โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเตือน คลำไม่เจอก้อน เสี่ยง "มะเร็งเต้านมระยะ 0" ได้ เช็กก่อนลุกลาม

TNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 7 มิ.ย. 2569 หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย คลำไม่เจอก้อน เสี่ยง "มะเร็งเต้านมระยะ 0" ได้ เช็กอาการก่อนลุกลาม โดยระบุว่า หลายคนยังเข้าใจว่า "มะเร็งเต้านมต้องคลำเจอก้อนก่อน" ถึงค่อยน่ากลัว

หมอเตือน คลำไม่เจอก้อน เสี่ยงมะเร็งเต้านมระยะ 0 ได้ เช็กก่อนลุกลาม

แต่จริง ๆ ไม่เสมอไป มีผู้หญิงหลายคนไม่มีอาการชัด ไม่มี ก้อนให้คลำ แต่ตรวจสุขภาพแล้วเจอความผิดปกติจากภาพถ่ายเต้านม สุดท้ายตรวจชิ้นเนื้อเจอ มะเร็งเต้านมระยะ 0 หรือ DCIS: Ductal Carcinoma In Situ แบบเคสที่มีคนแชร์ว่าไม่ได้คลำเจอก้อน แต่มีจี๊ด ๆ แถวรักแร้ คันหัวนม ตรวจต่อจนเจอระยะ 0 อันนี้คือเหตุผลว่าทำไมการตรวจคัดกรองถึงสำคัญครับ เพราะบางอย่างมือเราคลำไม่เจอ แต่เครื่องตรวจเห็นก่อน

1. มะเร็งเต้านมระยะ 0 คืออะไร?
ระยะ 0 ส่วนใหญ่ที่พูดถึงคือ DCIS คือเซลล์ผิดปกติอยู่ในท่อน้ำนม ยังไม่ทะลุออกไปบุกรุกเนื้อเยื่อรอบข้าง เราจึงเรียกว่า non-invasive breast cancer หรือมะเร็งที่ยังไม่ลุกลามครับ ฟังดูเหมือนเบา แต่อย่าประมาท เพราะถ้าปล่อยไว้ บางส่วนมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งเต้านมชนิดลุกลามได้ เป้าหมายของการเจอระยะนี้คือเจอก่อนที่มันจะข้ามเส้นออกไปทำเรื่องใหญ่ครับ NCCN อธิบายว่า DCIS คือระยะ 0 เซลล์มะเร็งยังอยู่ “ในที่เดิม” และการรักษามีเป้าหมายเพื่อป้องกันการกลายเป็นมะเร็งลุกลาม

2. ทำไมคลำไม่เจอก้อน แต่เป็นได้?
เพราะ DCIS หลายเคสไม่ได้โตเป็นก้อนชัด ๆ ให้มือคลำเจอครับ มันอาจเริ่มจากความผิดปกติเล็ก ๆ ในท่อน้ำนม หรือมี microcalcifications คือจุดหินปูนเล็ก ๆ กระจายอยู่ในเต้านม ซึ่งแมมโมแกรมเห็นได้ แต่มือคลำไม่ได้ DCIS มักถูกพบจากแมมโมแกรม และมักเห็นเป็นจุดแคลเซียมเล็ก ๆ ในเนื้อเต้านมครับ เพราะฉะนั้นคำว่า “คลำไม่เจอ” ไม่ได้เท่ากับ “ไม่มีอะไร” นะครับ

3. อาการที่อาจมี แม้ไม่ใช่ก้อนชัด ๆ
DCIS ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่บางคนอาจมีสัญญาณเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เช่น คันหัวนมผิดปกติ เจ็บจี๊ด ๆ เต้านมหรือรักแร้ เต้านมบวมเฉพาะจุด ผิวหนังเปลี่ยน หัวนมบุ๋ม มีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม หรือมีความรู้สึกผิดปกติข้างเดียวซ้ำ ๆ ต้องย้ำว่าอาการพวกนี้ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไปนะครับ หลายอย่างอาจเป็นฮอร์โมน ผิวหนังอักเสบ ซีสต์ หรือท่อน้ำนมอักเสบได้ แต่ถ้าเป็นซ้ำ ข้างเดียว หรือไม่หาย ควรตรวจครับ ไม่ใช่ทายาแก้คันแล้วจบ

4. รักแร้จี๊ด ๆ เกี่ยวไหม?
รักแร้มีทั้งต่อมน้ำเหลือง เส้นประสาท กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อเต้านมส่วนที่ยื่นไปทางรักแร้ครับ อาการจี๊ด ๆ อาจมาจากกล้ามเนื้อ เส้นประสาท ฮอร์โมน หรือการอักเสบธรรมดาก็ได้ แต่ถ้าเป็นข้างเดียวซ้ำ ๆ ร่วมกับคันหัวนม ผิวเปลี่ยน เต้านมเจ็บเฉพาะจุด หรือมีผลตรวจภาพผิดปกติ ก็ต้องตรวจต่อ ไม่ใช่เพราะจี๊ดรักแร้เท่ากับมะเร็ง แต่เพราะร่างกายกำลังให้สัญญาณที่ควรเอาไปประกอบภาพรวม

5. ตรวจอะไรถึงเจอระยะ 0?
การคลำเต้านมช่วยให้เรารู้จักร่างกายตัวเอง แต่ระยะ 0 หลายครั้งต้องอาศัยภาพถ่ายครับ ตัวหลักคือ Mammogram เพราะเห็นหินปูนเล็ก ๆ หรือความผิดปกติที่คลำไม่เจอได้ ถ้ามีเต้านมหนาแน่น มีก้อนสงสัย หรือภาพไม่ชัด หมออาจเสริม Ultrasound และบางรายใช้ MRI breast ตามความเสี่ยง สุดท้ายถ้าภาพออกมาอยู่กลุ่มสงสัย เช่น BI-RADS 4 ขึ้นไป มักต้องทำ biopsy หรือตัดชิ้นเนื้อตรวจ เพราะผลชิ้นเนื้อคือคำตอบจริง ไม่ใช่เดาจากภาพอย่างเดียว

6. BI-RADS คืออะไร แบบไหนต้องตัดชิ้นเนื้อ?
BI-RADS คือระบบให้คะแนนผลแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวด์เต้านม เพื่อบอกว่าภาพที่เห็น “น่ากังวลแค่ไหน” และควรทำอะไรต่อ

• BI-RADS 0 = ภาพยังไม่พอ ต้องตรวจเพิ่ม
• BI-RADS 1–2 = ไม่พบความผิดปกติ หรือดูเป็นก้อน/ซีสต์ไม่อันตราย
• BI-RADS 3 = น่าจะไม่ใช่มะเร็ง แต่มักต้องนัดติดตามภาพซ้ำ
• BI-RADS 4 = เริ่มสงสัย ต้องพิจารณาเจาะชิ้นเนื้อ หรือ biopsy
• BI-RADS 5 = สงสัยมะเร็งสูง ต้องรีบตรวจชิ้นเนื้อ
• BI-RADS 6 = ยืนยันมะเร็งแล้วจากผลชิ้นเนื้อ

จำง่าย ๆ นะ ถ้า BI-RADS 4 ขึ้นไป ส่วนใหญ่ต้องตัดชิ้นเนื้อ เพราะภาพถ่ายบอกได้แค่ว่า “สงสัย” แต่คำตอบจริงต้องมาจากผลพยาธิวิทยาครับ ส่วน BI-RADS 3 อย่าหายไปเอง ต้องคอยติดตามตามหมอนัด

7. ใครบ้างควรตรวจ แม้คลำไม่เจอก้อน?
ผู้หญิงทั่วไปควรคุยกับแพทย์เรื่องเริ่มตรวจแมมโมแกรมตามอายุและความเสี่ยง หลายแนวทางปัจจุบันแนะนำให้ผู้หญิงความเสี่ยงทั่วไปเริ่มคัดกรองด้วยแมมโมแกรมตั้งแต่อายุ 40 ปี โดยความถี่อาจต่างกันตามแนวทางและดุลยพินิจแพทย์ เช่น USPSTF แนะนำตรวจทุก 2 ปีในช่วงอายุ 40–74 ปี ส่วน American Cancer Society แนะนำให้ช่วง 40–44 ปีมีทางเลือกเริ่มตรวจ, 45–54 ปีตรวจทุกปี และ 55 ปีขึ้นไปอาจตรวจทุก 2 ปีหรือเลือกตรวจทุกปีได้ ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม/รังไข่ เป็นมะเร็งเต้านมอายุน้อย มีพันธุกรรมเสี่ยง หรือเคยฉายรังสีบริเวณหน้าอก อาจต้องเริ่มเร็วกว่านี้

อาการแบบไหนอย่ารอดูเอง
• คลำได้ก้อน หรือมีก้อนรักแร้
• หัวนมมีเลือดหรือน้ำใส ๆ ออกเอง
• หัวนมบุ๋ม ดึงรั้ง หรือเปลี่ยนไปจากเดิม
• ผิวเต้านมบุ๋ม เป็นรอยดึงรั้ง คล้ายผิวส้ม
• เต้านมบวม แดง ร้อน หรือเจ็บเฉพาะจุดไม่หาย
• คันหัวนมเรื้อรัง เป็นข้างเดียว หรือมีผื่น/ลอกไม่หาย
• เจ็บจี๊ด ๆ เต้านมหรือรักแร้ซ้ำ ๆ ร่วมกับความผิดปกติอื่น
• ผลตรวจภาพเต้านมผิดปกติ เช่น BI-RADS 4 หรือ 5

มะเร็งเต้านมระยะ 0 คือโอกาสทองของการเจอเร็ว ไม่ใช่รอให้คลำได้ก้อนใหญ่ก่อนแล้วค่อยไปตรวจ เพราะบางอย่างเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่มือคลำไม่เจอ แต่แมมโมแกรมเห็นได้ ถ้ามีอาการแปลก ๆ ซ้ำ ๆ หรือถึงวัยตรวจคัดกรองแล้ว อย่าผัดครับ ตรวจให้รู้ ดีกว่าปล่อยให้ระยะ 0 มีโอกาสกลายเป็นระยะลุกลาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...