โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉเดือด! อดีตผู้สมัคร สส. กร่าง ฉุนช่างภาพเช็กประวัติ บุกทำร้ายถึงห้องช่าง ขู่ร้องเรียนให้ตกงาน

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

6 ก.ค. 2569 กันจอมพลัง แถลงข่าวกรณีช่างภาพของสำนักข่าวช่องหนึ่งและลูกบ้านของคอนโดร้องเรียน ถูกกลุ่มนักการเมือง ทำร้ายร่างกายและคุกคามกลัวไม่ปลอดภัย แจ้งคามข้ามปี คดีไม่คืบหน้า พร้อมนำคลิปวงจรปิดขณะที่กลุ่มนักการเมือง หรือ สส.สอบตก บุกเข้าไปทำร้ายลูกบ้าน ภายในห้องช่าง ขณะที่ลูกบ้านกำลังเซฟกล้องวงจรปิด

คุณแฟร์ (สงวนชื่อจริง) อายุ 41 ปี ช่างภาพสำนักข่าวช่องหนึ่ง เล่าว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว 2568 เกิดจากปัญหาคอนโดได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จนลูกบ้านออกรายการช่องดัง และมีนายเต็มพิกัด นักการเมือง หรือ สส.สอบตก (ผู้ก่อเหตุ) ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ยอมรับว่าทำให้คอนโดได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องของน้ำและเรื่องไฟฟ้า โดยเฉพาะลิฟต์ใช้งานไม่ได้ แต่นักการเมืองคนนี้ช่วยให้ลูกบ้านได้มีน้ำ - ไฟฟ้าใช้ จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการนิติคอนโดขึ้นมาใหม่

แต่นักการเมืองรายนี้ถือสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องในคณะกรรม และทราบว่ามีการมาตั้งสำนักงานของตัวเองใต้คอนโด ซึ่งก็เข้าใจว่าน่าจะมาเช่า แล้วมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ต่อมาก็เอาลูกบ้านในคอนโดไปช่วยงานอาสาในสำนักงานของนักการเมือง พร้อมกับมีการทำงานร่วมกันกับคณะคณะกรรมการคอนโด แต่ท้ายที่สุดไม่สามารถทำงานร่วมกันได้

อีกทั้งนักการเมืองทำให้ลูกบ้านเกิดการแตกแยกและแบ่งออกเป็นสองฝ่าย จากนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในครั้งแรก โดยตนเองได้เปิดห้องนิติคอนโด แต่นักการเมืองท่านนี้กับไม่พอใจที่ตัวเองไปเปิดห้องนิติคอนโด จึงมีปัญหากันเกิดขึ้น ทั้งที่ตนก็เป็นคณะกรรมการคนหนึ่ง มีอำนาจในการเปิดห้องได้ตามปกติ พร้อมมีพยานลูกบ้านชี้ว่า มีอำนาจทำได้ แต่นักการเมืองนำเรื่องไปโพสต์ในกลุ่มต่อว่าทำแบบนั้นไม่ถูกต้อง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่นักการเมืองไม่พอใจ

ต่อมานักการเมืองมีการส่งรูปภาพของตัวเองถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) เข้าไปในกลุ่ม LINE คณะกรรมการ และอ้างตัวเองเป็นผู้ได้รับทาบทาม เป็นคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ทันทีที่ตนเองทราบ ก็หวังว่าลูกบ้านจะเข้าใจผิด และด้วยสัญชาตญาณนักข่าว จึงตรวจเช็คให้ถี่ถ้วนว่า นักการเมืองคนนี้ เป็นคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พร้อมมีลิ้งข่าวแปะ พบว่า เป็นข่าวปี 2562 ที่เคยทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันจริง แต่เป็นอดีตไปแล้ว เพราะที่เกิดเรื่อง ปี 68 เมื่อเช็กก็พบว่าเป็นการแอบอ้าง ทำให้นักการเมืองคนนี้ถูกเบรก ห้ามนำชื่อนายกรัฐมนตรีไปแอบอ้างนักการเมืองท่านนี้จึงไม่พอใจ

จนกระทั่ง 5 ตุลาคม 68 ขณะที่ตนเองเดินตรวจคอนโดตามปกติ ทางนักการเมืองปรี่เข้ามาหาเรื่อง และมีกลิ่นสุราเหม็นมาก ใช้คำพูดกลาง โดยบอกว่า "เฮ้ยไอแฟร์มึงมาเคลียร์กับกูหน่อยสิวะ มึงเช็คกูหรอ" และพูดถึงเรื่องที่ตนเองเช็คกับพรรคภูมิใจไทย ก่อนเกิดชุลมุน พร้อมพวกนักการเมือง 5-6 คน จนเรื่องบานปลาย และนักการเมืองก็ย้ำว่า จะแจ้งข้อหาหมิ่นประมาท

ประเด็นที่พูดคุยกันในกลุ่ม LINE ในขณะที่ตัวเองยุ่งกับงานข่าวในต่างจังหวัด แล้วตนเองได้ถ่ายรูปแจ้งว่าตัวเองทำงานที่ไหน แต่นักการเมืองกล่าวหาว่าตนเองถ่ายรูปอาวุธปืนข่มขู่เขาซึ่งไม่เป็นความจริง โดยเหตุการณ์ในจังหวะนี้ได้แยกย้ายกันไป แต่หลังจากนั้นด้วยความกังวลใจ ตนเองจึงเข้าไปเซฟกล้องวงจรปิดเพื่อเอาไว้เป็นหลักฐานในการป้องกันตัวเอง แต่นักการเมืองคนนี้กลับไม่พอใจยกพวกเข้ามา ที่ห้องทำงานของช่างซึ่งเป็นสถานที่เก็บเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด พร้อมกับใช้ศีรษะโขกลูกบ้านจนล้มลง ขณะที่ตนเองก็เข้าไปป้องกันไม่ให้เขาทำร้ายซ้ำอีก แต่หลังจากแยกย้ายกันไปกลับพบว่าแฟลชไดรฟ์นั้นหายไป ซึ่งแฟลตไดรฟ์ดังกล่าวนั้นมีข้อมูลสำคัญทั้งข้อมูลบัตรประชาชนทะเบียนบ้าน และข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานที่ทำงาน

ต่อมานักการเมืองก็ได้พยายามดิสเครดิตและคุกคามตัวเองในที่ทำงาน มีการเดินทางเข้าไปพบหัวหน้างาน หลังจากตนเองทราบว่า เขามีความพยายามที่จะร้องเรียนตนเองเพื่อให้ออกจากงานให้ได้ ตามเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ตนเองทราบมาคือ กรณีที่เรียกคณะคณะกรรมการคนนึงไปด่าและพูดคำว่า "กูจะเอาไอ้แฟออกจากงานให้ได้ พร้อมอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่ในสถานีโทรทัศน์ที่ตนเองทำงานอยู่" แต่เคราะห์ดีที่หัวหน้างานฟังเหตุผลและไม่เล่นด้วย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีการแจ้งความดำเนินคดี แต่ก็มีการรอคดีเป็นระยะเวลานานมาก นานจนเริ่มรู้สึกว่าจะไม่ได้รับความเป็น จึงร้องขอความช่วยเหลือจากคุณกันจอมพลัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...