โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปูตินหวังปิดดีลท่อก๊าซไปจีน Power of Siberia 2 สำคัญอย่างไรกับรัสเซีย?

Amarin TV

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปูตินหวังปิดดีลท่อก๊าซไปจีน Power of Siberia 2 สำคัญอย่างไร? ทำไมอาจเป็น “ท่อช่วยหายใจ” ของรัสเซีย

วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในวันนี้ เพื่อหารือกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน นับเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของปีนี้ของผู้นำรัสเซีย ท่ามกลางบริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้นจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งกำลังเปิดช่องให้มอสโกมองเห็นโอกาสใหม่ในการกระชับความเชื่อมโยงด้านพลังงานกับจีนให้ลึกซึ้งขึ้น

ประเด็นสำคัญบนโต๊ะเจรจาคือโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Power of Siberia 2 ซึ่งรัสเซียหวังว่าความปั่นป่วนในตลาดพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะทำให้จีนมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการเจรจาราคาก๊าซสำหรับโครงการดังกล่าว

บุคคลใกล้ชิดรัฐบาลรัสเซียระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนแสดงความสนใจที่จะเร่งการเจรจา แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม ขณะที่ยูรี อูชาคอฟ ผู้ช่วยด้านนโยบายต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวว่า โครงการท่อส่งก๊าซนี้ “อยู่ในวาระการพูดคุย” และรัสเซียมุ่งมั่นที่จะหารือเรื่องกับจีนอย่างจริงจัง โดยเชื่อว่าผู้นำทั้งสองจะพูดคุยเรื่องนี้อย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม เส้นทางไปสู่ข้อตกลงยังไม่ราบรื่นนัก เพราะความคืบหน้าของดีลนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสี จิ้นผิงเป็นสำคัญ ขณะที่จนถึงขณะนี้แทบยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่ารัสเซียจะสามารถปิดดีลได้สำเร็จ

การเยือนจีนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงพิธีการทางการทูตในโอกาสครบรอบ 25 ปีสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือรัสเซีย-จีนเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีต่อรองเชิงยุทธศาสตร์ของรัสเซีย ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากสงครามยูเครน มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และการพึ่งพาจีนที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งด้านการค้า พลังงาน เทคโนโลยี และการทูต

Power of Siberia 2 คืออะไร? ทำไมยังดีลไม่สำเร็จ?

Power of Siberia 2 เป็นโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ของรัสเซีย ความยาวประมาณ 2,600 กิโลเมตร หรือราว 1,616 ไมล์ มีเป้าหมายลำเลียงก๊าซจากแหล่งก๊าซอาร์กติกในคาบสมุทรยามาลไปยังจีนผ่านมองโกเลีย โดยมีกำลังส่งประมาณ 50 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

โครงการนี้ถูกวางให้เป็นท่อส่งก๊าซเส้นใหม่ที่จะเข้ามาเสริม Power of Siberia 1 ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่รัสเซียใช้ส่งก๊าซไปยังจีนอยู่แล้ว โดยปีที่ผ่านมา Power of Siberia 1 ส่งก๊าซจากรัสเซียไปยังจีน 38 พันล้านลูกบาศก์เมตร และในการพบกันครั้งล่าสุดระหว่างวลาดิเมียร์ ปูติน กับสี จิ้นผิง เมื่อเดือนกันยายน ทั้งสองฝ่ายยังตกลงเพิ่มขีดความสามารถของท่อเส้นนี้เป็น 44 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

ผู้รับผิดชอบหลักของ Power of Siberia 2 คือก๊าซพรอม รัฐวิสาหกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งจะเป็นผู้ก่อสร้างโครงการ โดยก๊าซพรอมเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของท่อส่งก๊าซเส้นนี้มาตั้งแต่ปี 2563 ก่อนจะประกาศบันทึกความเข้าใจด้านการจัดหาก๊าซระยะ 30 ปีที่มีผลผูกพันทางกฎหมายในเดือนกันยายน 2568

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีกรอบความร่วมมือระยะยาวแล้ว แต่โครงการ Power of Siberia 2 ยังไม่สามารถเดินหน้าได้เต็มที่ เนื่องจากติดปัญหาสำคัญเรื่องราคาก๊าซที่ยังตกลงกันไม่ได้ โดยในการพบกันเมื่อเดือนกันยายน ปูตินระบุว่า ราคาก๊าซภายใต้ระบบนี้จะอิงสูตรตลาดในลักษณะใกล้เคียงกับที่รัสเซียเคยใช้กับการส่งก๊าซไปยังยุโรป

ทำไมรัสเซียต้องการเร่งปิดดีล Power of Siberia 2 กับจีน?

รัสเซียต้องการเร่งปิดดีล Power of Siberia 2 กับจีน หลังมาตรการคว่ำบาตรจากการรุกรานยูเครนทำให้รัสเซียสูญเสียลูกค้าก๊าซในยุโรป ทั้งที่ยุโรปเคยเป็นตลาดหลักของก๊าซรัสเซียมาอย่างยาวนาน

เมื่อช่องทางส่งออกก๊าซไปยังยุโรปถูกปิดลง รัสเซียจึงต้องเร่งหาตลาดใหม่ในเอเชีย โดยมี “จีน” เป็นลูกค้าหลักรายสำคัญ โดยคาดว่าจีนจะสามารถซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในช่วงหลายปีข้างหน้าในราคาต่ำกว่าที่รัสเซียเคยขายให้ยุโรปราวหนึ่งในสาม ปริมาณส่งออกก๊าซของรัสเซียไปทางตะวันออกต่อปีก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 5.25 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2572

ในมุมของรัสเซีย Power of Siberia 2 จึงไม่ใช่เพียงท่อส่งก๊าซอีกเส้นหนึ่ง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่จะช่วยเปิดตลาดพลังงานใหม่ในเอเชียเพื่อทดแทนยุโรป และผูกเศรษฐกิจพลังงานของรัสเซียเข้ากับจีนในระยะยาว

ยิ่งเศรษฐกิจรัสเซียเผชิญแรงกดดันจากสงครามและมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกมากเท่าไร ความจำเป็นในการพึ่งพาจีนก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เพราะการค้ากับจีนกลายเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ช่วยประคองรายได้ของรัสเซีย และบรรเทาผลกระทบจากสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ห้าแล้ว

การเยือนปักกิ่งของปูตินครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงภารกิจทางการทูตตามปกติ แต่สะท้อนความพยายามของรัสเซียในการยกระดับความร่วมมือกับจีนในหลายมิติ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ พลังงาน การเงิน รัฐวิสาหกิจ และธุรกิจเชิงยุทธศาสตร์

สัญญาณสำคัญคือขนาดของคณะผู้แทนรัสเซียที่เดินทางร่วมกับปูติน ยูรี อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของรัสเซีย ระบุว่า คณะผู้แทนชุดนี้ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีถึง 5 คน รัฐมนตรี 8 คน เอลวิรา นาบิอุลลินา ผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย รวมถึงผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง สะท้อนว่าวาระหารือระหว่างสองประเทศอาจครอบคลุมตั้งแต่ความร่วมมือด้านพลังงานและการค้า ไปจนถึงระบบการเงินและโครงการยุทธศาสตร์ระยะยาว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปูตินและสี จิ้นผิง มีกำหนดหารือกันในวันนี้ ก่อนจะร่วมดื่มน้ำชาในช่วงค่ำและกลับมาพูดคุยกันต่อ อูชาคอฟระบุว่า ประเด็นท่อส่งก๊าซจะถูกหารืออย่างละเอียดระหว่างผู้นำทั้งสอง ขณะที่ปูตินเคยกล่าวเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมว่า “แทบทุกประเด็นสำคัญ” เกี่ยวกับความร่วมมือด้านก๊าซและน้ำมันกับจีนได้ข้อสรุปแล้ว และหากสามารถปิดรายละเอียดที่เหลือระหว่างการเยือนครั้งนี้ได้ เขาก็จะ “ยินดีอย่างยิ่ง”

อย่างไรก็ตาม แรงผลักดันจากฝั่งรัสเซียยังไม่ได้หมายความว่าจีนพร้อมเดินหน้าในจังหวะเดียวกัน แหล่งข่าวใกล้ชิดก๊าซพรอมระบุว่า บริษัทได้ยื่นข้อเสนอราคาที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงสำหรับโครงการ Power of Siberia 2 ซึ่งจะทอดจากไซบีเรียไปยังจีนผ่านมองโกเลีย แต่คู่เจรจาฝั่งจีนยังไม่ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าพร้อมผลักดันโครงการต่อ

สงครามอิหร่านเปิดช่องให้รัสเซียต่อรองจีนมากขึ้น

สงครามในอิหร่านและความปั่นป่วนในตลาดพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กลายเป็นปัจจัยใหม่ที่รัสเซียหวังว่าจะช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อรองกับจีน โดยเฉพาะในจังหวะที่สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังทำสงครามกับอิหร่าน และความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้จีนต้องหันมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น

สำหรับจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นหนึ่งในลูกค้าพลังงานรายสำคัญของรัสเซีย ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางทำให้ความมั่นคงของเส้นทางขนส่งพลังงานกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนมากขึ้น เพราะหากเส้นทางหลักหรือจุดคอขวดทางยุทธศาสตร์เผชิญความเสี่ยง ย่อมกระทบโดยตรงต่อการจัดหาพลังงานของจีน

หวัง อี้เว่ย อดีตนักการทูตจีนและผู้อำนวยการสถาบันกิจการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเหรินหมิน ระบุว่า สงครามในอิหร่านสะท้อนให้เห็นว่า เส้นทางขนส่งแบบดั้งเดิมและจุดคอขวดทางยุทธศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่จีนจะหวังพึ่งพาได้อีกต่อไป สถานการณ์ดังกล่าวจึงบีบให้จีนต้องเร่งพัฒนาเส้นทางทางเลือก และบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างจริงจังมากขึ้น

ในมุมของรัสเซีย ความปั่นป่วนในตะวันออกกลางจึงอาจช่วยตอกย้ำบทบาทของตนในฐานะซัพพลายเออร์วัตถุดิบสำคัญของจีน วาซิลี คาชิน ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจาก Higher School of Economics ในกรุงมอสโก ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางช่วย “เสริมสร้างความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน” เพราะทำให้บทบาทของรัสเซียในฐานะผู้จัดหาวัตถุดิบหลักให้จีนมีความสำคัญมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ การเยือนปักกิ่งของปูตินจึงสะท้อนสมการภูมิรัฐศาสตร์พลังงานที่กำลังเปลี่ยนไป เมื่อจีนต้องมองหาความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น ขณะที่รัสเซียต้องการใช้จังหวะนี้ผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานและโลจิสติกส์กับจีนให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะโครงการ Power of Siberia 2 ซึ่งอาจกลายเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญในระยะยาวของทั้งสองประเทศ

การเยือนปักกิ่งของปูตินยังเกิดขึ้นหลังจากสี จิ้นผิง เพิ่งประชุมสุดยอดกับโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้รัสเซียมองว่า การพบกันครั้งนี้เป็นโอกาสให้ผู้นำรัสเซียรับฟังรายละเอียดการหารือระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยตรง

สำหรับสี จิ้นผิง นี่ถือเป็นครั้งที่สองของปีนี้ที่เขาดำเนินการทูตกับทรัมป์และปูตินในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ผู้นำจีนเคยพูดคุยทางโทรศัพท์แยกกันกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซียภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สะท้อนบทบาทของจีนที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างสองมหาอำนาจ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น

ทำไมจีนยังไม่รีบปิดดีล Power of Siberia 2 แม้ต้องการความมั่นคงทางพลังงาน?

แม้จีนต้องการความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น แต่จีนยังไม่มีแรงกดดันมากพอที่จะต้องรีบตกลงโครงการ Power of Siberia 2 เพราะจีนมีเครือข่ายนำเข้าก๊าซผ่านท่อจากหลายแหล่งอยู่แล้ว

ในปี 2568 การนำเข้าก๊าซธรรมชาติผ่านท่อของจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แตะ 59.4 ล้านตัน หรือคิดเป็นประมาณ 19% ของการบริโภคในประเทศ โดยปัจจุบันจีนมีท่อส่งก๊าซที่ใช้งานอยู่ 5 เส้น นำเข้าก๊าซจากเอเชียกลาง รัสเซีย และเมียนมา

ในเครือข่ายเดิมของจีน มีท่อส่งก๊าซ 3 เส้นที่เริ่มต้นจากเติร์กเมนิสถานและอุซเบกิสถาน ผ่านคาซัคสถาน ก่อนเข้าสู่จีนทางเขตซินเจียง โดยส่งก๊าซธรรมชาติมากกว่า 40 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่วนทางตอนใต้ ท่อส่งก๊าซเมียนมา-จีน ความยาว 793 กิโลเมตร เริ่มดำเนินการในปี 2556 และออกแบบให้ขนส่งก๊าซได้ 12 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

นอกจากนี้ รัสเซียและจีนยังอยู่ระหว่างก่อสร้างท่อส่งก๊าซอีกเส้นหนึ่ง กำลังส่ง 10 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อนำก๊าซจากเกาะซาคาลินของรัสเซียในมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าสู่จีน

ด้วยทางเลือกที่หลากหลาย จีนจึงมีอำนาจต่อรองสูงในการเจรจากับรัสเซีย โดยเฉพาะเมื่อปัญหาหลักที่ทำให้ Power of Siberia 2 ยังชะงักงันคือราคาก๊าซ ท่าทีของจีนต่อโครงการนี้ก็ยังค่อนข้างระมัดระวังและไม่เปิดเผยมากนัก โดยจีนแทบไม่ได้แสดงความเห็นสาธารณะเกี่ยวกับท่อส่งก๊าซเส้นนี้ และเมื่อก๊าซพรอมประกาศบันทึกความเข้าใจเมื่อเดือนกันยายน จีนก็ไม่ได้ออกแถลงการณ์ที่สอดรับกัน

อีกปัจจัยหนึ่งคือกรอบเวลาของโครงการ หัวหน้าหน่วยวิจัยของ China National Petroleum Corp เคยระบุเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า โครงการก๊าซขนาดใหญ่ลักษณะนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8-10 ปีในการก่อสร้าง นั่นหมายความว่า แม้ Power of Siberia 2 จะมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อรัสเซีย แต่สำหรับจีน โครงการนี้ยังเป็นดีลระยะยาวที่ปักกิ่งสามารถใช้เวลาเจรจาเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุดได้

ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ จีนยังต้องรักษาสมดุลระหว่างการใช้รัสเซียเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ กับการหลีกเลี่ยงไม่ให้ตนเองถูกผูกติดกับความเสี่ยงจากสงครามยูเครนมากเกินไป ด้านหนึ่ง จีนมองรัสเซียเป็นพันธมิตรสำคัญในการลดทอนอำนาจครอบงำของสหรัฐฯ และผลักดันระเบียบโลกแบบหลายขั้ว แต่อีกด้านหนึ่ง จีนก็ยังพยายามรักษาระยะห่างจากสงครามของปูติน โดยเฉพาะในช่วงที่จีนต้องการนำเสนอตัวเองบนเวทีโลกในฐานะพลังแห่งเสถียรภาพ

จุดยืนดังกล่าวทำให้ท่าทีของจีนต่อรัสเซียมีความย้อนแย้งอยู่ในตัว จีนปฏิเสธที่จะประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่จีนยังคงย้ำหลักการเรื่องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และบทบาทของสหประชาชาติ ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ขัดแย้งกับข้อเรียกร้องทางดินแดนของรัสเซียในยูเครน

ดังนั้น จีนจึงพยายามเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างการรักษาความสัมพันธ์กับรัสเซียไว้ในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ กับการหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากนานาชาติที่อาจผลักให้จีนต้องตัดความสัมพันธ์กับมอสโกเพื่อยุติสงครามยูเครน สถานะเช่นนี้ทำให้จีนยังคงร่วมมือกับรัสเซีย แต่ไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นผู้แบกรับต้นทุนทางการเมืองจากสงครามของปูตินโดยตรง

“ท่อช่วยหายใจ” ของรัสเซีย หรือกับดักพึ่งพาจีนระยะยาว

Power of Siberia 2 ถูกมองเป็น “ท่อช่วยหายใจ” ของรัสเซีย เพราะอาจเปิดแหล่งรายได้ใหม่ให้มอสโกในช่วงที่ตลาดยุโรป ซึ่งเคยเป็นลูกค้าหลักของก๊าซรัสเซีย ถูกตัดขาดไปจากสงครามยูเครน หากโครงการเดินหน้า รัสเซียจะมีเส้นทางส่งก๊าซระยะยาวปริมาณมหาศาลเข้าสู่จีน และเร่งเปลี่ยนทิศทางการส่งออกพลังงานจากตะวันตกไปตะวันออกได้ชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตาม ท่อส่งก๊าซเส้นนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความพยายามของรัสเซียในการหาตลาดใหม่ แต่ยังชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุลมากขึ้นระหว่างรัสเซียกับจีน เนื่องจากแม้ทั้งสองประเทศจะนำเสนอความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ แต่ในทางปฏิบัติ รัสเซียกำลังต้องพึ่งพาจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในด้านพลังงาน การค้า เทคโนโลยี และการทูต

ข้อมูลศุลกากรจีนระบุว่า การค้าระหว่างจีนกับรัสเซียอยู่ที่ 228,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 ลดลง 6.9% จากปีก่อนหน้า ปูตินยอมรับตัวเลขที่ลดลงนี้ระหว่างการสนทนากับสี จิ้นผิง แต่ยังชี้ว่า มูลค่าการค้าทวิภาคียังคงสูงกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ “อย่างมีนัยสำคัญ” ติดต่อกันเป็นปีที่สาม สะท้อนว่า แม้การค้าจะชะลอลง แต่ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศยังอยู่ในระดับสูง

ความพึ่งพาจีนของรัสเซียยังไม่ได้จำกัดอยู่ที่พลังงานเท่านั้น ปัจจุบัน รัสเซียนำเข้าเทคโนโลยีที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรมากกว่า 90% ผ่านจีน เพิ่มขึ้นจากราว 80% ในปีก่อนหน้า ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ยุโรปซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากเป็นการหารือเกี่ยวกับการประเมินภายใน ตัวเลขนี้ตอกย้ำบทบาทของจีนในฐานะช่องทางสำคัญที่ช่วยให้รัสเซียลดแรงกระแทกจากมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก

ในอีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ เคยพยายามดึงรัสเซียออกจากความเป็นหุ้นส่วนกับจีนในบางช่วง ในฐานะส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์ที่กว้างขึ้น ทั้งในบริบทสงครามยูเครนและความเป็นไปได้ของการเผชิญหน้ากับจีนในประเด็นไต้หวัน

แต่สำหรับปูติน แรงจูงใจที่จะตีตัวออกห่างจากสี จิ้นผิงยังมีจำกัด เพราะรัสเซียยังต้องพึ่งพาจีนอย่างมาก ทั้งเพื่อประคองเศรษฐกิจ ลดแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตร และรักษาพื้นที่ทางการทูตในเวทีโลก แม้เจ้าหน้าที่บางส่วนในรัสเซียจะเริ่มกังวลว่ารัสเซียกำลังพึ่งพาจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจกลายเป็นกับดัก

วีตา สปิวัก ที่ปรึกษาจาก Gatehouse บริษัทที่ปรึกษาด้านภูมิยุทธศาสตร์ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า ความสนใจของจีนต่อรัสเซียตั้งอยู่บนผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ เพราะรัสเซียมอบทั้งความมั่นคงด้านพลังงาน การเข้าถึงทรัพยากรสำคัญ และทางเข้าสู่อาร์กติกให้จีน แต่ในเวลาเดียวกัน สมการอำนาจระหว่างสองประเทศกลับไม่เท่ากัน เพราะรัสเซียต้องการจีนมากกว่าที่จีนต้องการรัสเซียอย่างชัดเจน

นี่คือความหมายสองชั้นของ Power of Siberia 2 สำหรับรัสเซีย ด้านหนึ่ง ท่อเส้นนี้อาจช่วยให้รัสเซียมีรายได้พลังงานระยะยาวในยุคที่ตลาดยุโรปหดหาย และช่วยประคองเศรษฐกิจภายใต้มาตรการคว่ำบาตร อีกด้านหนึ่ง การเร่งหันไปพึ่งจีนมากขึ้นอาจทำให้รัสเซียต้องยอมรับเงื่อนไขที่สะท้อนอำนาจต่อรองของจีน ทั้งในเรื่องราคา ปริมาณ สัญญาระยะยาว และทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต

ดังนั้น การเยือนปักกิ่งของปูตินและการผลักดัน Power of Siberia 2 จึงเป็นภาพสะท้อนของการปรับสมดุลเศรษฐกิจรัสเซียภายใต้แรงกดดันจากสงครามและการคว่ำบาตร หากดีลนี้สำเร็จ รัสเซียจะได้ช่องทางหายใจใหม่ทางเศรษฐกิจ แต่ช่องทางเดียวกันนี้ก็อาจทำให้รัสเซียผูกชะตากรรมของตนเองกับจีนแน่นขึ้นกว่าเดิม ในโลกที่พลังงาน การค้า โลจิสติกส์ และภูมิรัฐศาสตร์กำลังเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

อ้างอิง: Bloomberg, Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...