โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“มีที่ มีเงิน” จัดเต็ม! ขยายเวลากู้ 10 ปี-ลดดบ.ปีแรกเหลือ 6.75% หนุน SMEs เข้าถึงแหล่งทุนอย่างเป็นธรรม

efinanceThai

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มีที่ มีเงิน จัดเต็ม! ขยายเวลากู้ 10 ปี-ลดดบ.ปีแรกเหลือ 6.75% หนุน SMEs เข้าถึงแหล่งทุนอย่างเป็นธรรม

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 ก.ค. 69 10:01 น.

มีที่ มีเงิน ในเครือ ออมสิน ปรับเงื่อนไขสินเชื่อใหม่ เพิ่มความยืดหยุ่นการเข้าถึงเงินทุน ขยายเวลากู้เป็น 10 ปี - ลดดอกเบี้ยปีแรกเหลือ 6.75% และปรับลดวงเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับผลิตภัณฑ์ขายฝากเหลือ 2 ลบ. ย้ำเป้าสินเชื่อใหม่ปีนี้ 5,000 ลบ.

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ในเครือธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 69 ว่า บริษัทได้ปรับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงเงินทุนได้อย่างทั่วถึงและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สำหรับเงื่อนไขสินเชื่อใหม่ ประกอบด้วย

1. ขยายระยะเวลากู้จาก 5 ปี เป็น 10 ปี

ช่วยลดภาระการผ่อนชำระ เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

2. ลดอัตราดอกเบี้ยปีแรกเหลือ 6.75%

สำหรับลูกค้าที่ตรวจเครดิตบูโรและได้รับการจัดอันดับเครดิตระดับ AA เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินและเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ

3. เพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่ม NCB Score ระดับ EE และ No Score

ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักประสบข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม

4. ปรับลดวงเงินกู้ขั้นต่ำของผลิตภัณฑ์ขายฝาก

จากเดิม 3 50 ล้านบาท เหลือ 2 50 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ง่ายขึ้น และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

โดยในครึ่งปีหลัง 69 บริษัทยังคงยึดมั่นในพันธกิจสำคัญในการช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สิน ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างเป็นธรรม ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสม

ย้ำเป้าสินเชื่อใหม่ 5,000 ลบ. เน้นหนักพอร์ตสินเชื่อจำนอง 90%

สำหรับปี 69 บริษัท ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ประมาณ 5,000 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรวมราว 10,000 ล้านบาท โดยกว่า 90% เป็นสินเชื่อจำนอง ขณะที่สินเชื่อขายฝากมีสัดส่วนประมาณ 10% และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในภาวะปัจจุบันที่สถาบันการเงินต่าง ๆ มีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากความกังวลต่อผลกระทบจากปัจจัยภายนอกทำให้การปล่อยสินเชื่อกับกลุ่ม SME มีการชะลอตัวลง แต่เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจของกลุ่ม SME รายเล็ก ยังคงเดินหน้าไปต่อได้

"มีที่ มีเงิน" ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อจำนองที่ดิน ที่ยังคงคอยสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย โดยที่ไม่ต้องตรวจ NCB. สำหรับบุคคลธรรมดาวงเงินไม่เกิน 2 ล้านและนิติบุคคลวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ NCB.อาจจะเคยติดขัด แต่ยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ สามารถเติมเงินทุนหมุนเวียนต่อลมหายใจให้ธุรกิจไปต่อ

จุดเด่นของ "มีที่ มีเงิน" คือ เงื่อนไขน้อย รับเงินก้อน ผ่อนสบายนานถึง 10 ปี นอกจากนี้ บริษัท ยังมีผลิตภัณฑ์ขายฝาก เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ไม่ต้องการผ่อนชำระคืนเป็นรายงวด แต่มีโอกาสที่จะหาแหล่งเงินทุนมาชำระหนี้ภายใน 1 ปีได้ ก็สามารถมาใช้บริการขายฝากในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำเงินไปเสริมสภาพคล่องก่อนได้

ในปีนี้บริษัท ขยายฐานโดยตรงผ่านเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัด และสมาคมธุรกิจต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับองค์กรจาก โครงการช่วยเหลือ สู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินประเภท Non-Bank ที่ดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

เป้าหมายสำคัญของเราคือการช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงมุ่งเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง และข้อจำกัดด้านการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดย มีที่ มีเงิน พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่อง แต่มีที่ดินเป็นหลักทรัพย์ในการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ

มองศก.ไทยครึ่งหลัง ดีกว่าคาด

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 คาดว่าจะมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจภายในประเทศยังได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการผลิตและการส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพสูง โดยเฉพาะธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส มีส่วนสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องและสร้างการหมุนเวียนของเม็ดเงินภายในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนเริ่มฟื้นตัวและมีทิศทางที่ดีขึ้น

จากปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว คาดว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตอาจยังอยู่ในระดับที่ระมัดระวัง โดยคาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งปีจะไม่เกิน 2% แต่ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...