วมงาน ระหว่างนั่งรถโดยสารขณะเกิดเหตุ จึงเชื่อว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน จากนั้ จึงนำชื่อผู้สูญหาย ไปค้นหาชื่อ พ่อ แม่ พี่น้อง สำหรับติดต่อให้มาตรวจดีเอ็นเอ แต่พบว่าคนในครอบครัวของนายเสริมลาภ เสียชีวิตไปก่อนหน้า ขณะที่ในระบบประกันสังคม ก็ไม่มีการเก็บตัวอย่างอะไรไว้

ตำรวจจึงเข้าไปเก็บของที่ห้องพักนายเสริมลาภ มาตรวจเทียบ DNA พร้อมกับตรวจหาญาติฝ่ายพ่อและญาติซึ่งเป็นผู้ชาย ของนายเสริมลาภ เนื่องจากหากเป็นผู้หญิงไม่สามารถเทียบดีเอ็นเอได้ โดยค้นในระบบทะเบียนราษฎร กระทั่งพบลูกพี่ลูกน้องของนายเสริมลาภ ซึ่งเมื่อติดต่อไปก็พบอุปสรรค เนื่องจากญาติของนายเสริมลาภ ไม่เชื่อว่าผู้ติดต่อเป็นตำรวจจริงและอ้างว่าติดภาระงาน แต่ตำรวจก็ไม่ลดละความพยายามประสาน จนสามารถเชิญนายไพรัตน์ มาตรวจ ดีเอ็นเอ ที่ สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ได้ ซึ่งผลออกมาพบว่าผู้ตาย คือ นายเสริมลาภ จริง

เบื้องต้น ร.ต.อ.จารุพัฒน์ อยู่ระหว่างเดินทางไปรับผลตรวจที่สถาบันนิติเวช ตร. และจะประสานนายไพรัตน์ ซึ่งเป็นญาติ เพื่อให้เข้าทำการติดต่อขอรับศพผู้เสียชีวิตสำหรับนำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิต คือ นายเสริมลาภ ปิ่นทอง อายุ 44 ปี ทำงานเป็นพนักงานบริษัท ชับบ์ (Chubb) ประกันภัย อาศัยอยู่บ้านพักเพียงลำพัง ย่านติวานนท์ จ.นนทบุรี

ขณะที่ในส่วนความคืบหน้าทางคดีที่ สน.มักกะสัน พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง บก.น.1 ในคดีอาญาที่ 320/2569 ของ สน.มักกะสัน เข้าร่วมประชุมเพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...