โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ญาติเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ร่ำไห้ ก่อนรับร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา ด้าน “แม่น้องขนุน” กอดรูปลูกเคาะโลงเรียกให้กลับบ้าน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 19 พ.ค. เวลา 10.01 น.

ญาติเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ร่ำไห้ ก่อนรับร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา ด้าน “แม่น้องขนุน” กอดรูปลูกเคาะโลงเรียกให้กลับบ้าน พ้อ ลูกชายมีฝันอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่สุดท้ายไปไม่ถึง

วันที่ 19 พ.ค. 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าหลังจากเจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและตรวจ DNA ของญาติผู้เสียชีวิต จากเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย เบื้องต้นสามารถยืนยันได้ 4 รายแล้ว

โดยญาติของเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ประกอบด้วย ครอบครัวของ “น้องขนุน” หรือ นายธนัฐพิพัฒน์ อายุ 22 ปี , นายฑีฆา ฑีฆาอุตามากร หรือ “แทน” อายุ 34 ปี , นางเอื้อง มโนแจ่ม อายุ 66 ปี และนางสาววิภารักษ์ เผ่าภูรี หรือ “น้องโรส” รวมถึงนางเทียม พวงยอด อายุ 57 ปี ได้นำเอกสารจากพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เข้ามายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อติดต่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเสียใจ ซึ่งญาติร้องไห้ตลอดเวลา ขณะรอรับร่างผู้เสียชีวิต

ด้าน นางณัฐฐ์สุกรณ์ จันทร์ทรายมูล อายุ 49 ปี แม่ของ “น้องขนุน” ถือรูปภาพของลูกชายเอาไว้ที่อ้อมอก ก่อนเปิดใจทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็นเด็กดีไม่มีอะไรที่ให้เราต้องเป็นห่วง ชอบเล่นกีฬา มีแต่เพื่อนที่รักเขาทั้งนั้น แม่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร เขาก็มีโรคประจำตัวผ่านการผ่าตัดมา 6-7 ครั้ง แต่ก็รอดมาได้ โดยตนเองมีลูก2 คน น้องขนุนเป็นคนที่โต ส่วนน้องสาวคนเล็กคือ น้องชมพู่ ซึ่งทั้ง 2 คน จะเป็นคนใส่ใจคนในครอบครัว โดยเฉพาะวันเกิดของตนเอง ที่ทั้ง 2 คนมักจะเซอร์ไพรซ์ด้วยการซื้อของขวัญวันเกิดให้เป็นประจำ ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ลูกชายเห็นว่านาฬิกาข้อมือของตนเองชำรุด จึงเอ่ยปากว่าจะซื้อนาฬิกาเรือนใหม่ให้กับคุณแม่ในวันเกิด แต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน

นางณัฐฐ์สุกรณ์ ยอมรับว่า ครอบครัวยังคงติดใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาตนเองเลี้ยงลูกทุกคนอย่างดีสุดเท่าที่พ่อแม่คนหนึ่งจะดูแลได้ ทะนุถนอมแบบ “ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม” โดยปกติแล้วลูกชายจะชอบขับรถยนต์ของตนเองตลอด แต่วันเกิดเหตุก็ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงนั่งรถโดยสารคันดังกล่าว ที่กำลังจะไปหาเพื่อน

ปัจจุบันลูกชายของตนเองกำลังศึกษาใรระดับชั้นปริญญาตรี เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสาระสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตนครปฐม ซึ่งส่วนตัวมองว่าลูกชายที่กำลังจะประสบความสำเร็จในชีวิต มีความใฝ่ฝันอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ ไม่น่ามาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาททั้งผู้ขับขี่รถไฟและผู้ขับขี่รถโดยสารประจำทางเลย

ครั้งนี้ยังฝากไปถึงการทำงาน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมไปถึง ขสมก. ซึ่งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีความรับผิดชอบ รอบคอบ และตรวจสอบคุณสมบัติ คัดสรรบุคลากรที่มีคุณภาพให้ดีกว่านี้ เพื่อดูแลประชาชนซึ่งเป็นผู้โดยสารรถโดยสาร เพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำแบบนี้อีก

จากนั้นคุณแม่ของน้องขนุน หรือ นายธนัฐพิพัฒน์ ได้ถือรูปลูกชาย ก่อนเข้าไปดูร่างของลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายด้านใน และจุดธูปบอกและเรียกให้ลูกกลับบ้าน ซึ่งคุณแม่อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก ร้องไห้จนแทบเป็นลม จนต้องมีคนมาประคอง เพื่อเดินไปเคาะโรงศพบอกลูกให้กลับบ้านตลอดเวลา และขอให้ไปอยู่บนสรวงสวรรค์

ขณะที่เวลา 16.15 น. นายสมหมาย พวงยอด อายุ 55 ปี น้องชายของนางสาวเทียม หนึ่งในผู้เสียชีวิต เดินทางมาติดต่อเรื่องเอกสารที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเอกสารยังไม่ครบถ้วน จึงเดินทางกลับเพื่อจะมาติดต่อขอรับศพอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ช่วงเวลา 08.00 น. โดยนายสมหมาย ระบุว่า ในส่วนของเอกสารที่จะใช้ในการรับศพยังไม่เรียบร้อยดี วันนี้ทำให้รับศพไม่ทัน ก่อนต้องรอความชัดเจนในวันพรุ่งนี้ แต่เบื้องต้นผลเทียบเคียงDNAก็คงชัดประมาณหนึ่งแล้ว

โดยยอมรับว่าคนที่บ้าน จ.ศรีสะเกษ ก็เตรียมความพร้อมเรื่องการจัดงานศพไว้ ปลายทางตั้งใจพาร่างพี่สาวกลับบ้านเกิดที่วัดบ้านกระต่ายด่อนน้อย ต.สมอ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ส่วนสภาพจิตใจครอบครัวยอมรับว่าไม่ค่อยดี

ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยว ขอไม่ออกความเห็น เพราะทุกคนเห็นภาพเหมือนกันหมด ทุกคนน่าจะรู้ว่าใครผิดใครถูก ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทุกคนไม่อยากให้เกิดการสูญเสียมหาศาลของชีวิตขนาดนี้

นอกจากนี้ญาติได้เข้ามาเดินเรื่องเอกสารทั้งหมด 5 ราย แต่นำร่างผู้เสียชีวิตกลับบ้านเพื่อไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 3 ราย อีกหนึ่งรายติดต่อเอกสารเพื่อที่พรุ่งนี้ (20 พ.ค. 69) จะนำร่างผู้เสียชีวิตกลับบ้าน ขณะที่อีกรายเอกสารไม่ครบจึงต้องนำเอกสารมาเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้เพื่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตกลับบ้าน

ทั้งนี้ร่างของผู้เสียชีวิตทางมูลนิธิร่วมกตัญญูได้จัดรถรับส่งเพื่อเคลื่อนย้ายร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาตามสถานที่ต่างๆ พร้อมด้วยทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ได้จัดรถคอยอำนวยความสะดวกให้กับญาติผู้เสียชีวิตด้วเช่นเดียวกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...