Ghibli Live at the Palace คอนเสิร์ตที่จะนำพาจิตนาการในวัยเยาว์ให้กลับมาโลดแล่นในหัวใจอีกครั้ง
ยินดีต้อนรับผู้มีจิตวิญญาณแห่งความวัยเยาว์ทุกท่าน สู่พระราชวังพญาไทที่บัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่ที่จะเติมเต็มจินตนาการของพวกท่านในงาน Ghibli Live at the Palace คอนเสิร์ตที่จะนำพาภาพจำแอนิเมชันในวัยเด็กให้กลับมามีชีวิตโลดแล่นในหัวใจอีกครั้ง ผ่านบทเพลงจาก Studio Ghibli
‘Ghibli Live at the Palace’ คอนเสิร์ตบรรเลงดนตรีสดที่ถ่ายทอดเสียงเพลงผ่านวง Chamber Ensemble 5 ชิ้น ได้แก่ Piano, Violin, Cello, Flute และ Harp อีกทั้งยังผสมผสานเครื่องดนตรีไทยไว้ในท่วงทำนองอย่างงดงามอีกด้วย แต่ความพิเศษของคอนเสิร์ตไม่ได้มีเพียงเท่านี้ บทเพลงทั้งหมดที่ทุกท่านจะได้ฟังในวันนี้ ทุกโน้ตทุกท่วงทำนองที่ปลุกทุกความทรงจำในวัยเยาว์ เรียบเรียงโดยวรปรัชญ์ วงศ์สถาพรพัฒน์ และดร. คริสโตเฟอร์ จันวงศ์ แม็คดีแกน เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวในบทเพลงผ่านเสียงเปียโนอย่างประณีตงดงาม ร่วมร้องนำโดยมิวสิก-แพรวา สุธรรมพงษ์ พร้อมเสียงสอดประสานจากคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูที่จะคลอไปด้วยจินตนาการของผู้ชม
นี่เป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสรับชมคอนเสิร์ต ฟังดนตรีคลาสสิก ที่นำบทเพลงจากแอนิเมชันมาบรรเลงให้ฟังกันสดๆ ตรงหน้า! (หากไม่นับรวมคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปิน K-Pop) และไม่ได้มาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีแต่อย่างใด หากแต่มาในฐานะผู้มีหัวใจชื่นชอบแอนิเมชันจาก Studio Ghibli เท่านั้น และพบความจริงอีกหนึ่งข้อว่างานในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของคุณจูเนียร์ ชนะพล โยธีพิทักษ์ ผู้เป็นแกนนำการจัดงานครั้งนี้ คุณจูเนียร์เชื่อว่าผู้คนในค่ำคืนนี้รักแอนิเมชันจาก Studio Ghibli เช่นเดียวกัน จึงอยากร้อยเรียงวัฒนธรรมญี่ปุ่นและวัฒนธรรมไทยเข้าด้วยกัน ผ่านท่วงทำนองในเสียงดนตรีและผู้คนที่รักในจักรวาลเดียวกัน
ท่ามกลางประวัติศาสตร์อันยาวนาน และสถาปัตยกรรมงดงามโอ่อ่าของพระราชวังพญาไท ทำเราตื่นเต้นตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากรถ เมื่อมองออกไปจากจุดที่ยืนก็พบกับแบ็กดร็อปสีฟ้า-ขาวที่บ่งบอกธีมของงานได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสองข้างยังประดับด้วยต้นซากุระสีชมพู เป็นเหมือนการทักทายผู้ชมในวันนี้ บอกกับเราว่ายินดีต้อนรับท่านสู่โลกแห่งจินตนาการ เราไม่รอช้า ขอสวมบทบาทคิดว่าตัวเองคือโซฟี เด็กสาวช่างทำหมวกจากเรื่องปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl’s Moving Castle) คิดว่าผู้ชมท่านอื่นก็คงอยากจะสวมบทบาทเช่นเดียวกัน
ความตื่นเต้นกลับมาอีกครั้ง เมื่อประตูพระที่นั่งเทวราชสภารมย์เปิดขึ้น ปรากฏภาพเวทีที่มีต้นซากุระสีขาวและเปียโนอยู่ตรงหน้า แขกทุกท่านภายในงานเดินไปนั่งประจำที่ของตน ต่างตั้งตารอ ขยับท่านั่งให้สบายที่สุด เป็นการบอกกลายๆ ว่าพร้อมรับชมท่วงทำนองที่จะถูกบรรเลงในไม่กี่นาทีข้างหน้า
สาม สอง หนึ่ง ไฟในโถงพระที่นั่งทุกดวงดับลง ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยแล้ว
บทเพลงแรกถูกบรรเลง และจบลงพร้อมกับเสียงปรบมืออย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงจาก Spirited Away, Princess Mononoke, Castle in the Sky และ Howl’s Moving Castle และเป็นเช่นนี้ไปจนถึงบทเพลงสุดท้าย ขอกระซิบบอกทุกท่านไว้ตรงนี้ว่าบทเพลงสุดท้ายได้รับเสียงปรบมือจากเรามากเป็นพิเศษ เพราะเป็นบทเพลงจากแอนิเมชันเรื่อง My Neighbor Totoro แอนิเมชันที่เราชื่นชอบมากที่สุด ในท่อน “TOTORO TOTORO TOTORO TOTORO” เชื่อว่าทุกท่านร้องตามได้อย่างแน่นอน แม้เราจะมีบทเพลงในดวงใจ แต่บทเพลงอื่นๆ ก็ได้รับคำชื่นชมจากเราเช่นกัน สิ่งที่ได้รับชมอยู่ตรงหน้า เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนักของนักดนตรีทุกคน และเชื่อว่าผู้ชมท่านอื่นๆ ในที่นี้ก็คงสัมผัสได้เช่นกัน เพราะหน้าเปื้อนรอยยิ้มของทุกท่านเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดี
ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วม 2 ชั่วโมง จบลงพร้อมกับความประทับใจที่ผู้เขียนไม่รู้ว่าควรเปรียบเทียบอย่างไรดี รู้ตัวอีกทีก็ฮัมเพลง My Neighbor Totoro จนถึงบ้านแล้ว เหมือนได้ฟังเพลงอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างที่ขนานกับฟ้าสีครามกับแก๊ง Totoro อย่างไรอย่างนั้น แม้เราจะไม่ได้มีความรู้เรื่องดนตรีมากนัก แต่รับรู้ได้ถึงเสียงดนตรีที่เชื่อมโยงโลกจินตนาการในวัยเยาว์ให้กลับมาโลดแล่นในหัวใจของเราอีกครั้ง
หากมีโอกาสที่จะได้ฟังการบรรเลงดนตรีสดคลาสสิกเช่นนี้อีก ก็ขอตบปากรับคำ ไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน