“ธนาคารกลางจีน” สั่งแบงก์เร่งปล่อยกู้ พยุงเศรษฐกิจเผชิญพิษอสังหาฯ ซบ-พลังงานแพง
"ธนาคารกลางจีน" สั่งแบงก์เร่งปล่อยกู้ในเดือนพฤษภาคม พยุงเศรษฐกิจเผชิญพิษอสังหาฯ ซบ-พลังงานแพง ด้านแบงก์ระมัดระวังปล่อยกู้มากขึ้นจากปัญหาหนี้เสีย-ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.52 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ส่งสัญญาณไปยังธนาคารพาณิชย์ให้เร่งปล่อยสินเชื่อในเดือนนี้ สะท้อนความพยายามต่อเนื่องของรัฐบาลปักกิ่งในการพยุงเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ
แหล่งข่าวระบุว่า PBOC ได้ออกคำแนะนำไม่เป็นทางการ หรือ Window Guidance ต่อธนาคารรัฐรายใหญ่บางแห่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังความต้องการสินเชื่อจากทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังซบเซาในเดือนนี้ โดยเฉพาะหลังยอดปล่อยกู้ใหม่เดือนเมษายนหดตัวสวนทางคาดการณ์
ข้อมูลสินเชื่อรายเดือนของจีนถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะตัวชี้วัดสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก
ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า PBOC เคยส่งสัญญาณลักษณะเดียวกันในเดือนก่อนหน้า แต่แม้จะมีมาตรการกระตุ้นดังกล่าว ยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลหยวนในเดือนเมษายนกลับหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลและอุปสงค์สินเชื่อจากภาคครัวเรือนที่อ่อนแอ
โดยเศรษฐกิจจีนขยายตัว 5.0% ในไตรมาสแรก ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายทั้งปีของรัฐบาลที่ 4.5-5.0% แต่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวในช่วงต้นไตรมาสสอง หนึ่งในแรงกดดันสำคัญยังคงมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาต่อเนื่อง ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน ได้ผลักดันราคาพลังงานสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกในช่วงที่การบริโภคภายในประเทศยังเปราะบาง
ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของครัวเรือน ขณะที่ภาคเอกชนยังระมัดระวังการลงทุน ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อโดยรวมของเศรษฐกิจลดลง
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า แม้รัฐบาลจีนจะหันไปสนับสนุนภาคเทคโนโลยีและพลังงานสีเขียวแทนการกระตุ้นผ่านโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์แบบเดิม แต่ความต้องการสินเชื่อในภาคเศรษฐกิจใหม่ยังไม่มากพอที่จะชดเชยการชะลอตัวของสินเชื่อโดยรวมได้
นอกจากนี้ธนาคารจีนยังเข้มงวดการปล่อยกู้ให้ธุรกิจเอกชนขนาดเล็กและกลางมากขึ้น หลังปัญหาหนี้เสียเพิ่มขึ้น รวมถึงปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อครัวเรือนให้เข้มขึ้นเช่นกัน ทำให้การเข้าถึงเครดิตของภาคเศรษฐกิจบางส่วนยิ่งถูกจำกัด
เซียวซี จาง นักวิเคราะห์จาก Gavekal Dragonomics ระบุว่า แม้หน่วยงานกำกับดูแลต้องการให้ธนาคารขยายสินเชื่อเพื่อกระตุ้นการบริโภค แต่ในทางปฏิบัติ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการควบคุมความเสี่ยงมากกว่า
แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า เนื่องจากอุปสงค์สินเชื่อจากเศรษฐกิจจริงยังอ่อนแอ ธนาคารหลายแห่งจึงต้องเข้าซื้อตั๋วเงินการค้าระยะสั้น เพื่อให้ยอดปล่อยสินเชื่อเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่คาดว่า PBOC จะเร่งผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มเพิ่มขึ้น โดยก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม PBOC เพิ่งปรับลดดอกเบี้ยเฉพาะบางภาคส่วนลง 0.25% เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก เทคโนโลยี และการพัฒนาสีเขียว
ด้าน Financial News ซึ่งเป็นสื่อในสังกัด PBOC ระบุหลังการเปิดเผยข้อมูลสินเชื่ออ่อนแอเดือนเมษายนว่า ตลาดควรมองการชะลอตัวของสินเชื่ออย่างมีวุฒิภาวะและมีเหตุผล พร้อมชี้ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา การระดมทุนทางตรงในจีนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้สัดส่วนสินเชื่อธนาคารในระบบการเงินใหม่จะลดลงก็ตาม
อ้างอิง : reuters.com