นายกฯ ฟิตกลางดึก ลงพื้นที่วงเวียนใหญ่ ตรวจน้ำรั่วอุโมงค์ รถไฟฟ้าสายสายสีม่วงใต้
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 00.00 น.ของวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สังเกตการณ์ บริเวณวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน หลังตลอดทั้งวัน เกิดเหตุน้ำรั่วภายในบ่อพักน้ำ ใต้อุโมงค์การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งเกิดเหตุน้ำรั่วตั้งแต่ช่วงสายวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา และระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น ภายหลังปริมาณฝนในวันนี้ที่มีจำนวนมาก โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ นายสรรเพชร บุญญามณี รมช.คมนาคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ด้วย
โดยนายกฯ กล่าวว่า สถานการณ์เราดูในเชิงวิศวกรรมการแก้ไข ป้องกัน ก็ใช้หลักวิศวกรรม ขณะนี้ปริมาณน้ำ ในอุโมงค์ ยังไม่ถึงขั้นต้องแจ้งปิดถนน ขณะนี้เราสามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ ซึ่งสภาพโครงสร้าง ของวงเวียนใหญ่ ไม่เหมือนกับสมัยที่เกิดกับโรงพยาบาลวชิระ ที่นั้นโครงสร้างอุโมงค์ยุบลงมาพาดินพื้นถนนลงมาด้วย ซึ่งกรณีนี้เราเห็นรอยรั่ว เห็นเหตุตั้งแต่แรก ขณะนี้กำลังเร่งอุดรอยรั่ว และตรวจสภาพว่ามี ระดับน้ำในอุโมงค์เพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทำมาตั้งแต่เช้าเราสามารถรักษาระดับน้ำได้ ไม่มีสัญญาณว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ประสานงานติดตั้งเครื่อง วัด การเคลื่อนตัว ของตึกอาคาร ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ยังไม่มีเหตุผิดปกติ เฝ้าระวังไว้ ในการตรวจสอบน่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน
เมื่อถามว่าที่ต้องเร่งมากลางดึก เพราะกังวลว่าไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าเรามีบทเรียน ที่ไม่ดีมา ที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทำให้เรา วันนี้เราต้องเตรียมความพร้อมไว้ ในเรื่องของการแจ้งเตือนและให้การช่วยเหลือ ที่พี่น้องประชาชน สิ่งสำคัญคือเราเน้นเรื่องของความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จากการพูดคุยกับผู้ว่า รฟม. และวิศวกรที่ปรึกษา และผู้รับจ้าง ทุกฝ่ายยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ก็จะเร่งแก้ไขให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวแซวว่า นายฯโทรปลุกรัฐมนตรีมาหลายคน มากันเต็มเลย นายกฯตอบกลับทันทีว่า “ในไลน์กลุ่มบอกผมกำลังจะมาที่เกิดเหตุ”
เมื่อถามต่อว่าเป็นภาพที่นายกฯอยากเห็นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันเกิดขึ้นตลอดอยู่แล้ว อย่างเรามา ไม่ได้แจ้งว่าจะต้องมีนักข่าวมา เราต้องมาดูสถานการณ์ให้เรียบร้อยก่อน