สารอาหาร-วิตามินที่ 'คนวัยทำงาน' ขาดแบบไม่รู้ตัว ทานไม่พอ
พฤติกรรมการบริโภคอาหารของหลาย ๆ คนเน้นไปที่การทานอาหารที่ง่ายและสะดวกที่สุด อย่าง อาหารฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารแช่แข็งในร้านสะดวกซื้อ เพื่อที่จะได้เอาเวลาที่เหลือไปใช้ทำอย่างอื่นต่อ โดยเฉพาะกับเหล่าพนักงานออฟฟิศที่โหมงานหนักทั้งวันทั้งคืน ถึงอาหารเหล่านี้จะมีรสชาติอร่อย มีผักและเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ
แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามันแทบไม่มีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายหลงเหลืออยู่เลย ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และมีอาการขาดวิตามินได้ อาทิ ร่างกายอ่อนเพลีย, รู้สึกเหนื่อยผิดปกติ, นอนหลับยาก, ปวดหัวเป็นประจำ, เป็นหวัดบ่อย ฯลฯ และเมื่อร่างกายขาดวิตามินไปนาน ๆ ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงและเรื้อรังอาจตามมาได้
ในชีวิตประจำวันของคนวัยทำงานที่เร่งรีบ การได้รับสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการอาจเป็นเรื่องท้าทาย อาหารจานด่วน พฤติกรรมการกินที่ไม่สม่ำเสมอ และความเครียด ทำให้ร่างกายอาจขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
Gen Y เสี่ยงป่วยมะเร็ง 17 ชนิดมากกว่าคนรุ่นก่อน พบมะเร็งมดลูกเพิ่มขึ้น 169%
'การนอนหลับ' ที่ดี 7-9 ชั่วโมง เชื่อมโยงกับ 'ความพึงพอใจ' ในชีวิต
3ปัจจัยหลักที่ทำให้คนวัยทำงานขาดสารอาหาร
แต่ละวันของคนวัยทำงานเต็มไปด้วยปัจจัยที่ทำให้ร่างกายต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ
- ความเครียด เมื่อร่างกายเกิดความเครียด จะมีการใช้สารอาหารต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะวิตามินบี วิตามินซี และแมกนีเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนหลับที่ไม่เต็มที่ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ดี ทำให้ต้องการสารอาหารเพื่อช่วยบำรุง
- พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม การเลือกกินอาหารแปรรูปหรืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน
สารอาหารที่ถูกมองข้ามและส่งผลต่อร่างกาย
- ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ วิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินซีและสังกะสี มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน หากขาดไปจะทำให้ร่างกายติดเชื้อและเจ็บป่วยได้ง่าย
- ขาดพลังงานและอ่อนเพลีย วิตามินบีรวมช่วยในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน หากได้รับไม่เพียงพอจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีเรี่ยวแรง
- สมาธิและความจำลดลง สารอาหารบางชนิดมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง การขาดสารอาหารเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสมาธิและการจดจำ
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยเพื่อเติมเต็มสารอาหารที่ขาดหายไปในแต่ละวัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง T
วิตามินมีความสำคัญกับร่างกาย
วิตามิน (Vitamins) คือสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่มีความสำคัญกับร่างกายมาก เพราะวิตามินทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ซึ่งวิตามินจะไม่ให้พลังงานโดยตรงเหมือนคาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน แต่ก็เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีสำคัญที่เกิดขึ้นในร่างกายตลอดเวลา ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย และช่วยในการดูดซึมสารอาหารอื่น ๆ
ด้วยเหตุนี้ร่างกายของเราจึงขาดวิตามินไม่ได้ และเนื่องจากร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้างวิตามินทุกชนิดได้เอง วิธีได้มาซึ่งวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ จึงมาจากการรับประทานอาหารในแต่ละวัน หรือการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นั่นเอง หากคุณทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่เป็นประจำ ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนและส่งผลให้คุณมีอาการขาดวิตามินได้
สัญญาณเตือนร่างกายมีอาการขาดสารอาหาร
เมื่อร่างกายขาดสารอาหาร วิตามินและมีการทำงานที่ผิดปกติ ร่างกายของเราก็จะส่งสัญญาณเตือนออกมาให้เรารู้ โดยส่วนใหญ่อาการขาดวิตามินที่แสดงออกมาไม่รุนแรงนัก ทำให้หลาย ๆ คนมองข้ามไปและไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาหรือสัญญาณเตือนจากร่างกาย ลองมาทำความรู้จักสัญญาณเตือนเหล่านี้และนำไปสังเกตร่างกายของตัวเองกันดีกว่า เพื่อที่คุณจะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ ๆ ตามมา
1. ริมฝีปากแตกลอก
ริมฝีปากที่แห้ง แตก หรือมีอาการลอกมักบ่งบอกว่าร่างกายขาดวิตามินบี กลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินบี2 วิตามินบี3 และวิตามินบี6 วิตามินเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการบำรุงเยื่อเมือกและผิวหนัง การขาดวิตามินดังกล่าวทำให้เกิดการฟื้นฟูเซลล์ที่ช้าลง ส่งผลให้ริมฝีปากแห้งแตกและฟื้นฟูตัวเองได้ยาก
2. กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นตะคริว
ถ้าคุณมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบไม่มีสาเหตุหรือมักเป็นตะคริวบ่อย ๆ ในตอนกลางคืน นี่อาจเป็นสัญญาณว่าคุณขาดวิตามินดี แมกนีเซียม แคลเซียม หรือโพแทสเซียมได้ แร่ธาตุและวิตามินเหล่านี้ทำงานร่วมกันในการควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อขาดไปจึงทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุล เกิดอาการเกร็งหรือเป็นตะคริวได้ง่ายนั่นเอง
3. ภูมิแพ้กำเริบและติดเชื้อบ่อย
ภูมิแพ้ที่รุนแรงขึ้นหรืออาการเจ็บป่วยบ่อยมากกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินซี วิตามินดี หรือสังกะสี ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย อย่างวิตามินซีเพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดขาว วิตามินดีควบคุมการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และสังกะสีช่วยสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันใหม่ การขาดสารอาหารเหล่านี้จึงทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ไม่ดีเท่าที่ควร
4. รอยแดงที่มุมปาก
รอยแตกหรือแผลที่มุมปากที่ไม่หายสักที มักเรียกว่า "โรคปากนกกระจอก" เป็นสัญญาณชัดเจนว่าร่างกายอาจขาดวิตามินบี โดยเฉพาะไรโบฟลาวิน (วิตามินบี2) โฟเลต และวิตามินบี12 วิตามินกลุ่มนี้มีบทบาทในการสร้างเซลล์ใหม่และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ นอกจากนี้การขาดธาตุเหล็กก็อาจส่งผลให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน
5. สายตาแย่ลงในที่แสงน้อย
ปัญหาการมองเห็นในที่มืดหรือแสงน้อย (Night blindness) เป็นสัญญาณว่าร่างกายอาจขาดวิตามินเอ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรงควัตถุในจอประสาทตาที่ช่วยในการมองเห็น ในกรณีที่ขาดวิตามินเออย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดโรค Xerophthalmia ที่ทำให้เกิดตาแห้ง กระจกตาอักเสบ และสูญเสียการมองเห็นได้
6. เส้นผมร่วงมากผิดปกติ
เส้นผมที่ร่วงมากกว่าวันละ 100 เส้น หรือร่วงเป็นกระจุกอาจเป็นสัญญาณของการขาดโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินดี และไบโอติน เราต้องการสารอาหารเหล่านี้เพื่อสร้างโครงสร้างของเส้นผมและกระตุ้นการเจริญของรากผม นอกจากนี้ การขาดกรดไขมันโอเมก้า 3 ยังอาจทำให้หนังศีรษะแห้ง ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมด้วย
7. ผิวแห้งและความล่าช้าในการรักษาบาดแผล
ผิวที่แห้งผิดปกติหรือบาดแผลที่ใช้เวลานานในการหาย เป็นสัญญาณของการขาดวิตามินซี วิตามินอี หรือสังกะสี ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ วิตามินเหล่านี้ยังช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ การขาดวิตามินเหล่านี้จึงทำให้ผิวดูแห้ง ไร้ชีวิตชีวา และมีความยืดหยุ่นลดลง
8. อาการหงุดหงิดและซึมเศร้า
ความผันผวนทางอารมณ์ ภาวะซึมเศร้า หรือหงุดหงิดง่าย อาจเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินดี วิตามินบี12 หรือโฟเลต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะซีโรโทนินและโดพามีน การได้รับวิตามินเหล่านี้อย่างเพียงพอจึงช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาสมดุลทางอารมณ์ได้เป็นอย่างดี
9. เล็บเปราะบางและมีร่องตามยาว
เล็บที่แตกง่าย เปราะบาง หรือมีร่องลึกตามแนวยาว เป็นสัญญาณบอกว่าร่างกายกำลังขาดธาตุเหล็ก สังกะสี ไบโอติน หรือวิตามินบี12 เนื่องจากแร่ธาตุและวิตามินเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างโปรตีนเคราตินที่เป็นส่วนประกอบหลักของเล็บ การได้รับสารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงพอจึงส่งผลให้เล็บไม่แข็งแรงและมีลักษณะผิดปกติ
10. อ่อนเพลียเรื้อรังและนอนไม่หลับ
ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดวิตามินอะไร? ความอ่อนเพลียและความเหนื่อยล้าที่ไม่หมดไปสักที แม้จะนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม มักมีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินดี วิตามินบีรวม แมกนีเซียม หรือธาตุเหล็ก สารอาหารเหล่านี้มีบทบาทในการผลิตพลังงานระดับเซลล์และการทำงานของระบบประสาท การขาดวิตามินบี12 หรือธาตุเหล็กยังอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ซึ่งส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา
พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ร่างกายขาดวิตามิน
- กินแต่อาหารประเภทเดิมซ้ำ ๆ โดยเฉพาะฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารแปรรูป
- กินอาหารที่ผ่านการทอดหรือต้มซ้ำ ๆ เนื่องจากวิตามินต่าง ๆ มักจะถูกความร้อนทำลาย
- คนที่ระบบย่อยอาหารมีปัญหา อย่างเป็นโรคกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ เพราะร่างกายจะดูดซึมวิตามินได้ไม่ดี
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เพราะมันจะเข้าไปทำลายตัวและกระตุ้นการขับวิตามินบีออกทางปัสสาวะ
- ดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลมมากเกินไป เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีสารที่ไปขัดขวางการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุ
- ช่วงพิเศษที่ต้องการวิตามินมากกว่าปกติ อย่างการตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เพิ่งหายป่วย หรือเพิ่งเล่นกีฬามา
- การกินยาบางตัวเป็นประจำ เช่น ยาลดกรด ยาคุม ยาปฏิชีวนะ ฯลฯ เพราะไปรบกวนการดูดซึมวิตามินในร่างกาย
อ้างอิง: N Health (เอ็น เฮลท์) , The Longevist