ทองเปิดตลาดดิ่ง 1,900 บาท! นักลงทุนผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ คืนนี้
ราคาทองวันนี้ (10 มิ.ย.) เปิดตลาด ราคาปรับลง 1,900 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ ราคาทองรูปพรรณ ขายออกที่ 64,250.00 บาท/ บาททองคำ
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ ราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันนี้ เปิดตลาดเมื่อ เวลา 09.02 น. สำหรับตลาดซื้อขายทองคำในประเทศ ราคาทองวันนี้ ปรับลง 1,900 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้
โดย ทองรูปพรรณ ขายออกที่ราคา 66,300.00 บาท/ บาททองคำ ส่วน ราคารับซื้อ อยู่ที่ 63,990.36 บาท/ บาททองคำ
สำหรับ ทองแท่ง ขายออกที่ 65,500.00 บาท/บาททองคำ และ รับซื้อที่ 65,300.00 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 4,193.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของราคาทองคำ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่หนุนการปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ ยังคงสร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) ทำให้ราคาทองคำทยอยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สู่โซน 4,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำร่วงแรง! ตลาดผวาขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ จับตาตัวเลขเงินเฟ้อชี้ชะตาทิศทางเฟด
ราคาทองคำปรับตัวลดลงในวันอังคาร ท่ามกลางแรงขายในตลาดการเงินทั่วโลก หลังนักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่ตลาดจับตาข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวลดลงในวันอังคาร โดยเคลื่อนไหวตามการเทขายสินทรัพย์ในตลาดการเงินในวงกว้าง และถูกกดดันจากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า สหรัฐฯ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนหันไปจับตาข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญที่จะประกาศในวันพุธและวันพฤหัสบดี
ราคาทองคำสปอตลดลง 0.7% อยู่ที่ 4,298.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากก่อนหน้านี้ร่วงลงมากกว่า 1% ระหว่างการซื้อขาย ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 0.9% อยู่ที่ 4,323.90 ดอลลาร์
บ็อบ ฮาเบอร์คอร์น นักกลยุทธ์ตลาดอาวุโสจาก RJO Futures กล่าวว่า นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับสภาวะตลาดในขณะนี้ โดยตลาดการเงินทุกประเภทเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง
ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และดัชนี S&P 500 ต่างปรับตัวลดลง 0.9% และ 0.4% ตามลำดับ
ฮาเบอร์คอร์นกล่าวเพิ่มเติมว่า ราคาทองคำและโลหะเงินยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจนกว่าตลาดจะได้รับสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นจากเฟด หลังจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ก่อน ความสนใจของตลาดได้เปลี่ยนไปสู่ข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ในวันพุธ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
ด้าน Commerzbank ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมออกมาสูงกว่าคาดในวันพุธ ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงต่อ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวอาจเพิ่มโอกาสให้ราคาทองคำฟื้นตัวในช่วงปลายปี หากเป็นไปตามที่ธนาคารคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่า นักเทรดให้น้ำหนักราว 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม
ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าในตะวันออกกลางส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพ โดยราคาน้ำมันปรับตัวลดลงหลังจากอิหร่านและอิสราเอลระบุว่าได้ยุติการโจมตีซึ่งกันและกันตามคำร้องขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงสามารถกระตุ้นเงินเฟ้อและทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักส่งผลลบต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
สำหรับโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาโลหะเงินสปอตปรับตัวลดลง 3.2% อยู่ที่ 65.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมลดลง 1.1% อยู่ที่ 1,736.08 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมลดลง 2.5% อยู่ที่ 1,234.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อ้างอิง : cnbc.com, สมาคมค้าทองคำ