สกพอ. กางบิ๊กโปรเจกต์ “EECiti” 7 หมื่นล้าน ดีเดย์ 21 ก.ค. นี้ ซาวด์เสียงทุนไทย-เทศ ร่วมทุน PPP
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เตรียมเปิดฉาก Market Sounding ซาวด์เสียงนักลงทุนไทย-ต่างชาติ ลุยโครงสร้างพื้นฐาน 10 ระบบในโครงการเมืองใหม่อัจฉริยะ วางกรอบดึงเอกชนร่วมทุนรูปแบบ PPP คาดส่งมอบพื้นที่เริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2571
8 กรกฎาคม 2569 - สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยโรดแมปการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) โดยเตรียมจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีทดสอบความสนใจของนักลงทุน และรับฟังข้อเสนอแนะต่อแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการ
เมกะโปรเจกต์ดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนรวมเบื้องต้นประมาณ 72,042 ล้านบาท โดยภาครัฐตั้งเป้าหมายที่จะเชิญชวนให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในรูปแบบการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ PPP ซึ่งในการจัดเวทีซาวด์เสียงครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการภาคเอกชน หน่วยงานผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 100 ราย
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO เปิดเผยว่า การจัด Market Sounding ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ EECiti ภายใต้แนวคิดเมืองอัจฉริยะต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่ Net Zero เพื่อยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออกให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก
สำหรับรายละเอียดที่จะนำเสนอแก่นักลงทุน จะเป็นแผนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคหลักในโครงการ EECiti รวมทั้งหมด 10 ระบบ อาทิ ระบบบริหารจัดการพลังงานสะอาดและไฟฟ้า ระบบน้ำประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ ระบบจัดการขยะ ตลอดจนการจัดการพื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง ซึ่งระบบทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาเพื่อเตรียมดำเนินการลงทุนในรูปแบบ PPP มูลค่ารวมกว่า 7.2 หมื่นล้านบาท
"การจัด Market Sounding ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ EECiti รวมไปถึงการนำเสนอรายละเอียดเบื้องต้นของแผนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในโครงการรวม 10 ระบบ ซึ่ง EECO อยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมดำเนินการลงทุนในรูปแบบ PPP" ดร.จุฬา กล่าว
ในการสัมมนาครั้งนี้ ทาง EECO จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอข้อสังเกต และให้ข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการลงทุนโดยตรง เช่น การจัดสรรสัดส่วนความเสี่ยงระหว่างรัฐและเอกชน แนวทางการบริหารจัดการโครงการในระยะยาว ตลอดจนปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจควักเงินลงทุนของภาคเอกชน
หลังจากนั้น EECO จะรวบรวมข้อมูลและความคิดเห็นทั้งหมดที่ได้รับจากภาคเอกชนไปใช้ปรับปรุงรายละเอียดของโครงการ พร้อมทั้งนำไปใช้จัดทำเอกสารประกอบการคัดเลือกเอกชน (RFP) ให้มีความเหมาะสมและรัดกุมที่สุด เพื่อให้การออกแบบโครงการ PPP ชิ้นนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นในการดึงเม็ดเงินเข้ามาลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตามกรอบระยะเวลาที่วางไว้ ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น Market Sounding แล้ว EECO จะเดินหน้าเตรียมการเปิดคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2571 จะสามารถส่งมอบพื้นที่ให้แก่เอกชนผู้ชนะการคัดเลือกในรูปแบบ PPP เพื่อเริ่มต้นลงเสาเข็มก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคหลักในช่วงแรกทั้ง 10 ระบบได้ทันที
ทั้งนี้ สกพอ. ระบุว่าการสร้างส่วนร่วมของภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้เบื้องต้นในการลงทุน และจะเป็นกลไกหลักในการต่อยอดไปสู่การพัฒนาโครงการเมืองใหม่อัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สามารถรองรับคนได้ทุกกลุ่ม ทั้งในมิติของการเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรม และการอยู่อาศัยเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตในอนาคต