โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกู๊ปกีฬา : เปิดค่าตัว "ผู้ตัดสิน" ฟุตบอลโลก 2026 รับเละทุบสถิติเฉียด 4 ล้าน พร้อมกฎใหม่สุดโหด แก้เกมถ่วงเวลา

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

ศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีแจ้งเกิดและสร้างความมั่งคั่งให้กับเหล่านักเตะซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นทัวร์นาเมนต์ประวัติศาสตร์ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับทีมงาน "ผู้ตัดสิน" อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเช่นกัน

โดย "สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ" หรือ "ฟีฟ่า" เตรียมควักกระเป๋าจ่ายค่าตอบแทนให้บรรดา "เชิ้ตดำ" ที่ได้รับเลือกสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กติกาใหม่สุดเข้มงวดตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ เพื่อยกระดับความโปร่งใสและสปีดของเกมการแข่งขัน

รายงาน ระบุว่า ผู้ตัดสินหลักที่ได้ทำหน้าที่ในมหกรรมลูกหนังโลกครั้งนี้ จะได้รับค่าตอบแทนการันตีขั้นต่ำคนละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือแปลงเป็นเงินอังกฤษอยู่ที่ราว 75,000 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทย 3,306,085 บาท) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสถิติใหม่ของวงการ และคิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัวเมื่อเทียบกับเงินรางวัลที่ฟีฟ่าเคยจ่ายให้ผู้ตัดสินในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลเลยทีเดียว

หากนำไปเปรียบเทียบกับรายรับปกติของผู้ตัดสินในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งเป็นลีกฟุตบอลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก จะพบว่าพวกเขามีรายได้รวมจากค่าเหนื่อยรายปีและโบนัสการลงทำหน้าที่อยู่ที่ประมาณ 170,000 ถึง 180,000 ปอนด์ต่อปี โดยจะแปรผันตามประสบการณ์และความอาวุโส ทว่าการได้รับคัดเลือกให้เดินทางมาเป่านกหวีดในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกหนนี้ จะช่วยเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถโกยเงินก้อนโตเข้ากระเป๋าได้ภายในระยะเวลาการทำงานเพียงแค่ประมาณ 5 สัปดาห์เท่านั้น

สำหรับตัวแทนผู้ตัดสินชื่อดังจากเวทีพรีเมียร์ลีกและทีมชาติอังกฤษที่มีรายชื่อติดโผเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในฟุตบอลโลกหนนี้ ประกอบด้วย ไมเคิล โอลิเวอร์ และ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าทั้งคู่สามารถทำรายได้จากการลงตัดสินในศึกพรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา รวมกันไปแล้วกว่า 250,000 ปอนด์ ขณะที่ จาร์เร็ด จิลเล็ตต์ ผู้ตัดสินชาวออสเตรเลียที่ย้ายมาปักหลักทำงานในอังกฤษ จะเดินทางมารับหน้าที่เฉพาะทางในฐานะเจ้าหน้าที่ควบคุมห้องวีเออาร์ (VAR) ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์

นอกจากเงินการันตีก้อนแรกแล้ว ฟีฟ่า ยังมีโบนัสพิเศษเพิ่มเติมให้กับทีมงานผู้ตัดสินที่ทำผลงานได้ดีและได้ผ่านเข้ารอบไปทำหน้าที่ต่อในรอบน็อกเอาต์ โดยยิ่งได้ทำหน้าที่ในรอบที่ลึกมากขึ้นเท่าไร อัตราค่าตอบแทนก็จะยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นตามลำดับ ขณะที่ผู้ตัดสินรายใดที่ได้รับเกียรติยศสูงสุดให้ลงทำหน้าที่ชี้ขาดในเกมนัดชิงชนะเลิศที่จะระเบิดความมันขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม ก็จะได้รับเงินรางวัลก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกไปครอง

นอกเหนือจากประเด็นเรื่องเม็ดเงินอันมหาศาลแล้ว สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติยังเตรียมนำกติกาใหม่หลายข้อมาบังคับใช้ในฟุตบอลโลก 2026 โดยเน้นไปที่มาตรการป้องกันและจัดการกับพฤติกรรมการถ่วงเวลาอย่างเด็ดขาด เช่น การกำหนดให้นักฟุตบอลที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามต้องเดินออกจากผืนหญ้าภายในเวลา 10 วินาที, ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องรับการปฐมพยาบาลจะต้องรออยู่ข้างสนามเป็นเวลา 1 นาทีก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับลงไปเล่นต่อ รวมถึงจะมีการนำระบบนับถอยหลัง 5 วินาทีมาใช้กับการทุ่มและการเตะจากเส้นประตูเพื่อเร่งให้เกมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบวิดีโอช่วยตัดสินหรือวีเออาร์ (VAR) จะถูกอัปเกรดและเพิ่มอำนาจการทำหน้าที่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ในห้องวีเออาร์จะสามารถเข้ามาแทรกแซงและทบทวนการตัดสินในจังหวะลูกเตะมุมที่ผิดพลาด รวมถึงสามารถตรวจสอบกรณีการแจกใบแดงที่เกิดจากใบเหลืองที่สอง และยังมีอำนาจในการสั่งริบประตูคืนย้อนหลังได้ทันที หากมีการตรวจพบว่าเกิดจังหวะฟาวล์ขึ้นก่อนที่ลูกฟุตบอลจะถูกส่งข้ามเส้นประตู

ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะใช้ชุดปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ผู้ตัดสินที่ยิ่งใหญ่และมีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกลูกหนัง เพื่อรองรับการแข่งขันที่ขยายเพิ่มเป็น 104 นัด โดยประกอบไปด้วยผู้ตัดสินหลักจำนวน 52 คน, ผู้ช่วยผู้ตัดสินอีกจำนวน 88 คน และทีมงานเจ้าหน้าที่วีเออาร์อีกกว่า 30 คน ที่จะร่วมมือกันลงทำหน้าที่ควบคุมความเรียบร้อยตลอดทัวร์นาเมนต์อันยิ่งใหญ่นี้

#ฟุตบอลโลก2026 #ผู้ตัดสินฟุตบอลโลก #ข่าวฟุตบอล #FIFAWorldCup2026 #VAR #พรีเมียร์ลีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...