โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ออสเตรเลียพบ “ไข้หวัดนก H5N1” ครั้งแรกบนแผ่นดินใหญ่-ทุ่ม 2.6 พันล้านรับมือ

Khaosod

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ออสเตรเลียพบ “ไข้หวัดนก H5N1” - บีบีซี และ ซินหัว รายงานวันที่ 21 มิ.ย. ว่า นางจูลี คอลลินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้ของออสเตรเลีย ยืนยันการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนก “สายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1” (H5N1) บนแผ่นดินใหญ่ออสเตรเลียเป็นครั้งแรก และนั่นหมายความว่าไข้หวัดนกแพร่กระจายไปยังทุกทวีปทั้ง 7 ทวีปบนโลกแล้ว

หญิงคนหนึ่งให้อาหารนกพิราบด้วยเมล็ดพืชในสวนสาธารณะใจกลางเมืองซิดนีย์ เมื่อวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2548 ขณะเดียวกัน หน่วยบริการฉุกเฉินในสามเมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียได้ทำการฝึกซ้อมในวันอังคารเพื่อทดสอบการตอบสนองของรัฐบาลต่อการระบาดของไวรัสไข้หวัดนกที่ร้ายแรง

ออสเตรเลียพบ “ไข้หวัดนก H5N1” - ภาพประกอบ - A woman feeds pigeons seeds in an inner city park in Sydney's central business district, Tuesday, Nov. 29, 2005. Emergency service crews in three of Australia's biggest cities conducted exercises Tuesday to test the government's response to a hypothetical outbreak of the deadly bird flu virus. (AP Photo/Mark Baker)

ผลทดสอบยืนยันว่า “นกสกัวสีน้ำตาล” (Brown Skua) ในอุทยานแห่งชาติทางตอนใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ติดเชื้อและตายจากไข้หวัดนกสายพันธุ์นี้

เชื้อดังกล่าวแพร่ระบาดทั่วโลกตั้งแต่ปี 2563 ส่งผลให้นกและสัตว์ชนิดต่างๆ หลายล้านตัวล้มตาย ออสเตรเลียยังพบ “นกยักษ์เพเทรล” (Giant Petrel) อีกตัวหนึ่งมีอาการป่วยในพื้นที่ใกล้เคียงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. และตอนนี้ถูกนำตัวเข้าสู่มาตรการกักกันโรคแล้ว

ฝูงห่านแม็กพายพักผ่อนในสวนมะม่วงที่เมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2548 นักวิทยาศาสตร์ที่กำลังประเมินภัยคุกคามจากไข้หวัดนกต่อออสเตรเลียจะใช้เทคโนโลยีการติดตามด้วยดาวเทียมเพื่อทดสอบว่าห่านแม็กพายที่พบในภาคเหนือของออสเตรเลียบินมาจากเกาะทางเหนือหรือไม่ ซึ่งครึ่งหนึ่งของเกาะนั้นเป็นดินแดนของอินโดนีเซีย

ออสเตรเลียพบ “ไข้หวัดนก H5N1” - ภาพประกอบ - Magpie geese rest in a mango tree plantation in Darwin, Australia, Saturday, Oct 15, 2005. Scientists assessing the bird flu threat to Australia will use satellite tracking technology to test whether any of the magpie geese found across northern Australia fly in from an island to the north, half of which is Indonesian territory. (AP Photo/Rob Griffith)

ก่อนหน้านี้รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรงบประมาณ 113 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (หรือราว 2,600 ล้านบาท) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 ซึ่งนางคอลลินส์กล่าวว่าได้มีการถอดบทเรียนเหตุการณ์จากนานาประเทศและเป็นเหตุผลที่มีการจัดเตรียมเงินทุนล่วงหน้า

ทางการออสเตรเลียยังเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสนกที่ป่วยหรือตายและแจ้งเหตุต้องสงสัยผ่านสายด่วนโรคสัตว์ฉุกเฉิน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่คาดว่าจะทราบภายในไม่กี่วันว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวได้เริ่มแพร่กระจายในกลุ่มประชากรสัตว์ของออสเตรเลียแล้วหรือไม่

ออสเตรเลียพบ “ไข้หวัดนก H5N1” - หญิงคนหนึ่งให้อาหารนกพิราบด้วยเมล็ดพืชในสวนสาธารณะใจกลางเมืองซิดนีย์ เมื่อวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2548 ขณะเดียวกัน หน่วยบริการฉุกเฉินในสามเมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียได้ทำการฝึกซ้อมในวันอังคารเพื่อทดสอบการตอบสนองของรัฐบาลต่อการระบาดของไวรัสไข้หวัดนกที่ร้ายแรง

ภาพประกอบ - A woman feeds pigeons seeds in an inner city park in Sydney's central business district, Tuesday, Nov. 29, 2005. Emergency service crews in three of Australia's biggest cities conducted exercises Tuesday to test the government's response to a hypothetical outbreak of the deadly bird flu virus. (AP Photo/Mark Baker)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ออสเตรเลียพบ “ไข้หวัดนก H5N1” ครั้งแรกบนแผ่นดินใหญ่-ทุ่ม 2.6 พันล้านรับมือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...