เปิดคำให้การ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ผู้ปั้นพอร์ตหุ้นทิพย์มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท หลังผลสอบสวนของ บก.ปอศ. กับ ก.ล.ต. ทำไปเพราะอะไร
รายงานข่าวจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ถึงความคืบหน้ากรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบการทำธุรกรรมการสร้าง ‘หุ้นทิพย์’ ในกรณีที่ สุภาพร พิมพงษ์ ได้ยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ซึ่งทาง ก.ล.ต. เคยแถลงว่าเป็นธุรกรรมปลอมหรือหุ้นทิพย์ที่ไม่ได้มีการซื้อจริง
ประเด็นสำคัญ
- คำให้การสุดอึ้ง! อ้างโดนหักเงินบัญชีเดือนละหมื่น ทึกทักว่าตัวเองมีหุ้น
- ทนายฯ ‘สุภาพร’ เตรียมสู้คดี อ้างลูกความอาจมีหุ้นในต่างประเทศจริง
- พบความผิดชัดแจ้งข้อมูลเท็จ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ
- รอ ก.ล.ต. สรุปพยานหลักฐาน คาดยื่นร้องฟ้องเร็วๆ นี้
แหล่งข่าวระดับสูงจาก บก.ปอศ. เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า วันนี้(10 ก.ค.) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ได้ร่วมกับ ก.ล.ต. เรียกตัว สุภาพร วัย 38 ปี ซึ่งมีพื้นเพเดิมเป็นคนจังหวัดปราจีนบุรีแต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร มาสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
คำให้การสุดอึ้ง! อ้างโดนหักเงินบัญชีเดือนละหมื่น ทึกทักว่าตัวเองมีหุ้น
จากการสอบสวน สุภาพรให้การอ้างว่า ตนเองเข้าใจว่าเคยถูกหักเงินออกจากบัญชีธนาคารไปประมาณเดือนละ 10,000 บาท เป็นระยะเวลาหลายปี จึงทำให้เข้าใจไปเองว่าตนน่าจะมีการถือครองหุ้นอยู่ จากนั้นเจ้าตัวจึงได้ไปค้นหาข้อมูล และเข้าไปดูข้อมูลรายชื่อหุ้นผ่าน NVDR เมื่อเห็นข้อมูลดังกล่าวจึงคิดเอาเองว่าหุ้นเหล่านี้น่าจะเป็นของตน จึงได้ดำเนินการยื่นรายงานเข้าไป
สำหรับมูลเหตุจูงใจในการกระทำดังกล่าวนั้น แหล่งข่าวระบุว่า สุภาพรทำไปเพื่อหวังจะได้เงินปันผล เนื่องจากรู้สึกว่าตนเองโดนหักเงินมานานแต่ยังตรวจสอบไม่ได้ว่าเป็นค่าซื้อหุ้นจริงหรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คำถามหมื่นล้าน! แกะปม ‘สุภาพร’ รายงานซื้อหุ้นเท็จ ทั้งที่ราคาหุ้นไม่ขยับ ได้ประโยชน์อะไร? พร้อมข้อเสนออุดรูรั่วตลาดทุนไทย
10 ก.ค. 2569 | 17:03
สรุปปม ‘สุภาพร’ รายงานซื้อหุ้น 7 รายการ ก.ล.ต. ชี้เป็นข้อมูลเท็จ อยู่ระหว่างเปิดให้ชี้แจง ก่อนพิจารณาบังคับใช้กฎหมาย
9 ก.ค. 2569 | 13:35
ตลท.ไม่ห่วงปม ‘สุภาพร’ รายงานซื้อหุ้น TRUE กระทบความเชื่อมั่น เผยช่วย TRUE เร่งปิดสมุดทะเบียน พร้อมขอข้อมูลโบรกเกอร์หาข้อเท็จจริง
8 ก.ค. 2569 | 18:29
ทั้งนี้ จากผลการสอบพบข้อเท็จจริงว่า สุภาพร ไม่เคยได้รับเงินปันผลใดๆ และจากการหาข้อมูลทำให้เธอเข้าใจว่าต้องแสดงตัวเป็นผู้ถือหุ้นเสียก่อนจึงจะได้รับสิทธิ
นอกจากนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า สุภาพรลงมือก่อเหตุเรื่องนี้เพียงคนเดียว และเจ้าตัวอ้างว่าไม่ได้คิดว่าเรื่องราวจะกลายเป็นประเด็นใหญ่โต เป็นเพียงการรายงานข้อมูลตามความเข้าใจของตนเองเท่านั้น
ทนายฯ ‘สุภาพร’ เตรียมสู้คดี อ้างลูกความอาจมีหุ้นในต่างประเทศจริง
แม้ทาง ก.ล.ต. จะฟันธงไปแล้วว่าธุรกรรมดังกล่าวไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง และจากการตรวจสอบรายชื่อในบริษัทมหาชนในไทยหลังปิดสมุดทะเบียนก็ไม่ปรากฏชื่อของ สุภาพรเป็นผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด แต่ในการสอบปากคำ ทางฝั่งของสุภาพรได้พาทนายความมาร่วมรับฟังด้วย ซึ่งทนายความแจ้งว่ากำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและต่อสู้คดี โดยอ้างว่าลูกความอาจจะมีการถือครองหุ้นในต่างประเทศจริง
พบความผิดชัดแจ้งข้อมูลเท็จ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ
ในประเด็นของการดำเนินคดีทางกฎหมาย แหล่งข่าวชี้แจงว่า ความผิดที่ปรากฏชัดเจนที่สุดคือ การรายงานข้อมูลเท็จซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ส่วนจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้
สาเหตุที่ยังสรุปไม่ได้ เนื่องจากต้องพิจารณาเจตนาว่า สุภาพรทราบหรือไม่ว่าข้อมูลที่ตนนำเข้าไปในระบบของ ก.ล.ต. นั้นจะถูกนำไปเผยแพร่ต่อ และรู้หรือไม่ว่าข้อมูลนั้นเป็นเท็จ เพราะสุภาพรไม่ได้เป็นผู้นำข้อมูลไปเผยแพร่เองโดยตรง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเรื่องระบบการเข้าคอมพิวเตอร์ต่อไป หากพบว่ามีความผิดก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
รอ ก.ล.ต. สรุปพยานหลักฐาน คาดยื่นร้องฟ้องเร็วๆ นี้
สำหรับขั้นตอนต่อไป ขณะนี้ทาง ก.ล.ต. จะต้องนำคำให้การกลับไปพิจารณาตามขั้นตอนระเบียบของหน่วยงานก่อน โดย ก.ล.ต. ต้องประเมินว่าข้อชี้แจงของ สุภาพร นั้นสามารถรับฟังได้หรือไม่ หากรับฟังหรือหักล้างไม่ได้จึงจะเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ
“ถ้า ก.ล.ต. เขาร้องทุกข์มา คดีก็จะไปได้ไกลกว่านี้อีก โดยหลังจากหาก ก.ล.ต. มาร้องทุกข์แล้ว ทางตำรวจจึงจะสามารถเปิดคดีและดำเนินการแจ้งความเอาผิดได้ ซึ่งเบื้องต้นทาง ก.ล.ต. ระบุว่าจะเร่งดำเนินการในเคสนี้ให้เร็วที่สุด” แหล่งข่าวกล่าว
ล่าสุดวันนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ได้ประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ให้ สุภาพร พิมพงษ์ ซึ่งเป็นผู้รายงานแบบ 246-2 มาให้ถ้อยคำกับ ก.ล.ต. และพนักงานสอบสวน
ตามที่มีการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) จำนวน 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์ โดยมีการบันทึกเข้ามาในระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งปรากฏชื่อผู้ที่บันทึกข้อมูลเข้ามาในระบบการรายงานแบบ 246-2 คือ นางสาวสุภาพร พิมพงษ์
โดย ก.ล.ต. ได้พบประเด็นความไม่ถูกต้องของข้อมูล จึงดำเนินการตรวจสอบและสอบทานกับบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการนำข้อมูลในรายงานดังกล่าวออกจากระบบเผยแพร่ข้อมูลแล้วนั้น ขณะเดียวกันที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ประสานความร่วมมือกับ บก.ปอศ. มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย และในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. และ บก.ปอศ. ได้เชิญบุคคลรายดังกล่าวมาให้ถ้อยคำและได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง ก.ล.ต. จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญ โดยได้รับการสนับสนุนจาก บก.ปอศ. เป็นอย่างดีในการเร่งรัดกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย จนนำมาสู่การให้ถ้อยคำของผู้รายงาน
ทั้งนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย จึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในรายละเอียดได้ และหากมีความคืบหน้า ก.ล.ต. จะเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบต่อไป
และขอย้ำว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่มีการเผยแพร่เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน จึงมีกระบวนการทั้งการระบุสถานะของข้อมูลและนำข้อมูลออกจากระบบเมื่อพบความไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรการที่คำนึงถึงความสำคัญในการเปิดเผยสารสนเทศต่อสาธารณะ
ด้านพันตำรวจเอก วิญญู แจ่มใส ผู้กำกับการ 3 บก.ปอศ. กล่าวว่า บก.ปอศ. ได้ร่วมกับ ก.ล.ต. ในการสอบถ้อยคำบุคคลรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้วซึ่งได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูล โดย บก.ปอศ. พร้อมให้การสนับสนุนและทำงานร่วมกันกับ ก.ล.ต. เพื่อให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ขณะที่เอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า จากที่พบกระแสข่าวการกล่าวถึงกรณี สุภาพร พิมพงษ์ ชาวกรุงเทพฯ ไม่ได้รับการติดต่อจาก ก.ล.ต. หรือตำรวจ นั้น ขอเรียนว่าไม่ใช่บุคคลเดียวกันกับผู้ที่รายงานข้อมูลตามแบบรายงาน 246-2 โดย ก.ล.ต. ขอยืนยันว่า ขณะนี้ ก.ล.ต. ได้ร่วมกับ บก.ปอศ ในการเชิญนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ซึ่งเป็นผู้รายงานแบบ 246-2 มาให้ถ้อยคำกับ ก.ล.ต. และพนักงานสอบสวน