เปิดบันทึกหน้าใหม่ “โรงพักกระทุ่มแบน” อาหารสมองและศูนย์รวมศรัทธาสมัยใหม่ของชาวสมุทรสาคร
ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
จากอดีตสู่ปัจจุบัน ย้อนรอย “โรงกระทุ่มแบน”
สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน ถือเป็นหนึ่งในโรงพักที่มีประวัติศาสตร์เคียงคู่กับความเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในจังหวัดสมุทรสาครมาอย่างยาวนาน เดิมทีอาคารหลังเก่าตั้งอยู่เพื่อรองรับคดีความและการบริการประชาชนในยุคที่ประชากรยังไม่หนาแน่นเท่าปัจจุบัน
เมื่อเวลาผ่านไป “กระทุ่มแบน” ได้แปรสภาพแล้วจากเมืองเกษตรกรรมริมคลองภาษีเจริญและแม่น้ำท่าจีน สู่เมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีทั้งประชากรในพื้นที่ ประชากรแฝง และแรงงานข้ามชาติเข้ามาพำนักอาศัยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณคดีและภารกิจในการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว อาคารหลังเดิมจึงเริ่มทรุดโทรมและคับแคบ ไม่เอื้อต่อการรองรับประชาชนที่มาติดต่อราชการ
พลิกโฉม“โรงพักหลังใหม่” ยกระดับการบริการ
เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้อนุมัติงบประมาณในการก่อสร้าง อาคารสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนหลังใหม่ ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ ทันสมัย และออกแบบมาเพื่อรองรับการเป็น Smart Station ในยุคดิจิทัลภายใต้การนำของ "บิ๊กอัอ" พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนแห่งใหม่ อย่างเป็นทางการ ที่ สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน นายอรุณ มาพิทักษ์
ปธ.กต.ตร.สภ.กระทุ่มแบน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร คณะข้าราชการตำรวจ ผู้กำกับการ หัวหน้าสถานี นายก อบจ.สมุทรสาคร ปลัดจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการตำรวจ คณะ กต.ตร. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐ ภาคเอกชน และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน
"บิ๊กอัอ" พล.ต.ท.พิสิฐ กล่าวว่าการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่นี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการยกระดับการให้บริการประชาชน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มซับซ้อนมากยิ่งขึ้นอาคารที่ทำการแห่งใหม่ถูกออกแบบให้มีความทันสมัย แข็งแรง และสะดวกต่อการปฏิบัติงาน รวมถึงรองรับการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชนในพื้นที่
ด้าน พ.ต.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน กล่าวด้วยว่า สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนเดิมมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 105 ปี และมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ทำให้ไม่เพียงพอต่อภารกิจในปัจจุบัน จึงได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารใหม่บนพื้นที่ซึ่งได้รับการอุทิศที่ดินจากคุณชาญชัย และคุณฉายรัฐ วงศ์ประเสริฐผล จำนวน 2-2-40 ไร่ โดยใช้งบประมาณ 41,478,000 ล้านบาท เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
การเปิดใช้อาคารแห่งใหม่นี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของสถานีตำรวจให้สามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ท้ายที่สุด ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนจนโครงการสำเร็จลุล่วง พร้อมเปิดให้บริการแก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ และ มีศักยภาพ เหมาะสมกับเป็นโรงพักเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
ไฮไลต์สำคัญของโรงพักหลังใหม่คือการออกแบบที่โปร่งใสและเข้าถึงง่ายตัวอาคารเน้นความโอ่โถง ลดความกดดันของผู้มาติดต่อราชการ มีการจัดสัดส่วนห้องบริการประชาชน (One Stop Service) อย่างชัดเจน
เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยมีการบูรณาการระบบกล้อง CCVT ทั่วพื้นที่ และห้องปฏิบัติการควบคุมสั่งการ (Command Center) ที่ทันสมัย เพื่อการเข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน: ขยายพื้นที่จอดรถสำหรับประชาชน รวมถึงการออกแบบอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่อรองรับผู้พิการและผู้สูงอายุ เป็นศูนย์รวมจิตใจและการสนับสนุนจากชุมชนภาคภูมิใจของ สภ.กระทุ่มแบน หลังใหม่ ไม่ได้มีเพียงแต่อาคารที่ทันสมัยเท่านั้น แต่ยังเกิดจาก พลังความร่วมมือระหว่างตำรวจและภาคประชาชน ในพื้นที่ ที่ร่วมกันสนับสนุนทั้งงบประมาณและกำลังใจในการปรับปรุงภูมิทัศน์
นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นศูนย์รวมจิตใจสำคัญของข้าราชการตำรวจและชาวกระทุ่มแบนภายในพื้นที่โรงพักใหม่ คือ “พระพุทธรูปประจำสถานี” และ “ศาลพระภูมิ-ศาลตายาย” ที่ได้รับการบูรณะและจัดสร้างอย่างสมเกียรติ เพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
นับว่าเป็นก้าวใหม่เพื่อรอยยิ้มของประชาชน
การเปลี่ยนแปลงของโรงพักกระทุ่มแบนหลังใหม่นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนย้ายสถานที่หรือการทาสีอาคารใหม่ แต่คือ "การยกระดับคุณภาพชีวิต" ของทั้งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และประชาชนในพื้นที่ เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายชุมชนปลอดภัย และพร้อมที่จะเป็นที่พึ่งพาสุดท้ายของประชาชนอย่างแท้จริง สมกับคำขวัญที่ว่า "บริการด้วยใจ ห่วงใยความปลอดภัยของประชาชน"