โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

"ร้องไห้แบบคุมสติไม่อยู่" จิตแพทย์เผย บ่งบอกถึง 5 ปัญหาทางใจที่ซ่อนเร้น!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การร้องไห้แล้วดิ่งลึกจนแทบประคองสติไว้ไม่ได้? อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองแค่

จิตแพทย์เปิดเผย "ร้องไห้แบบคุมสติไม่ค่อยอยู่" เกิดได้จาก 5 สาเหตุหลักต่อไปนี้!

บางครั้งการร้องไห้ไม่ได้เป็นแค่น้ำตาไหลครับ แต่มันคือภาวะที่เหมือน “เขื่อนในใจแตก” ร่างกายสั่น หายใจไม่เป็นจังหวะ พูดไม่ออก คิดวน หรือรู้สึกเหมือนถูกอารมณ์ลากออกจากพวงมาลัยชีวิตชั่วคราว ซึ่งไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ ดราม่า หรือเรียกร้องความสนใจเสมอไป แต่อาจแปลว่าระบบควบคุมอารมณ์ของสมองกำลังรับโหลดมากเกินไป

1. ความเครียดสะสมจนสมองเข้าสู่ภาวะล้น

หลายคนไม่ได้ร้องไห้หนักเพราะเหตุการณ์ตรงหน้าร้ายแรงที่สุด แต่เพราะมันเป็น “หยดสุดท้าย” ที่ตกลงบนแก้วซึ่งเต็มมานานแล้วครับ ความเครียดจากงาน เงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์ การนอนน้อย หรือการต้องเข้มแข็งตลอดเวลา จะค่อยๆทำให้สมองส่วนหน้าที่ใช้คิดและยับยั้งอารมณ์อ่อนแรงลง ขณะที่สมองส่วนอารมณ์ไวขึ้นเหมือนเครื่องตรวจจับควันที่ตั้งความไวเกินไป จนเรื่องเล็กนิดเดียวก็ทำให้น้ำตาทะลักออกมาได้

2. โรคซึมเศร้า หรือภาวะอารมณ์ตก

ในภาวะซึมเศร้า น้ำตาไม่ได้มาจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่มาจากทั้งระบบใจที่ถูกกดต่ำลงเป็นเวลานาน จนเรื่องเล็กก็รู้สึกหนักเหมือนมีหินวางเพิ่มบนอกที่หนักอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะถ้าร้องไห้ง่ายขึ้น หมดแรง เบื่อสิ่งที่เคยชอบ นอนหรือกินผิดปกติ รู้สึกไร้ค่า โทษตัวเอง หรือเริ่มไม่อยากมีชีวิตอยู่ สิ่งนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่คิดมาก แต่ควรได้รับการประเมินอย่างจริงจัง

3. ความวิตกกังวลและแพนิก

บางคนร้องไห้แบบคุมไม่อยู่ไม่ได้เริ่มจากความเศร้า แต่เริ่มจากความกลัว ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มปอด หรือรู้สึกเหมือนควบคุมอะไรไม่ได้ครับ ในภาวะวิตกกังวล ร่างกายเหมือนถูกเปิดโหมดหนีภัยไว้นานเกินไป และเมื่อตึงถึงจุดหนึ่ง น้ำตาก็กลายเป็นวาล์วระบายแรงดันของระบบประสาท เหมือนหม้อแรงดันที่ต้องปล่อยไอน้ำออกมาก่อนจะร้อนเกินไป

4. บาดแผลทางใจเดิมถูกแตะซ้ำ

บางคำพูด บางสถานที่ บางกลิ่น บางเพลง หรือสีหน้าของใครบางคน อาจไม่ได้แตะแค่ปัจจุบัน แต่ไปเปิด “ไฟล์ความทรงจำเก่า” ที่ยังเจ็บอยู่ครับ คนที่เคยสูญเสีย ถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย ถูกหักหลัง หรือเคยผ่านเหตุการณ์รุนแรง อาจร้องไห้หนักเกินกว่าเหตุการณ์ตรงหน้า เพราะสมองเหมือนตัดภาพกลับไปอยู่ในวันที่เคยเจ็บอีกครั้ง

5. ความเหนื่อยล้าทางกาย

บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใจอย่างเดียวครับ การนอนน้อย อ่อนเพลีย ป่วยทางกาย ฮอร์โมนเปลี่ยน แอลกอฮอล์ คาเฟอีน ยาบางชนิด รอบเดือน หลังคลอด หรือโรคเรื้อรัง ล้วนทำให้สมองคุมอารมณ์ได้น้อยลง เหมือนมือถือแบตเหลือ 3% แต่ยังเปิดทุกแอปพร้อมกัน สุดท้ายเครื่องไม่ได้พังเพราะแอปเดียว แต่พังเพราะพลังงานสำรองไม่พอ

ดังนั้น เวลามีคนร้องไห้หนักมาก คำถามอาจไม่ใช่ “เรื่องแค่นี้ทำไมร้องไห้” แต่คือ “ช่วงนี้คุณแบกอะไรมานานแค่ไหนแล้ว” เพราะน้ำตาบางครั้งไม่ใช่ความล้มเหลว แต่มันคือภาษาที่ซื่อสัตย์ที่สุดของใจ และเป็นหลักฐานว่าเราฝืนเข้มแข็งมานานมากแล้ว

ถ้าอาการเกิดบ่อยขึ้น นานขึ้น กระทบงาน ความสัมพันธ์ การใช้ชีวิต หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ไม่อยากอยู่ต่อ แบบนี้ไม่ควรรอให้ดีขึ้นเอง ควรปรึกษาจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือบุคลากรสุขภาพจิตใกล้ตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...