โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปลี่ยนบ้านเป็นเงิน! 5 ไอเดียสร้าง Passive Income ในปี 2569 พร้อมวิธีจัดการภาษี

Thairath Money

อัพเดต 31 พ.ค. เวลา 01.00 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. เวลา 01.00 น.
ภาพไฮไลต์

เศรษฐกิจแบบนี้หลายคนกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มขึ้น สำหรับใครที่มีบ้านหรือกำลังวางแผนจะซื้อบ้านสักหลัง Thairath Money ขอเสนอไอเดียที่จะเปลี่ยนจากบ้านเพื่อที่อยู่อาศัย 100% ให้กลายเป็นเครื่องผลิตเงิน หรือแหล่งรายได้แบบ Passive Income รวมถึงชวนมาทำความเข้าใจว่า ถ้ามีรายได้จากการเช่าแบบนี้ ต้องเสียภาษียังไง

มีบ้าน/คอนโด ใช้หาเงินแบบไหนดี?

1. แบ่งห้อง/บ้านเช่า (รายเดือน/รายปี)

ถ้าใครมีบ้านหลายหลัง หรือภายในบ้านมีหลายห้องนอน อาจจะแบ่งบางส่วนออกมาปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งอัตราค่าเช่าก็ขึ้นอยู่กับทำเล และความพอใจของผู้ให้เช่าเอง

จุดเด่น: รายได้สม่ำเสมอ คาดการณ์เงินสดได้ชัดเจน

ต้นทุนที่ต้องนึกถึง: อาจต้องตกแต่ง ซ่อมแซม หรือมีเฟอร์นิเจอร์ให้กับผู้เช่า เช่น เตียง ตู้เสื้อผ้า ขึ้นอยู่กับการตกลงร่วมกัน

ความเสี่ยง: อาจเจอผู้เช่าเบี้ยวไม่จ่ายค่าบ้าน หรือทำของภายในห้องเสียหาย ดังนั้นตอนทำสัญญาอาจระบุเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจน เช่น ค่ามัดจำห้อง, ค่าประกัน เป็นต้น

2. ที่พักรายวัน

เมื่อโลกอินเทอร์เน็ตเชื่อมให้คนทั่วโลกเข้าถึงกันได้ ไม่ว่าคนต่างชาติหรือคนไทยก็หาที่พักรายวันได้ง่ายขึ้น เพราะตอนนี้มีหลายแอปฯ หรือ เว็บไซต์ เช่น Airbnb, Agoda, Booking.com ที่ทำให้เราเปลี่ยนห้องว่างหรือบ้านที่มีอยู่เป็น ที่พักรายวันได้

แต่แนะนำว่าควรทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตให้ครบ โดยเฉพาะการนำบ้าน หรือ ห้องในคอนโดมิเนียมมาปล่อยเช่ารายวันอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15, 59 มีบทลงโทษคือ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

จุดเด่น: ค่าที่พักรายวันมักสูงกว่ารายเดือน/รายปี มีความยืดหยุ่นสูงเพราะผู้ให้เช่าก็สามารถเข้าใช้งานส่วนตัวได้

ต้นทุนที่ต้องนึกถึง: ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายให้ละเอียด ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต ค่าจ้างทำความสะอาด และอื่นๆ

ความเสี่ยง: รายได้ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับฤดูกาล ควรเช็กขอบเขตทางกฎหมายว่าทำได้แค่ไหน เช่นคอนโดในไทยมักไม่อนุญาตให้เจ้าของห้องเปิดให้เช่ารายวัน เพราะเสี่ยงสูงด้านความปลอดภัยและอาจสร้างความเสียหายต่อส่วนรวมได้ นอกจากนี้ถ้าจะเปิดให้เช่ารายวันควรระบุเงื่อนไขการรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อตัวห้อง/บ้านด้วย

3. เปิดพื้นที่ขายของในส่วนหน้าบ้าน

หลายคนมีบ้านเป็นตึกแถว ก็อาจแบ่งพื้นที่หน้าบ้านให้เช่าขายของ หรือ ตั้งตู้ Kiosk ต่างๆ เพื่อหารายได้เสริม

จุดเด่น: ได้ค่าเช่าสูงหากทำเลดี เช่น หน้าบ้านติดถนน

ต้นทุนที่ต้องนึกถึง: การปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับการปล่อยเช่า เช่น อาจต้องต่อท่อน้ำแยก หรือ อื่นๆ

ความเสี่ยง: ตรวจสอบเงื่อนไขทางกฎหมายให้ชัดเจน เพราะการขายของบนทางเท้าหรือฟุตบาทถือว่าผิดกฎหมาย แต่อาจมีข้อยกเว้นหรือมีการผ่อนผันในบางพื้นที่ต้องเช็กให้ครบ (กรุงเทพฯ สอบถามที่สำนักงานเขต จังหวัดอื่นๆ สอบถามที่ อบต. เทศบาล) เพื่อป้องกันเกิดปัญหาในภายหลัง

4. ให้เช่าที่จอดรถ

หลายคนมีพื้นที่ทำที่จอดรถได้หลายคัน อาจจัดสรรหรือรับจอดรถรายเดือนเป็นรายได้เพิ่มเติม ยุคนี้ใครที่มีคอนโดใจกลางเมือง แต่มีโควต้าที่จอดรถก็อาจให้เช่าสิทธิที่จอดรถได้ (ควรเช็กเงื่อนไขกับทางคอนโดก่อนเสมอ)

จุดเด่น: ยืดหยุ่นเพราะในอนาคตอาจเปลี่ยนแปลงพื้นที่เพื่อทำธุรกิจอื่นได้

ต้นทุนที่ควรนึกถึง: หากมีค่าปรับหน้าดิน หรือทำโรงรถ อาจต้องคำนวณต้นทุนให้ดี

ความเสี่ยง: รายได้ต่อเดือนไม่สูงมากนัก, ปัญหาเรื่องความคุ้มครองตัวรถเมื่อมาจอดไว้ ต้องระบุให้ชัดเจนก่อนตกลงให้เช่าที่

5. สตูดิโอถ่ายภาพ/วิดีโอให้เช่า

ตอนนี้ใครๆ ก็ทำคอนเทนต์กันทั้งนั้น บางคนมองหาพื้นที่สำหรับถ่ายทำคลิป หรือถ่ายภาพสินค้า การเปลี่ยนบ้านให้เป็นสตูดิโออาจตอบโจทย์เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้

จุดเด่น: กรณีทำธุรกิจรับถ่ายภาพสินค้าครบวงจรจะแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น

ต้นทุนที่ควรนึกถึง: อาจต้องลงทุนเยอะในการปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับการถ่ายทำ หรือ ต้องมีอุปกรณ์เบื้องต้นให้กับผู้เช่า

ความเสี่ยง: ต้องศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อหาทำเลที่เหมาะสม ควรทำสัญญาที่ระบุเงื่อนไขการเข้าใช้งานอย่างชัดเจน

รายได้เพิ่มขึ้น แล้วต้องเสียภาษีแบบไหน?

เมื่อมีรายได้ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องภาษี โดยหลักๆ ที่ผู้ปล่อยเช่าต้องเจอคือ

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะรายได้จากค่าเช่าต่างๆ ถือเป็น เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5) ซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณ และยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัตราการเสียภาษีขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าที่ประเมินว่าการใช้สอยพื้นที่เป็นแบบไหน ถ้าเป็นการใช้เพื่ออยู่อาศัย จะอัตราถูกกว่าการใช้ประโยชน์อื่นๆ (เชิงพาณิชย์) ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจและการประเมินของหน่วยงานท้องถิ่น
  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในกรณีที่ผู้เช่าเป็น "บุคคลธรรมดา" ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ถ้าผู้เช่าเป็นนิติบุคคล (บริษัท) จะถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้

ทั้งนี้ กรณีรายได้การเช่า เราสามารถเลือกได้ว่าจะหักค่าใช้จ่ายแบบไหน เช่น หักแบบเหมาจ่าย 30% หรือ หักค่าใช้จ่ายตามจริงก็ได้ ซึ่งหลายคนเคยคิดว่าค่างวดที่ผ่อนบ้านกับธนาคารก็ถือเป็นค่าใช้จ่าย แต่ตามกฎของสรรพากรแล้วจะไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้!สุดท้ายนี้ การหารายได้เพิ่ม แหล่งรายได้ใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ดี แต่ควรหาข้อมูลให้รอบด้านเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง ถ้าไม่แน่ใจในข้อกฎหมายไหนก็สามารถติดต่อหน่วยงานรัฐโดยตรงได้ เช่น กรมสรรพากร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ หรือโทร 1111 ได้เสมอ

อ้างอิงข้อมูล สกธ., สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, Taxbugnoms, กระทรวงยุติธรรม, กรมการปกครอง

หมายเหตุ ใครที่สนใจการให้เช่าที่พักแบบรายวัน อาจติดตามข่าวการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปลี่ยนบ้านเป็นเงิน! 5 ไอเดียสร้าง Passive Income ในปี 2569 พร้อมวิธีจัดการภาษี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...