โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กรมขุนสุพรรณภาควดี” และ “กรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์” พระราชธิดาในร.5 ที่สิ้นพระชนม์ไล่เลี่ยกัน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 มิ.ย. เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. เวลา 17.00 น.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

รัชกาลที่ 5 ทรงโทมนัสยิ่ง สูญเสียกรมขุนสุพรรณฯ-กรมขุนพิจิตรฯ พระราชธิดาที่ทรงรักยิ่ง

การสูญเสียแม้เป็นเรื่องปกติของโลก แต่ด้วยสายใยแห่งความผูกพันธ์ระหว่าง “พ่อลูก”จึงสร้างความเศร้าโศกอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระราชบิดาที่ทรงสูญเสียพระราชธิดาที่รักยิ่งไปถึง 2 พระองค์ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสูญเสีย กรมขุนสุพรรณภาควดี หรือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีวิลัยลักษณ์ สุนทรศักดิ์กัลยาวดี กรมขุนสุพรรณภาควดี และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร กรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์13 ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน

“กรมขุนสุพรรณภาควดี” เป็นพระราชธิดาที่รัชกาลที่ 5 ทรงรักยิ่ง พระองค์ประสูติแต่เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ (คุณแพ) รักแรกของรัชกาลที่ 5 ตั้งแต่ครั้งที่รัชกาลที่ 5 ยังไม่เสวยราชสมบัติ

รัชกาลที่ 5 ทรงเอ็นดูพระราชธิดาพระองค์นี้มาก เพราะไม่เพียงแค่ทรงได้รับการสถานปนา “ทรงกรม” เสมอด้วยพระราชธิดาที่มีพระอิสริยยศชั้นเจ้าฟ้า แต่ก็ได้รับพระราชทานพระเกียรติยศในโอกาสต่าง ๆ เช่น เมื่อครั้งโสกันต์ โปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีที่เขาไกรลาสจำลองเช่นเดียวกับเจ้านายในพระยศชั้นเจ้าฟ้า นับเป็นพระราชธิดาพระอิสริยยศพระองค์เจ้าเพียงพระองค์เดียวที่ได้รับพระราชทานโอกาสเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม หลังสถาปนาพระอิสริยยศเป็นกรมขุนสุพรรณภาควดีไม่นาน พระองค์ก็ประชวรด้วยพระโรคพระวักกะ (ไต) และพระอาการไม่ได้ดีขึ้น กระทั่งสิ้นพระชนม์ในวันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2447 พระชันษา 37 ปี

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความโทมนัสให้แก่รัชกาลที่ 5 เป็นอย่างมาก เพราะเมื่อตอนที่พระราชธิดาสิ้นพระชนม์ รัชกาลที่ 5 ก็ไม่ได้เสด็จลงมาเยี่ยม เนื่องจากโปรดพระราชธิดาพระองค์นี้มาก จนไม่โปรดทอดพระเนตรเห็นเวลาที่ประชวรมาก ดังที่ปรากฏอยู่ในบันทึกของ หม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ดิศกุล ว่า

“วันหนึ่ง เวรข้าพเจ้าตอนรุ่ง สมเด็จพระบรมราชโอรส (พระมงกุฎเกล้าฯ) และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระราชบิดา) ซึ่งทรงผนวชทั้งสองพระองค์ ได้เสด็จเข้าไปรับบิณฑบาตเสด็จกรมขุนสุพรรณภาควดีราวโมงเช้า ที่ข้างพระแท่นบรรทม ข้าพเจ้าประหลาดใจไม่เห็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงมาเยี่ยม เห็นจะเป็นด้วยโปรดพระราชธิดาพระองค์นี้มาก จนไม่โปรดทอดพระเนตรเห็นเวลาประชวรมาก สิ้นพระชนม์ราว ๒๒ นาฬิกาเศษ”

การพระศพดำเนินไปตามโบราณราชประเพณี การไว้ทุกข์เกิดขึ้นเป็นกรณีพิเศษกับพระราชธิดาที่ทรงสนิทเสน่หายิ่งด้วยการทรงพระภูษาสีขาว โดยก่อนหน้านี้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกก็เคยทรงพระภูษาขาวในงานพระศพเจ้าฟ้ากรมขุนศรีสุนทรเทพ พระเจ้าลูกเธอที่ทรงรักยิ่ง ถึงกับมีพระราชดำรัสว่า “ลูกคนนี้รักมากต้องนุ่งขาวให้”เป็นธรรมเนียมการแสดงความอาลัยรักยิ่งสืบต่อมา

สำหรับงานพระศพพระองค์เจ้าศรีวิลัยลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระภูษานวล แม้จะไม่ได้ทรงสีขาวแต่ก็เห็นได้ว่าทรงใช้สีของเครื่องทรงแสดงออกถึงความอาลัยในพระราชธิดา อีกทั้งยังเสียพระราชหฤทัยอย่างมากจนถึงกับประชวรพระวาโย (เป็นลม) อีกด้วย

งานพระศพเสร็จสิ้นอย่างเรียบร้อยและสมพระเกียรติ แต่หลังจากสิ้นงานพระศพของกรมขุนสุพรรณภาควดีเพียงไม่นาน พระราชธิดาอีกพระองค์หนึ่ง คือ สมเด็จหญิงใหญ่ หรือ“กรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์” พระขนิษฐาที่สนิทสนมกับกรมขุนสุพรรณภาควดีก็ประชวร และหลังจากนั้นก็สิ้นพระชนม์อีกพระองค์หนึ่ง

ถือเป็นช่วงแห่งความสูญเสียและเสียพระราชหฤทัยของพระราชบิดาที่ต้องทรงเผชิญต่อความยากลำบากในเวลาใกล้เคียงกัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

นนทพร อยู่มั่งมี. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีวิลัยลักษณ์ สุนทรศักดิ์กัลยาวดี กรมขุนสุพรรณภาควดี“ลูกคู่ทุกข์คู่ยาก” ในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2566.

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 13 มิถุนายน 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กรมขุนสุพรรณภาควดี” และ “กรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์” พระราชธิดาในร.5 ที่สิ้นพระชนม์ไล่เลี่ยกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...