โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

DSI ออกหมายจับเพิ่ม 4 ราย แก๊งค้ายาข้ามชาติ

INN News

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.00 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ดีเอสไอออกหมายจับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ส่งไต้หวัน-ออสเตรเลีย เพิ่ม 4 คน เป็นชาวลาว 3 คนและคนไทย 1 คน จ่อขยายผลเจ้าของยาเสพติดที่แท้จริง

วันนี้ ( 10 ก.ค.69) ที่สำนักงาน ป.ป.ส. พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ประชุมร่วมกับร้อยตำรวจเอกวิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะทำงาน เพื่อหารือคดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ 4 จุดที่ตรวจพบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมส่งไปขายที่ไต้หวันและออสเตรเลีย โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง

พันตำรวจตรีสุริยา เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า หลังจากที่ดีเอสไอได้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ และจากการรวบรวมคำให้การของนายอาทิตย์ และนางทัดสะพอน 2 สามีภรรยาที่จับกุมที่ได้จังหวัดเลย ซึ่งให้การซัดทอดผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ

ล่าสุดเมื่อวานนี้ดีเอสไอก็ได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 4 คน เป็นชาวลาว 3 คน และคนไทยอีก 1 คน อย่างไรก็ตาม 1 ใน 4 คนที่ออกหมายจับเพิ่มครั้งนี้ ก็คือนายแคล้ว คนสนิทของนางทัดสะพอน ซึ่งก็ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้เช่นกัน

ทำให้เหลือผู้ต้องหาที่ต้องประสานทางการ สปป.ลาว ติดตามจับกุมอีก 3 คน ซึ่งถือเป็นต้นทางของการนำยาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามเรือบริเวณแนวชายแดน มาส่งให้ผู้รับฝั่งไทย ซึ่งจากความร่วมมือกับทางการ สปป.ลาว ที่ผ่านมา เชื่อมั่นว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในไม่ช้า นอกเหนือจากผู้ต้องหาล็อตใหม่ 4 คนนี้ ทั้งป.ป.ส. และ ดีเอสไอ ก็กำลังขยายผลเจ้าของยาเสพติดที่แท้จริง ซึ่งเป็นชาวลาว และมีประวัติเคยถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติดในประเทศไทยมาแล้วด้วย แต่รายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย

ขณะที่คดีค้ายาเสพติดข้ามชาตินี้ จะเชื่อมโยงกับคดีของ "แอร์โฮสเตส มีนา" หรือไม่นั้น จากการขยายผลภาพรวมทั้งหมด พบว่ามีส่วนตรงกลาง และปลายทาง ที่เชื่อมโยงกัน โดยส่วนกลางทางที่เชื่อมโยงกันนั้น ก็คือนายอุทัย ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และน่าเชื่อว่าน่าจะมีบุคคลอื่นที่เชื่อมโยงกันระหว่าง 2 คดีนี้อีก แต่ยังไม่สรุปว่าเป็นขบวนการเดียวกันกับ "แอร์มีนา" หรือไม่ และในส่วนคดีค้ายาเสพติดข้ามชาติไปไต้หวันและออสเตรเลีย เบื้องต้นก็พิสูจน์ทราบคนรับหิ้วได้แล้ว 4-5 คนแต่ละคนรับจ้างมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง

ทั้งนี้คดีของ "แอร์มีนา" ทางตำรวจปราบปรามยาเสพติดอยู่ระหว่างขยายผล ซึ่งก็แยกกันทำ แต่หากสุดท้ายแล้วพบว่าขบวนการนี้เชื่อมโยงกัน ก็สามารถโอนสำนวนมารวมเป็นคดีพิเศษของดีเอสไอได้

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ส. และดีเอสไอ ยังมีความเห็นตรงกันว่าจะต้องทำลายโครงข่ายของการนำพาเฮโรอีน หรือยาเสพติดทุกชนิดออกจากประเทศไทย จึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างสูงสุด ดังนั้นผู้ที่รับจ้างหิ้วของไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะรู้ หรือไม่รู้ว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่หรือไม่ หรือแม้ของที่หิ้วจะไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลยก็ตาม แต่ก็ถือว่าผู้รับจ้างหิ้วของ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก ไม่เว้นแม้แต่ "แอร์มีนา" ดังนั้นหากใครทำอาชีพนี้อยู่ก็ขอให้เลิก

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...