กรุงศรีชี้เงินบาทอ่อนแตะ 33.40 หลัง กนง.คงดอกเบี้ย 1% มองเศรษฐกิจดีกว่าคาด
กรุงศรี โกลบอล มาร์เก็ตส์ ระบุเงินบาทอ่อนค่าลงแตะ 33.40 บาทต่อดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโต 2.3% จากแรงหนุนการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI แม้ยังเผชิญความเปราะบางจากภาค SMEs และภาระค่าครองชีพของครัวเรือน ขณะที่กรุงศรียังคงมุมมอง กนง. จะตรึงดอกเบี้ยต่ออีกหลายไตรมาส
กนง.คงดอกเบี้ย 1% ตามคาด เอกฉันท์ 7 ต่อ 0
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย มีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 24 มิถุนายน 2569
การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย กนง. เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังอยู่ในระดับเหมาะสมสำหรับการดูแลเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินในระยะยาว
เศรษฐกิจไทยโตดีกว่าคาด รับแรงหนุนจาก AI และการส่งออก
กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยคาดว่า GDP ปี 2569 จะเติบโต 2.3% และชะลอลงสู่ระดับ 1.8% ในปี 2570
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงมาตรการของภาครัฐที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน
นอกจากนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย ยังช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและต้นทุนด้านพลังงาน ทำให้ผลกระทบต่อภาคการผลิตและภาคท่องเที่ยวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้
SMEs และครัวเรือนยังเผชิญแรงกดดัน
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีสัญญาณดีขึ้น แต่ กนง. มองว่าการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ยังคงเผชิญข้อจำกัดในการปรับตัวและการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนยังเป็นความท้าทายสำคัญ สะท้อนจากสินเชื่อ SMEs ที่ยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง
ในฝั่งครัวเรือน รายได้ที่เติบโตช้าลงและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ยังคงกดดันกำลังซื้อของประชาชน และอาจส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงหลังมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐทยอยสิ้นสุด
เงินเฟ้อปีนี้แตะ 2.8% ก่อนชะลอลงในปีหน้า
กนง. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.8% ในปี 2569 ก่อนลดลงสู่ระดับ 1.4% ในปี 2570 แรงกดดันเงินเฟ้อในปีนี้ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่ปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการยังเชื่อว่าเงินเฟ้อระยะปานกลางจะอยู่ภายใต้กรอบเป้าหมาย และพร้อมติดตามความเสี่ยงด้านราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดต่อไป
บาทอ่อนแตะ 33.40 ต่ำสุดรอบ 13 เดือน
ภายหลังการประกาศผลการประชุม กนง. ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสู่ระดับ 33.40 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือน
กรุงศรี โกลบอล มาร์เก็ตส์ มองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทสะท้อนแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดยังให้น้ำหนักต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ยังมีท่าทีเข้มงวด
ขณะที่ กนง. ระบุว่า อัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีความผันผวนตามปัจจัยภายนอก และเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลจากการปรับท่าทีด้านนโยบายการเงินของสหรัฐเป็นสำคัญ
กรุงศรีคาด กนง.ตรึงดอกเบี้ยต่ออีกหลายไตรมาส
สำหรับการประชุม กนง. ครั้งถัดไป ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 กรุงศรีมองว่ายังไม่มีปัจจัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงแนวโน้มนโยบายการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
ท่าทีของ กนง. ในการประชุมครั้งนี้สะท้อนชัดว่า คณะกรรมการยังให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการดูแลเงินเฟ้อ การสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน
ด้วยเหตุนี้ กรุงศรีจึงยังคงคาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ต่อเนื่องไปอีกหลายไตรมาสข้างหน้า เว้นแต่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจหรือเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ