โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

วิกฤตข้าวไทย ปี 69 คนกินข้าวลด-ส่งออกวูบ ราคาส่อร่วงหนัก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมการค้าภายใน มีภารกิจการกำหนดความต้องการใช้ข้าวก่อนเริ่มปีการผลิตของทุกปี เพื่อนำไปใช้ประกอบการจัดทำเป้าหมายการผลิตข้าว และการวางแผนการผลิตข้าว ปีการผลิต 2569/70 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การบริหารจัดการสินค้าข้าวเกิดความสมดุลและสอดคล้องกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตามหลักการเกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน โดยได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวกระทรวงพาณิชย์ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” กรมการค้าภายในเปิดข้อมูลคาดการณ์ความต้องการใช้ข้าวปี 2569 ทั้งประเทศ อยู่ที่ 25.097 ล้านตันข้าวเปลือก แบ่งเป็นปลายข้าว 4.647 ล้านตันข้าวสาร ปลายข้าวจากข้าวเจ้า 1.836 ล้านตัน (ปลายข้าวเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และแปรรูปอาหาร) ข้าวหอมมะลิ 1.440 ล้านตัน และข้าวเหนียว 0.955 ล้านตัน

คาดการณ์ความต้องการใช้ข้าวเพื่อบริโภค ปี 2569

ส่วนความต้องการบริโภคข้าวสาร (ต้นข้าว) ในปี 2569 คาดการณ์ไว้ที่ 5.729 ล้านตันข้าวสาร แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ประชากรไทย มี 73.41 ล้านคน ใช้ข้าว 4.781 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 0.2% ตามจำนวนประชากรที่ลดลงและเข้าสู่สังคมสูงวัย 2. สัตว์เลี้ยง (สุนัข-แมว) พบว่ามีจำนวนสุนัขเพิ่มขึ้น 13.86 ล้านตัว เพิ่มจาก 12 ล้านตัวในปี 2567 เช่นเดียวกับจำนวนแมวเพิ่มเป็น 9.24 ล้านตัว จาก 8 ล้านตัวในช่วงเดียวกัน สวนทางการบริโภคข้าวลดลงสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปใช้อาหารสัตว์สำเร็จรูปมากขึ้น

3.แรงงานต่างด้าว 0.396 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 14%) โดยเฉพาะแรงงานเมียนมาที่หนีความขัดแย้งในประเทศเข้ามา และนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีความต้องการ 0.047 ล้านตัน (ลดลง 16%) จากปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นต้น

ด้านการส่งออก เป้าหมายปี 2569 ถูกปรับลดลงเหลือ 7.03 ล้านตันข้าวสาร (ลดลง 7%) เนื่องจากคู่แข่งในตลาดโลกเพิ่มผลผลิตและสงครามราคาที่รุนแรง โดยข้าวเจ้าพื้นแข็งมียอดส่งออกลดลงถึง 16% อย่างไรก็ดี ที่ประชุมยังมีการถกเถียงเรื่อง “ข้าวคาร์บอนต่ำ” โดยภาคเอกชนแสดงความเป็นห่วงว่าตลาดโลกยังไม่มีความชัดเจนและกังวลเรื่องภาระค่าใบรับรอง (Certificate) ที่สูงเกินไปสำหรับข้าวกลุ่มราคาประหยัด ซึ่งในที่ประชุมได้ฝากให้กรมการข้าวพิจารณาการส่งเสริมข้าวพันธุ์มูลค่าสูง เช่น ข้าวหอมไทย (ปทุมธานี 1, กข.99) แทนการเน้นเพิ่มปริมาณข้าวเจ้าพื้นแข็ง เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก

ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรไทย ทั้งเรื่องค่าชดเชย การบริหารจัดการผลผลิต และการกำหนดนโยบายข้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้มีหลายประเด็นสำคัญที่ภาคเกษตรกรต้องการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ นบข. เพื่อให้เกิดมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะปัญหาด้านรายได้และต้นทุนการผลิตของชาวนา ซึ่งต้องการการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างเร่งด่วน แม้ว่าปัจจุบันกรมการข้าวสามารถพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวใหม่ได้แล้ว 2 สายพันธุ์ ได้แก่ กข113 และ กข119 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงถึง 4-5 ตันต่อไร่ และมีอายุเก็บเกี่ยวสั้น ช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศและต้นทุนการผลิตรัฐบาลจำเป็นต้องสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้กับกรมการข้าวและกรมวิชาการเกษตรอย่างจริงจัง

นอกจากนี้เพื่อเร่งวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวใหม่ที่ให้ผลผลิตสูง ทนต่อสภาพแวดล้อม และตอบโจทย์ตลาดในอนาคต มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และคัดเลือกสายพันธุ์ ทำให้กระบวนการวิจัยรวดเร็วขึ้น จากเดิมที่อาจใช้เวลาหลายปี อาจจะเหลือเพียงประมาณ 2 ปีเท่านั้น หากรัฐเร่งผลักดันการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารนโยบายข้าวผ่าน นบข. อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในระยะยาว

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,202 วันที่ 21 - 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...