ททท. ดันไทยสู่ศูนย์กลางอีเวนต์โลก บูรณาการเอกชนปั้นเศรษฐกิจการเดินทางโตตลอดปี
ททท.เปลี่ยนโจทย์ท่องเที่ยว ยกระดับจากเศรษฐกิจท่องเที่ยวแบบเดิม สู่ "Travel Economy" ดึงคนทั่วโลกเดินทางเข้าไทยผ่านอีเวนต์ กาง 4 ยุทธศาสตร์หลัก พัฒนาสถานที่จัดงานระดับโลก ดึงเทศกาลยักษ์ใหญ่ ปรับใช้ AI วางแผนการเดินทาง และยกระดับความปลอดภัยสากล แบ่งเค้ก 3 ระดับ อัดฉีดงบหนุนตั้งแต่เทศกาลระดับโลก ระดับประเทศ ไปจนถึงกิจกรรมท้องถิ่น เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน
15 มิถุนายน 2569 นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้จัดงานอีเวนต์และพันธมิตรภาคเอกชนทั่วประเทศว่า ททท. กำลังเดินหน้าปรับทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวครั้งสำคัญ โดยมุ่งเป้าหมายเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านเทศกาลและความบันเทิงระดับนานาชาติ หรือเป้าหมายการเป็นจุดหมายปลายทางที่มีกิจกรรมรองรับตลอดทั้งปี
การขยับตัวในครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างธุรกิจ จากเดิมที่เน้นเพียงเศรษฐกิจการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมไปสู่การสร้าง “Travel Economy” หรือเศรษฐกิจการเดินทางอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางของกลุ่มผู้เดินทางที่มีกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก ผ่านการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลายตลอด 365 วัน
“ททท. มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจาก Tourism Economy สู่ Travel Economy เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางคุณภาพสูงจากทั่วโลก ผ่านกิจกรรม เทศกาล และประสบการณ์ที่หลากหลายตลอด 365 วัน”— นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.
เจาะ 4 แผนธุรกิจ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอีเวนต์
เพื่อให้แนวคิดดังกล่าวสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ททท. และภาคเอกชนได้ร่วมกันกำหนดแนวทางดำเนินงานผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลักที่จะเข้ามาปรับโฉมภาคธุรกิจท่องเที่ยวและอีเวนต์ของไทย ประกอบด้วย:
- World Class Infrastructure: การปรับโฉมและยกระดับสถานที่จัดงานอีเวนต์ในพื้นที่ศักยภาพ โดยเฉพาะทำเลใจกลางเมือง เพื่อให้สามารถรองรับเมกะโปรเจกต์และการจัดงานในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Global Megafestivals Ecosystem: การทำตลาดเชิงรุกเพื่อดึงดูดเทศกาลดนตรี ความบันเทิง และงานแฟร์ระดับโลกให้เข้ามาจัดในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการผลักดันเทศกาลของไทยให้เติบโตจนเป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ
- Digital & AI Integration: การนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการวางแผนเดินทาง แนะนำกิจกรรม และจัดทำปฏิทินอีเวนต์แบบเรียลไทม์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
- Global Best Practices: การยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสู่สากล โดยเน้นหนักไปที่ระบบการจัดการฝูงชน (Crowd Management) ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อระบบคมนาคมขนส่งอย่างไร้รอยต่อ
โมเดลสนับสนุน 3 ระดับ กระจายเม็ดเงินสู่ฐานราก
ในแง่ของการบริหารจัดการงบประมาณและการสนับสนุน ททท. ได้แบ่งเกณฑ์การคัดเลือกและอัดฉีดกิจกรรมออกเป็น 3 ระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดเงินจะกระจายตัวไปสู่อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอย่างทั่วถึง:
- ระดับโลก (World Events): มุ่งเน้นงานบิ๊กอีเวนต์ที่ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติได้โดยตรงและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เช่น เทศกาลสงกรานต์ (Songkran World Water Festival) และเทศกาลลอยกระทง (Maha Loy Krathong)
- ระดับประเทศ (National Events): สนับสนุนกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการเดินทางข้ามภูมิภาคของคนในประเทศ เพื่อเพิ่มระยะเวลาการพำนักและการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ
- ระดับภูมิภาค (Regional Events): ชูจุดขายด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวิถีชีวิตชุมชน เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวต่างๆ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ภาคครัวเรือนและเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้จัดงานภาคเอกชนในครั้งนี้ ถูกจับตามองว่าเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเปลี่ยนให้กิจกรรมและความบันเทิงกลายเป็นแม่เหล็กหลักในการดึงดูดผู้คน และสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างยั่งยืน