รวบ “นายหน้าจัดหาบริษัท-บัญชีม้า” รับงานแก๊งคอลฯเหยื่อสูญกว่า 100 ล้าน
CIB รวบหญิงแสบ อดีตเด็กเก่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผันตัวตั้ง 50 บริษัทนอมินี-จัดหาบัญชีม้า บงการฟอกเงินออนไลน์เหยื่อสูญกว่า 100 ล้านบาท
วันที่ 6 ก.ค.2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.), พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว และ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.2 บก.ป.), พ.ต.ท.พงศกร ต้นอารีย์, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ, พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา, พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ และ พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วย ด.ต.วีรภัทร สุมานัส, จ.ส.ต.นพดล ดอนศรีจันทร์, จ.ส.ต.ปฐมพงศ์ อิสรางกูร ณ อยุธยา และ ส.ต.อ.ณัฐกฤต แสนสุข ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม น.ส.ธัญรัศม์ อายุ 46 ปี ได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.570/2569 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2569
ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, ร่วมกันฟอกเงิน, สมคบกันฟอกเงิน, อั้งยี่ และซ่องโจร
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายถูกขบวนการหลอกลงทุนผ่านระบบออนไลน์ จนหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มคนร้าย ซึ่งใช้บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดนอมินีกว่า 50 แห่ง เป็นเครื่องมือรับโอนเงิน สร้างความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท โดยพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนศาลอนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการกว่า 50 ราย
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ สืบทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นกรรมการบริษัทนอมินีที่ใช้รับเงินจากผู้เสียหายกว่า 3 ล้านบาท และหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.สารภี จึงเข้าจับกุมได้สำเร็จ โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาเคยทำงานให้กับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายเว็บพนันในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนกลับประเทศไทย และได้รับการติดต่อจากอดีตเพื่อนร่วมงานให้ช่วยจัดตั้งบริษัทนอมินี รวมถึงเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อนำไปใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากการฉ้อโกงออนไลน์และเว็บพนัน
ผู้ต้องหายังรับว่า ตนเองเป็นกรรมการและหุ้นส่วนของบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดกว่า 4 แห่ง พร้อมทำหน้าที่จัดหาบุคคลอื่นมาจดทะเบียนบริษัทนอมินี เปิดบัญชีธนาคาร และลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ หรือ “ซิมม้า” ให้กับเครือข่าย เพื่อแลกกับผลตอบแทนเป็นส่วนแบ่งรายได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการติดต่อหรือทำธุรกรรมกับบุคคลที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะการชักชวนลงทุนหรือโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัยสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและป้องกันความเสียหายได้ทันท่วงที.