โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สารอาหาร-วิตามินที่ 'คนวัยทำงาน' ขาดแบบไม่รู้ตัว ทานไม่พอ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พฤติกรรมการบริโภคอาหารของหลาย ๆ คนเน้นไปที่การทานอาหารที่ง่ายและสะดวกที่สุด อย่าง อาหารฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารแช่แข็งในร้านสะดวกซื้อ เพื่อที่จะได้เอาเวลาที่เหลือไปใช้ทำอย่างอื่นต่อ โดยเฉพาะกับเหล่าพนักงานออฟฟิศที่โหมงานหนักทั้งวันทั้งคืน ถึงอาหารเหล่านี้จะมีรสชาติอร่อย มีผักและเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ

แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามันแทบไม่มีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายหลงเหลืออยู่เลย ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และมีอาการขาดวิตามินได้ อาทิ ร่างกายอ่อนเพลีย, รู้สึกเหนื่อยผิดปกติ, นอนหลับยาก, ปวดหัวเป็นประจำ, เป็นหวัดบ่อย ฯลฯ และเมื่อร่างกายขาดวิตามินไปนาน ๆ ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงและเรื้อรังอาจตามมาได้

ในชีวิตประจำวันของคนวัยทำงานที่เร่งรีบ การได้รับสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการอาจเป็นเรื่องท้าทาย อาหารจานด่วน พฤติกรรมการกินที่ไม่สม่ำเสมอ และความเครียด ทำให้ร่างกายอาจขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

Gen Y เสี่ยงป่วยมะเร็ง 17 ชนิดมากกว่าคนรุ่นก่อน พบมะเร็งมดลูกเพิ่มขึ้น 169%

'การนอนหลับ' ที่ดี 7-9 ชั่วโมง เชื่อมโยงกับ 'ความพึงพอใจ' ในชีวิต

3ปัจจัยหลักที่ทำให้คนวัยทำงานขาดสารอาหาร

แต่ละวันของคนวัยทำงานเต็มไปด้วยปัจจัยที่ทำให้ร่างกายต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ

  • ความเครียด เมื่อร่างกายเกิดความเครียด จะมีการใช้สารอาหารต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะวิตามินบี วิตามินซี และแมกนีเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนหลับที่ไม่เต็มที่ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ดี ทำให้ต้องการสารอาหารเพื่อช่วยบำรุง
  • พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม การเลือกกินอาหารแปรรูปหรืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน

สารอาหารที่ถูกมองข้ามและส่งผลต่อร่างกาย

  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ วิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินซีและสังกะสี มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน หากขาดไปจะทำให้ร่างกายติดเชื้อและเจ็บป่วยได้ง่าย
  • ขาดพลังงานและอ่อนเพลีย วิตามินบีรวมช่วยในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน หากได้รับไม่เพียงพอจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีเรี่ยวแรง
  • สมาธิและความจำลดลง สารอาหารบางชนิดมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง การขาดสารอาหารเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสมาธิและการจดจำ

หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยเพื่อเติมเต็มสารอาหารที่ขาดหายไปในแต่ละวัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง T

วิตามินมีความสำคัญกับร่างกาย

วิตามิน (Vitamins) คือสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่มีความสำคัญกับร่างกายมาก เพราะวิตามินทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ซึ่งวิตามินจะไม่ให้พลังงานโดยตรงเหมือนคาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน แต่ก็เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีสำคัญที่เกิดขึ้นในร่างกายตลอดเวลา ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย และช่วยในการดูดซึมสารอาหารอื่น ๆ

ด้วยเหตุนี้ร่างกายของเราจึงขาดวิตามินไม่ได้ และเนื่องจากร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้างวิตามินทุกชนิดได้เอง วิธีได้มาซึ่งวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ จึงมาจากการรับประทานอาหารในแต่ละวัน หรือการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นั่นเอง หากคุณทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่เป็นประจำ ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนและส่งผลให้คุณมีอาการขาดวิตามินได้

สัญญาณเตือนร่างกายมีอาการขาดสารอาหาร

เมื่อร่างกายขาดสารอาหาร วิตามินและมีการทำงานที่ผิดปกติ ร่างกายของเราก็จะส่งสัญญาณเตือนออกมาให้เรารู้ โดยส่วนใหญ่อาการขาดวิตามินที่แสดงออกมาไม่รุนแรงนัก ทำให้หลาย ๆ คนมองข้ามไปและไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาหรือสัญญาณเตือนจากร่างกาย ลองมาทำความรู้จักสัญญาณเตือนเหล่านี้และนำไปสังเกตร่างกายของตัวเองกันดีกว่า เพื่อที่คุณจะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ ๆ ตามมา

1. ริมฝีปากแตกลอก

ริมฝีปากที่แห้ง แตก หรือมีอาการลอกมักบ่งบอกว่าร่างกายขาดวิตามินบี กลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินบี2 วิตามินบี3 และวิตามินบี6 วิตามินเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการบำรุงเยื่อเมือกและผิวหนัง การขาดวิตามินดังกล่าวทำให้เกิดการฟื้นฟูเซลล์ที่ช้าลง ส่งผลให้ริมฝีปากแห้งแตกและฟื้นฟูตัวเองได้ยาก

2. กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นตะคริว

ถ้าคุณมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบไม่มีสาเหตุหรือมักเป็นตะคริวบ่อย ๆ ในตอนกลางคืน นี่อาจเป็นสัญญาณว่าคุณขาดวิตามินดี แมกนีเซียม แคลเซียม หรือโพแทสเซียมได้ แร่ธาตุและวิตามินเหล่านี้ทำงานร่วมกันในการควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อขาดไปจึงทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุล เกิดอาการเกร็งหรือเป็นตะคริวได้ง่ายนั่นเอง

3. ภูมิแพ้กำเริบและติดเชื้อบ่อย

ภูมิแพ้ที่รุนแรงขึ้นหรืออาการเจ็บป่วยบ่อยมากกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินซี วิตามินดี หรือสังกะสี ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย อย่างวิตามินซีเพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดขาว วิตามินดีควบคุมการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และสังกะสีช่วยสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันใหม่ การขาดสารอาหารเหล่านี้จึงทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ไม่ดีเท่าที่ควร

4. รอยแดงที่มุมปาก

รอยแตกหรือแผลที่มุมปากที่ไม่หายสักที มักเรียกว่า "โรคปากนกกระจอก" เป็นสัญญาณชัดเจนว่าร่างกายอาจขาดวิตามินบี โดยเฉพาะไรโบฟลาวิน (วิตามินบี2) โฟเลต และวิตามินบี12 วิตามินกลุ่มนี้มีบทบาทในการสร้างเซลล์ใหม่และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ นอกจากนี้การขาดธาตุเหล็กก็อาจส่งผลให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน

5. สายตาแย่ลงในที่แสงน้อย

ปัญหาการมองเห็นในที่มืดหรือแสงน้อย (Night blindness) เป็นสัญญาณว่าร่างกายอาจขาดวิตามินเอ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรงควัตถุในจอประสาทตาที่ช่วยในการมองเห็น ในกรณีที่ขาดวิตามินเออย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดโรค Xerophthalmia ที่ทำให้เกิดตาแห้ง กระจกตาอักเสบ และสูญเสียการมองเห็นได้

6. เส้นผมร่วงมากผิดปกติ

เส้นผมที่ร่วงมากกว่าวันละ 100 เส้น หรือร่วงเป็นกระจุกอาจเป็นสัญญาณของการขาดโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินดี และไบโอติน เราต้องการสารอาหารเหล่านี้เพื่อสร้างโครงสร้างของเส้นผมและกระตุ้นการเจริญของรากผม นอกจากนี้ การขาดกรดไขมันโอเมก้า 3 ยังอาจทำให้หนังศีรษะแห้ง ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมด้วย

7. ผิวแห้งและความล่าช้าในการรักษาบาดแผล

ผิวที่แห้งผิดปกติหรือบาดแผลที่ใช้เวลานานในการหาย เป็นสัญญาณของการขาดวิตามินซี วิตามินอี หรือสังกะสี ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ วิตามินเหล่านี้ยังช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ การขาดวิตามินเหล่านี้จึงทำให้ผิวดูแห้ง ไร้ชีวิตชีวา และมีความยืดหยุ่นลดลง

8. อาการหงุดหงิดและซึมเศร้า

ความผันผวนทางอารมณ์ ภาวะซึมเศร้า หรือหงุดหงิดง่าย อาจเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินดี วิตามินบี12 หรือโฟเลต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะซีโรโทนินและโดพามีน การได้รับวิตามินเหล่านี้อย่างเพียงพอจึงช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาสมดุลทางอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

9. เล็บเปราะบางและมีร่องตามยาว

เล็บที่แตกง่าย เปราะบาง หรือมีร่องลึกตามแนวยาว เป็นสัญญาณบอกว่าร่างกายกำลังขาดธาตุเหล็ก สังกะสี ไบโอติน หรือวิตามินบี12 เนื่องจากแร่ธาตุและวิตามินเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างโปรตีนเคราตินที่เป็นส่วนประกอบหลักของเล็บ การได้รับสารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงพอจึงส่งผลให้เล็บไม่แข็งแรงและมีลักษณะผิดปกติ

10. อ่อนเพลียเรื้อรังและนอนไม่หลับ

ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดวิตามินอะไร? ความอ่อนเพลียและความเหนื่อยล้าที่ไม่หมดไปสักที แม้จะนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม มักมีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินดี วิตามินบีรวม แมกนีเซียม หรือธาตุเหล็ก สารอาหารเหล่านี้มีบทบาทในการผลิตพลังงานระดับเซลล์และการทำงานของระบบประสาท การขาดวิตามินบี12 หรือธาตุเหล็กยังอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ซึ่งส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา

พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ร่างกายขาดวิตามิน

  • กินแต่อาหารประเภทเดิมซ้ำ ๆ โดยเฉพาะฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารแปรรูป
  • กินอาหารที่ผ่านการทอดหรือต้มซ้ำ ๆ เนื่องจากวิตามินต่าง ๆ มักจะถูกความร้อนทำลาย
  • คนที่ระบบย่อยอาหารมีปัญหา อย่างเป็นโรคกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ เพราะร่างกายจะดูดซึมวิตามินได้ไม่ดี
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เพราะมันจะเข้าไปทำลายตัวและกระตุ้นการขับวิตามินบีออกทางปัสสาวะ
  • ดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลมมากเกินไป เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีสารที่ไปขัดขวางการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุ
  • ช่วงพิเศษที่ต้องการวิตามินมากกว่าปกติ อย่างการตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เพิ่งหายป่วย หรือเพิ่งเล่นกีฬามา
  • การกินยาบางตัวเป็นประจำ เช่น ยาลดกรด ยาคุม ยาปฏิชีวนะ ฯลฯ เพราะไปรบกวนการดูดซึมวิตามินในร่างกาย

อ้างอิง: N Health (เอ็น เฮลท์) , The Longevist

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...