โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘แบงก์ชาติ’ ย้ำเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.3% แนะรัฐ-เอกชนแท็กทีมดันขยับถึงศักยภาพ

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.51 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘แบงก์ชาติ’ ย้ำเศรษฐกิจไทยปี 69 โต 2.3% แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพ ชี้รอดูฝีมือ กรอ. เข็นเศรษฐกิจโตถึง 3% ภายใน 3 ปี ชูโครงการ Reinvent Thailand ช่วยพลิกฟื้น

8 ก.ค. 2569 - นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทย ว่า ธปท. ได้มีการปรับประมาณการตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ 2.3% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงหรือสูงที่สุดในตลาด ณ ขณะนี้ โดยเน้นย้ำว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่เป็นการปรับขึ้นจากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดยเมื่อเทียบกับศักยภาพของเศรษฐกิจไทยแล้วถือว่ายังห่างไกลจากจุดที่น่าพอใจอยู่พอสมควร

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะดูดีขึ้น แต่มีความเหลื่อมล้ำซ่อนอยู่ภายใต้การฟื้นตัวแบบ K-shaped อย่างชัดเจน โดยการเติบโตนั้นกระจุกตัวอยู่ในภาคการส่งออกและกลุ่มเทคโนโลยีเท่านั้น ซึ่งยังไม่กระจายตัวไปถึงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

ขณะที่สถานการณ์เงินเฟ้อในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า ความเสี่ยงปรับลดลงพอสมควร โดยเฉพาะราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดสงคราม แต่ธปท. ยังไม่สามารถวางใจได้เนื่องจากมี 3 ปัจจัยเสี่ยงหลัก ทั้งการส่งผ่านต้นทุนที่ยังไม่หมดสิ้น ปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปลายปี ซึ่งจะส่งผลให้ราคาอาหารสดพุ่งสูงขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 และสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังมีความผันผวนและส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันได้ทุกเมื่อ

“ตอนนี้นโยบายการเงินเหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว โดยส่วนตัวมองว่าเศรษฐกิจไทยจะให้เติบโตกว่านี้ รัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน เศรษฐกิจไทยไม่ควรต่ำกว่านี้ไปนาน เพราะถ้าปล่อยให้โตต่ำนาน ในระยะต่อไปไปจะส่งปัญหาต่อเสถียรภาพได้ด้วย ซึ่งการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไม่ใช่งานหลักของ ธปท. แต่มีการยื่นมือไปถึงรัฐและเอกชน หวังโครงการ Reinvent Thailand จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้ และ ธปท.จะช่วยปฏิรูปโครงสร้างภาคเกษตร ผ่านการวิจัยของสถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ และร่วมมือรัฐและเอกชนหลายด้าน” นายดอน ระบุ

ขณะที่ การปรับนโยบายการเงินสู่ระดับปกติ (Policy Normalization) นั้น นายดอน ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยต้องเติบโตได้ตามศักยภาพอย่างน้อย 2.7% หรือสูงกว่า และต้องสูงไปอีกสักพัก ซึ่งอาจจะอยู่ 3% โดยต้องติดตามรอดูฝีมือคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ตั้งเป้าการเติบโตศักยภาพเศรษฐกิจเกิน 3% ใน 3 ปี

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า ธปท. ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นจาก 1.5% เป็น 2.3% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 3 ประการ คือ ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่น้อยกว่าที่ประเมินไว้ แรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ส่งผลดีต่อการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและมีความไม่ทั่วถึง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2570 ตัวเลขจีดีพีจะขยายตัวที่ 1.8% ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจากผลของฐานที่สูงในปีก่อนหน้า

ด้านนายสุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะมีลักษณะสูงขึ้นชั่วคราวในปีนี้ก่อนจะปรับลดลงในปีหน้า โดยมีลักษณะเป็นรูปภูเขาที่จะขึ้นไปสูงสุดในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 69 โดยย้ำการส่งผ่านราคายังคงกระจุกตัวอยู่ในหมวดพลังงานและต้นทุนทางอ้อมบางส่วนเท่านั้น และยังไม่เห็นสัญญาณการปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง หรือสัญญาณที่สะท้อนว่าประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นต่อกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ซึ่งจากผลสำรวจผู้ประกอบการส่วนใหญ่กว่า 60% คาดว่าจะปรับขึ้นราคาไม่เกิน 10% ในอีก 3 เดือนข้างหน้า สะท้อนว่าราคาไม่ได้มีทิศทางไถลขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันถือเป็นนโยบายที่ผ่อนคลาย และเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เงินเฟ้อสูงขึ้นเพียงชั่วคราวขณะที่เศรษฐกิจยังขยายตัวต่ำ โดย ธปท. พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายหากความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเปลี่ยนไป โดยจะทำงานประสานกับนโยบายการคลังและมาตรการเฉพาะจุด เช่น การแก้ปัญหาหนี้และการเสริมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี เพื่อยกประสิทธิภาพเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...