ปริศนาทอง-พระเครื่องหาย! ยายวัย 86 วูบคาบ้าน ทรัพย์สินหลายแสนล่องหน ตำรวจกางไทม์ไลน์ล่าความจริง
ตำรวจ สภ.บ้านค่าย เร่งคลี่ปมปริศนาทรัพย์สินมูลค่าหลายแสนบาทของคุณยายวัย 86 ปี หายลึกลับ หลังเกิดอาการวูบหมดสติภายในบ้าน ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดอาการยังวิกฤตพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ขณะที่ญาติหอบภาพถ่ายและหลักฐานเข้าแจ้งความ ยืนยันคุณยายสวมสร้อยทองพร้อมพระเครื่องหลวงปู่ทิมติดตัวตลอดเวลา ด้าน ผกก.สภ.บ้านค่าย สั่งชุดสืบสวนไล่ไทม์ไลน์ทุกนาที ตรวจสอบเจ้าหน้าที่และกู้ภัยทุกชุดที่เข้าพื้นที่ ย้ำยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก
วันที่ 9 ก.ค. 2569 นายสุเมธ อายุ 87 ปี พร้อมบุตรสาวและญาติ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.วิทยา กุลบุญ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านค่าย เพื่อนำภาพถ่ายของคุณยายขณะสวมสร้อยคอทองคำพร้อมพระเครื่อง มอบเป็นหลักฐานให้พนักงานสอบสวน หลังพบว่าทรัพย์สินสูญหายอย่างมีเงื่อนงำ ระหว่างเกิดเหตุคุณยายวูบหมดสติภายในบ้าน
ทรัพย์สินที่แจ้งหายประกอบด้วย สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น พระปิดตาหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ 1 องค์ พระผงมะขามหลวงปู่ทิม 1 องค์ ลูกอมหลวงปู่ทิม 1 ลูก และน้ำเต้าหลวงปู่ทิม 1 อัน ซึ่งเป็นพระเครื่องสะสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 รวมมูลค่าหลายแสนบาท
ญาติยืนยันว่า คุณยายสวมสร้อยและพระเครื่องชุดดังกล่าวติดตัวเป็นประจำ ไม่เคยถอด เพราะถือเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากถอดก็จะนำไปแขวนไว้ที่ตะปูบนเสาภายในบ้านเพียงจุดเดียวเท่านั้น และวันเกิดเหตุเป็นการหมดสติกะทันหัน จึงเชื่อว่าทรัพย์สินทั้งหมดน่าจะยังอยู่ที่ตัวก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล ส่วนอาการของคุณยาย ล่าสุดยังอยู่ในภาวะวิกฤต พักรักษาตัวอยู่ภายในห้องไอซียู โดยแพทย์ยังเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ขณะที่ญาติผลัดเปลี่ยนกันดูแลตลอดเวลา
ด้าน พ.ต.อ.ปราโมทย์ คงคาลัย ผกก.สภ.บ้านค่าย เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกมิติ พร้อมกางไทม์ไลน์ตั้งแต่นาทีแรกที่เกิดเหตุ โดยทราบลำดับบุคคลที่เข้าพื้นที่แล้ว เบื้องต้นพบว่า ขณะเกิดเหตุมีสามีของคุณยายอยู่ภายในบ้าน จากนั้นอดีตกำนันซึ่งเป็นน้องชายของสามีเดินทางมาถึงและโทรแจ้งสายด่วน 1669 ก่อนที่เจ้าหน้าที่เทศบาลชากบกจะเป็นชุดแรกที่เข้าถึงตัวผู้ป่วย ตามด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ และสุดท้ายเป็นรถกู้ชีพ 1669 ที่นำตัวส่งโรงพยาบาล
ผกก.สภ.บ้านค่าย กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าใครเข้าถึงตัวผู้ป่วยก่อนและหลังแล้ว แต่เนื่องจากญาติยังต้องเฝ้าอาการคุณยายที่โรงพยาบาล จึงยังไม่สะดวกให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างรอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่หากไม่พบการกระทำความผิดก็จะชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบต่อไป