โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮือฮา! นักแสดงหญิงไต้หวันตั้งครรภ์ จากสเปิร์มของ "น้องชาย" สังคมถกเดือด นี่มันได้หรอ!?

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
นักแสดงหญิงไต้หวันตั้งครรภ์ 8 เดือน ใช้สเปิร์มน้องชาย จุดถกประเด็นกฎหมายครอบครัว เด็กโตมาจะนับญาติกันยังไง?

นักแสดงหญิงไต้หวันตั้งครรภ์ 8 เดือน ใช้สเปิร์มน้องชายผสมกับไข่ของคู่รักตัวเอง จุดถกประเด็นกฎหมายครอบครัว

กลายเป็นข่าวที่ถูกพูดถึงอย่างมากในไต้หวัน หลัง หง เชียนหาน ผู้กำกับหญิงและนักแสดงละครเวที ปรากฏตัวบนเวทีประกาศรางวัลพร้อมท้องโตใกล้คลอด ก่อนมีการเปิดเผยเบื้องหลังการตั้งครรภ์ที่ไม่ธรรมดา เพราะเด็กในครรภ์เกิดจากการใช้สเปิร์มของน้องชายเธอ ผสมกับไข่ของคนรักเพศเดียวกันของเธอ

เรื่องนี้ทำให้หลายคนให้ความสนใจ ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นข่าวของคนดัง แต่ยังแตะประเด็นละเอียดอ่อนเรื่องเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ สถานะทางกฎหมายของเด็ก และความสัมพันธ์ในครอบครัวรูปแบบใหม่

ขึ้นรับรางวัลพร้อมภรรยาและน้องชาย ก่อนเผยข่าวตั้งครรภ์

ตามรายงานของสื่อไต้หวัน หง เชียนหาน ขึ้นเวทีรับรางวัลในงาน ไทเป เธียเตอร์ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 2 ร่วมกับ เจิง รุ่ยซวน คนรักของเธอ และ หง เหวยเหยา น้องชาย จากผลงาน FAMILY TRIANGLE:二生三,三生萬物 ซึ่งคว้ารางวัลสำคัญ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม และรางวัล Independent Spirit Award

สิ่งที่ทำให้ผู้คนจับตา คือหง เชียนหานปรากฏตัวพร้อมท้องอายุครรภ์ราว 8 เดือน โดยเธอมีกำหนดคลอดช่วงปลายเดือนสิงหาคม และจากรายงานระบุว่าเด็กในครรภ์เป็นเด็กผู้ชาย

เด็กเกิดจากสเปิร์มน้องชาย และไข่ของภรรยา

ประเด็นที่ทำให้ข่าวนี้กลายเป็นกระแสร้อน คือกระบวนการมีลูกของทั้งคู่ โดยรายงานระบุว่า หง เชียนหาน และเจิง รุ่ยซวน ซึ่งแต่งงานกันในปี 2022 ต้องการสร้างครอบครัวร่วมกัน จึงเลือกใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

รายละเอียดคือ มีการนำ ไข่ของ เจิง รุ่ยซวน มาผสมกับ สเปิร์มของ หง เหวยเหยา ซึ่งเป็นน้องชายของ หง เชียนหาน จากนั้นนำตัวอ่อนฝังในมดลูกของ หง เชียนหาน เพื่อให้เธอเป็นผู้ตั้งครรภ์และคลอดลูกเอง

พูดให้เข้าใจง่าย เด็กคนนี้มีพันธุกรรมจากภรรยาของหง เชียนหาน และจากน้องชายของเธอ ขณะที่หง เชียนหานเป็นผู้ตั้งครรภ์ จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ในทางสังคมและกฎหมาย เด็กจะมีสถานะอย่างไร และใครคือผู้ปกครองตามกฎหมาย

ชาวเน็ตตั้งคำถาม เด็กจะเรียกน้องชายว่า “น้า” หรือ “พ่อ”?

หลังข่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยคำถามที่ถูกพูดถึงมากคือ เด็กที่เกิดมาควรเรียกหง เหวยเหยา ซึ่งเป็นทั้งน้องชายของผู้ตั้งครรภ์และผู้ให้สเปิร์มว่าอะไร ระหว่าง “น้า” ตามความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือ “พ่อ” ตามสายพันธุกรรม

ในครอบครัวทั่วไป น้องชายของแม่จะเรียกว่า “น้าชาย” แต่กรณีนี้ซับซ้อนกว่าเดิม เพราะความสัมพันธ์ทางครอบครัว ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม และสถานะทางกฎหมายไม่ได้ตรงกันทั้งหมด

ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมาย IVF ของไต้หวัน?

ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัวของครอบครัวหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ของไต้หวันด้วย เพราะกฎหมายปัจจุบันยังมีข้อจำกัดชัดเจนว่า เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ถูกจำกัดไว้สำหรับคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยาก และยังไม่เปิดให้ผู้ที่ไม่ได้แต่งงาน คนโสด หรือคู่รักเพศเดียวกันเข้ารับบริการภายใต้กฎหมายเดิม

นอกจากนี้ กฎหมายของไต้หวันยังระบุว่า สถานพยาบาลไม่สามารถใช้เซลล์สืบพันธุ์จาก “ผู้บริจาคเฉพาะราย” ตามคำขอของคู่รับบริการได้ และผู้บริจาคก็ไม่สามารถกำหนดได้ว่าเซลล์สืบพันธุ์ของตนจะถูกนำไปใช้กับคู่ใดเป็นการเฉพาะ

ด้วยเหตุนี้ หากมีการใช้สเปิร์มจากญาติหรือบุคคลที่ระบุตัวตนชัดเจน ประเด็นทางกฎหมายและจริยธรรมจึงซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสิทธิของเด็ก ผู้บริจาค และผู้ที่ตั้งใจเป็นพ่อแม่

ทำในต่างประเทศ อาจเลี่ยงข้อจำกัดได้ แต่ปัญหาอาจตามมาหลังเด็กเกิด

สื่อไต้หวันรายงานว่า คู่รักคู่นี้เลือกใช้เส้นทางทำ IVF ในต่างประเทศ เพราะกฎหมายในแต่ละประเทศมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม แม้กระบวนการตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นได้ แต่หลังเด็กคลอดออกมาแล้ว อาจยังมีคำถามเรื่องการจดทะเบียนเกิด การรับรองสถานะผู้ปกครอง และสิทธิของเด็กตามกฎหมายไต้หวัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจึงมองว่า กรณีนี้เป็นตัวอย่างของช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก้าวหน้า กับกฎหมายครอบครัวที่อาจยังตามไม่ทันความหลากหลายของรูปแบบครอบครัวในปัจจุบัน

ไต้หวันกำลังหารือแก้กฎหมายช่วยการเจริญพันธุ์

ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ไต้หวันมีความพยายามผลักดันการแก้ไขกฎหมายเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดยร่างแก้ไขที่ผ่านขั้นคณะรัฐมนตรีเมื่อปลายปี 2025 มีแนวทางเปิดให้ผู้หญิงโสดและคู่สมรสหญิงรักหญิงเข้าถึงบริการช่วยการเจริญพันธุ์ได้มากขึ้น แต่ยังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติต่อไป

ร่างกฎหมายดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการประเมินความพร้อมของผู้ต้องการมีบุตร และสิทธิของเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น สิทธิในการรับรู้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับผู้บริจาคในบางกรณี

สรุป ทำไมข่าวนี้ถึงเป็นประเด็นใหญ่?

กรณีของหง เชียนหาน ไม่ได้เป็นเพียงข่าวคนดังตั้งครรภ์ แต่สะท้อนคำถามใหญ่ของสังคมยุคใหม่ว่า เมื่อเทคโนโลยีทำให้การมีลูกเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ กฎหมายควรปรับตัวอย่างไรให้ทัน ทั้งเพื่อคุ้มครองสิทธิของพ่อแม่ ผู้บริจาค และที่สำคัญที่สุดคือเด็กที่กำลังจะเกิดมา

สิ่งที่ชัดเจนคือ การใช้สเปิร์มหรือไข่จากญาติเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และไม่ใช่ทุกประเทศจะอนุญาต เพราะเกี่ยวข้องทั้งกฎหมาย จริยธรรม ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสิทธิของเด็กในระยะยาว

สำหรับคู่รักคู่นี้ การมีลูกคือความสุขและการเติมเต็มครอบครัว แต่สำหรับสังคมไต้หวัน เรื่องนี้ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญว่า กฎหมายครอบครัวควรเดินไปทางไหนในวันที่นิยามของคำว่า “พ่อแม่” ไม่ได้เรียบง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...