โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุกหน้าสถานทูตจีน จี้แก้มลพิษข้ามแดน-ตำรวจตีคนไทยแขนหัก

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(8 ก.ค. 69) คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) นำมวลชนจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เทน้ำขุ่นบนแผนที่พรมแดนไทย-เมียนมา บริเวณหน้าสถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประท้วงเหตุเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมหน้าสถานกงสุลจีนที่เชียงใหม่เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม จนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการเรียกร้องให้จีนรับผิดชอบต่อปัญหามลพิษในแม่น้ำกก สาย รวก และโขง ซึ่งเกิดจากการทำเหมืองแร่ในรัฐฉานภายใต้ยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ส่งผลให้พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานและระบบนิเวศเสียหายอย่างหนัก

.

กป.อพช. ระบุว่า โครงการของกลุ่มทุนจีนในเมียนมาได้สร้างวิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนริมน้ำในไทย ขณะเดียวกันกลุ่มทุนจีนเหล่านี้ยังอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายและบริษัทนอมินีในไทยเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและประกอบธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นผลพวงจากนโยบายผังเมืองที่หละหลวมในอดีต

.

นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประธาน กป.อพช. ย้ำว่ารัฐบาลไทยต้องตรวจสอบธุรกิจกลุ่มทุนจีนสีเทาอย่างจริงจัง พร้อมเสนอให้ยกเลิกเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ EEC ที่เปิดช่องให้มีการจัดตั้งโรงงานขยะพิษและอุตสาหกรรมอันตรายโดยไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานผังเมืองปกติ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญหากไทยต้องการยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเพื่อเข้าสู่กลุ่ม OECD ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้

.

ในแถลงการณ์ของ กป.อพช. ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปกป้องสิทธิของนักปกป้องสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน โดยยุติการใช้ความรุนแรงและตั้งคณะกรรมการอิสระสอบสวนเหตุการณ์ที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วยความโปร่งใส รวมถึงต้องเร่งเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและลงโทษบริษัทนอมินีที่ก่อให้เกิดมลพิษโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมและอธิปไตยของประเทศ

.

สุดท้าย กป.อพช. เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดสืบทอดผลพวงจากการใช้อำนาจพิเศษในอดีตที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนจีนจนทำลายวิถีชีวิตและสุขภาวะของประชาชน โดยรัฐบาลชุดปัจจุบันต้องแสดงความกล้าหาญในการกำกับดูแลงานภาครัฐและแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นวิกฤตที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...